วันศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565 20:45 น.

ต่างประเทศ

‘สีจิ้นผิง-ไบเดน’ แลกเปลี่ยนมุมมองสัมพันธ์ทวิภาคี-ประเด็นสนใจร่วม

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.35 น.

วันศุกร์ที่  29 กรกฎาคม 256 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ดำเนินการสื่อสารและแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และประเด็นที่มีความสนใจร่วมกันระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ เมื่อวันพฤหัสบดี (28 ก.ค.) ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีทั้งสองเห็นว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้มีความตรงไปตรงมาและความลึกซึ้ง โดยพวกเขาเห็นพ้องกับการพูดคุยหารือกันต่อไป และสั่งการทีมงานของทั้งสองฝ่ายรักษาการติดต่อสื่อสารและความร่วมมือ

 อย่างไรก็ตามสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทั้งคู่พูดคุยกันเป็นเวลานาน 2 ชั่วโมง 17 นาที และโต้เถียงกันหลายเรื่องที่จีนกับสหรัฐฯ มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน ที่จีนพูดอยู่เสมอว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และจะไม่มีทางปล่อยให้ไต้หวันแยกตัวเป็นอิสระจากจีน

นายสีจิ้นผิงได้ใช้คำพูดที่หนักแน่นกับไบเดนเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยสำนักข่าวซิงหัวของจีนรายงานว่า สีจิ้นผิงพูดกับไบเดนว่า 'ใครที่เล่นกับไฟ ก็จะต้องถูกไฟเผา ไม่ช้าก็เร็ว หวังว่าสหรัฐฯ จะเข้าใจเรื่องนี้ดี' และขอให้สหรัฐฯ ให้ความเคารพต่อนโยบายจีนเดียว ซึ่งมีไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

ด้านนายไบเดนยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงให้ความเคารพต่อหลักการจีนเดียว แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็ต่อต้านการใช้กำลังทหารคุกคามไต้หวัน ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ขายอาวุธให้กับไต้หวันจำนวนมาก เพื่อให้ไต้หวันได้ใช้ป้องกันตัวเอง

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งจากการพูดคุยทางโทรศัพท์ครั้งนี้ นั่นคือผู้นำทั้งสองคนตกลงที่จะเจอกันแบบตัวต่อตัว ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สีจิ้นผิงและโจ ไบเดน ควรจะได้พบและพูดคุยกันแบบตัวเป็นๆ แต่ทั้งคู่จะได้พบกันเมื่อไรและที่ไหน ตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันเกี่ยวกับสถานที่และช่วงเวลาที่สีจิ้นผิงและโจ ไบเดน จะได้พบเจอกันว่าจะเป็นที่ไหนและเมื่อไร

นอกจากประเด็นเรื่องไต้หวันแล้ว ผู้นำทั้งสองคนยังได้หารือกันเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ สถานการณ์โควิด และการแข่งขันทางการค้า โดยนักวิเคราะห์มองว่าการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ครั้งนี้ยังไม่ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ดีขึ้น ซึ่งอาจจะต้องรอวันที่สีจิ้นผิงและโจ ไบเดน ได้พูดคุยกันต่อหน้า ซึ่งอาจจะช่วยให้บรรยากาศการพูดคุยดีขึ้น และเจรจากันได้อย่างเปิดใจและเปิดเผยมากกว่านี้