วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 05:21 น.

ไอที

สวทช. โดย นาโนเทค จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยฯ  นำ “นาโนเทคโนโลยี” ยกระดับสมุนไพรไทยสู่ยาแผนไทยมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์

วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.31 น.

สวทช. โดย นาโนเทค จับมือ กรมการแพทย์แผนไทยฯ  นำ “นาโนเทคโนโลยี” ยกระดับสมุนไพรไทยสู่ยาแผนไทยมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์

 

 

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมกับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม ยกระดับสมุนไพรและตำรับยาไทยสู่มาตรฐานระดับสากล พร้อมสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อต่อยอดเชิงเศรษฐกิจ ผสานองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทยเข้ากับนวัตกรรมนาโน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพสารสกัดสมุนไพร เร่งเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตของเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน

 

ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า “สมุนไพรไทย” และ “ตำรับยาแผนไทย” เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และเป็นต้นทุนที่ได้เปรียบของไทยทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าของประเทศ ขณะที่ความท้าทายสำคัญในการผลักดันเข้าสู่ระบบสาธารณสุขสมัยใหม่ คือการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับจากบุคลากรทางการแพทย์และผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัย ความร่วมมือระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกับ สวทช. โดยนาโนเทค จึงเป็นการผสานจุดแข็งระหว่างองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ความเชี่ยวชาญเชิงนโยบายและระบบบริการสุขภาพ เข้ากับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยเชิงลึก เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้และสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ให้กับสมุนไพรและตำรับยาแผนไทย

 

 

 

 

“ที่ผ่านมา นาโนเทค สวทช. มุ่งพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยประยุกต์องค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีในการพัฒนาเทคโนโลยีการสกัด การกักเก็บและการนำส่งสารสำคัญ เพื่อเพิ่มความคงตัวและประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์จากสมุนไพร รวมไปถึงการประเมินฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และการทดสอบด้านความปลอดภัย สอดคล้องกับ 1 ใน 4 Strategic Focus ด้าน Herbal Health & Wellness ที่เน้นการพัฒนางานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมพร้อมถ่ายทอด ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เทคโนโลยี และกระบวนการผลิต ไปจนถึงองค์ความรู้ที่พร้อมนำไปต่อยอดในระดับอุตสาหกรรมได้ทันที โดยภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ นาโนเทคจะนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาต่อยอดตำรับยาแผนไทยที่มีอยู่เดิม เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับคุณภาพของตำรับยาให้มีมาตรฐาน มีผลการทดสอบเป็นที่ประจักษ์ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”ดร.ภญ.อุรชา กล่าว 

 

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยว่า ความร่วมมือดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกสมุนไพรและตำรับยาที่มีศักยภาพ นำมาศึกษาวิจัยเพื่อยืนยันผลลัพธ์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ นาโนเทคโนโลยี เข้ามาช่วยแก้ข้อจำกัดของสารสกัดสมุนไพร เช่น การเพิ่มความคงตัว การละลาย และการดูดซึม ตลอดจนพัฒนาระบบนำส่งสารออกฤทธิ์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีผลการรักษาที่ชัดเจน พร้อมนำไปใช้งานจริงในสถานพยาบาล

 

 

 

“ความร่วมมือในครั้งนี้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพและส่งเสริมภูมิปัญญาไทยให้เป็น Soft Power ทางเศรษฐกิจ การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จะช่วยพิสูจน์และยืนยันประสิทธิผลของยาแผนไทยด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ให้บริการสุขภาพและผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ” ดร.นพ.พงศธร กล่าวเสริม

 

ด้าน ดร.อุดม อัศวาภิรมย์ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. และผู้อำนวยการแผนงานด้าน Herbal Health & Wellness กล่าวว่า แผนงานสารสกัดสมุนไพรเพื่อสุขภาพและสุขภาวะ (Herbal Health & Wellness) ของนาโนเทค สวทช. มุ่งใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเร่งสร้างนวัตกรรมยาตามตำรับยาแผนไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อสุขภาพคนและสัตว์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการวิจัยและพัฒนาสารสกัดและผลิตภัณฑ์สมุนไพร การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

 

“ภายใต้ความร่วมมือระหว่างนาโนเทค สวทช. และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะมุ่งเน้นการต่อยอดตำรับยาแผนไทยดั้งเดิม ด้วยการนำนวัตกรรมสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรไทย เข้าไปเสริมประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในกลุ่มที่มีศักยภาพ ได้แก่ 1) กลุ่มที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับ 2) กลุ่มบรรเทาอาการภูมิแพ้ และ 3) กลุ่มบรรเทาอาการปวด เพื่อยกระดับองค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงสุขภาพที่ตอบโจทย์และสามารถผลักดันไปสู่ระบบสาธารณสุขสมัยใหม่ โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันคัดเลือกสมุนไพรหรือตำรับเป้าหมายที่มีศักยภาพ และดำเนินการวิจัยเพื่อสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมสารสำคัญ ฤทธิ์ทางชีวภาพ ความปลอดภัย ไปจนถึงประสิทธิผลของสูตรตำรับ”

 

ความร่วมมือระหว่างสวทช. โดยนาโนเทค และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในครั้งนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมระดับสากล ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายผลสู่ระบบสาธารณสุขไทย พร้อมทั้งพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยและสุขภาพของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

หน้าแรก » ไอที