วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.45 น.
ROCTEC กำไรสุทธิ FY2025/26 โต 39.8% แตะ 476 ล้านบาท
ตอกย้ำฐานธุรกิจ ICT Solutions แข็งแกร่ง พร้อมต่อยอด AI และ Robotics สู่โซลูชันเมืองอัจฉริยะ
บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและสื่อโฆษณาดิจิทัลแบบครบวงจร รายงานผลประกอบการปี FY2025/26 ด้วยรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,428 ล้านบาท เติบโต 10.8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.9% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้เติบโตจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพกำไรที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง จากวินัยด้านการบริหารต้นทุน ประสิทธิภาพในการบริหารโครงการ และฐานธุรกิจที่มีโอกาสต่อยอดสู่รายได้ต่อเนื่อง (Recurrent) จากงานดูแล บำรุงรักษา อัปเกรด และพัฒนาระบบในระยะยาว
ธุรกิจ ICT Solutions ยังคงเป็นแกนหลักของ ROCTEC โดยสร้างรายได้ 2,917 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 85% ของรายได้รวม ครอบคลุมระบบโครงข่ายสื่อสาร ระบบเทคโนโลยีด้านคมนาคม ระบบรักษาความปลอดภัย โซลูชันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบจอแสดงผลดิจิทัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ ขณะที่ธุรกิจ Advertising มีรายได้ 511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากปีก่อน สนับสนุนบทบาทของบริษัททั้งในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเบื้องหลังเมือง และผู้ให้บริการระบบสื่อสารกับผู้คนในพื้นที่สาธารณะ

คุณเว่ย แซม แลม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในปี FY2025/26 สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักของ ROCTEC โดยเฉพาะธุรกิจ ICT Solutions ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของบริษัท เราไม่ได้เติบโตจากขนาดรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากความสามารถในการบริหารโครงการที่มีความซับซ้อน ควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ
ส่งมอบระบบที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานจริงของเมือง องค์กร และระบบคมนาคม”
นอกจากผลประกอบการที่เติบโต ROCTEC ยังเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ด้วยแรงส่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และระบบคมนาคม โดยเฉพาะงานพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญที่สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและศักยภาพของบริษัทในการส่งมอบโซลูชันด้านคมนาคมที่มีความซับซ้อน พร้อมเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่สามารถต่อยอดไปสู่โอกาสรับงานโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต
โครงการดังกล่าวสะท้อนความสามารถของ ROCTEC ในการส่งมอบระบบสื่อสารและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อระบบรางที่ต้องการความเสถียร
ความปลอดภัยที่ครอบคลุมการสื่อสาร การติดตามขบวนรถ รวมถึงระบบกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ซึ่งระบบเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของเครือข่ายคมนาคมสมัยใหม่ และช่วยเสริมบทบาทของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโซลูชันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบคมนาคมแบบครบวงจร
หนึ่งในขีดความสามารถสำคัญของบริษัทคือระบบ Integrated Speed and Position Supervision System ซึ่งใช้เทคโนโลยี IoT, GPS และระบบสื่อสารแบบเรียลไทม์ เพื่อสนับสนุนการติดตามตำแหน่งและความเร็วของขบวนรถอย่างแม่นยำ ควบคู่กับเทคโนโลยี Radio Frequency Identification หรือ RFID ที่ช่วยตรวจจับ ติดตาม และบริหารจัดการข้อมูลของอุปกรณ์หรือสินทรัพย์ในระบบขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลักษณะของโครงการเหล่านี้ช่วยตอกย้ำว่า ROCTEC ไม่ได้มีรายได้จากงานโครงการเพียงครั้งเดียว (Project-based) แต่มีโอกาสต่อยอดสู่รายได้ที่มีความต่อเนื่องจากการดูแล บำรุงรักษา อัปเกรด และพัฒนาระบบ (Recurrent) เพิ่มเติมในอนาคต ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นฐานสำคัญที่
ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับรายได้ และสนับสนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ROCTEC ยังเดินหน้าขยายขีดความสามารถจากฐานธุรกิจเดิมไปสู่เทคโนโลยีอนาคต ผ่านการต่อยอดด้าน AI, Computer Vision และ Robotics โดยมุ่งนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาเพิ่มมูลค่าให้กับระบบที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคม ระบบรักษาความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบจอแสดงผลดิจิทัล โดยเฉพาะระบบ CCTV และ Surveillance ซึ่งสามารถพัฒนาจากการบันทึกภาพและเฝ้าระวังแบบเดิม ไปสู่ระบบวิเคราะห์เหตุการณ์อัจฉริยะที่สามารถตรวจจับความผิดปกติ แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ ROCTEC ขยายบทบาทจากผู้ติดตั้งระบบ ไปสู่ผู้พัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยอัจฉริยะสำหรับระบบขนส่ง อาคาร พื้นที่สาธารณะ และเมืองอัจฉริยะ
ในระยะต่อไป บริษัทมองเห็นศักยภาพของ Robotics ในการเสริมขีดความสามารถด้านความปลอดภัย เช่น Security Robot Dog ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบ CCTV และ AI Analytics เพื่อสนับสนุนการลาดตระเวน ตรวจตราพื้นที่เสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
การต่อยอดดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ ROCTEC ในการใช้ AI และ Robotics เป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจหลัก และเป็นการขยาย
ขีดความสามารถจาก ICT Infrastructure ไปสู่โซลูชันอัจฉริยะ Smart City ที่เชื่อมโยงระบบขนส่ง ความปลอดภัย อาคาร พื้นที่สาธารณะ และ
การสื่อสารดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
ในระยะต่อไป ROCTEC เตรียมต่อยอดขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) ผ่านความร่วมมือกับ Osense จากประเทศไต้หวัน และพันธมิตรด้านหุ่นยนต์อัจฉริยะจากจีน โดยมุ่งศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้งานจริงที่สามารถสนับสนุนธุรกิจหลักของบริษัท เช่น งานตรวจสอบพื้นที่ งานสนับสนุนด้านความปลอดภัย การบริหารอาคาร ศูนย์คมนาคม และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิด ระบบเฝ้าระวัง ระบบจอแสดงผลดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ ROCTEC มีอยู่เดิม ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริม
ทั้งองค์ความรู้และศักยภาพสนับสนุนด้านเทคโนโลยีให้กับบริษัท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ ROCTEC ในอนาคต