วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569, 09.32 น.
‘HUMMIX’ เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทยเชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
ฮัมมิกซ์ บริษัทเทคโนโลยี เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Low-Code ภายใต้แนวคิด “Intelligence for Scale” ช่วยองค์กรนำ AI ไปใช้กับกระบวนการทำงานจริง พัฒนาแอปพลิเคชันและระบบอัตโนมัติได้รวดเร็วขึ้น ชู 5 จุดเด่น ช่วยตอบโจทย์องค์กรทุกขนาดธุรกิจ แก้ปัญหาตั้งแต่ระบบงานอัตโนมัติด้วย AI การสร้างแอปแบบ Low-Code การจัดการเอกสาร งานบริการอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อระบบเดิมอย่างไร้รอยต่อ
บริษัท ฮัมมิกซ์ จำกัด หรือ HUMMIX COMPANY LIMITED บริษัทเทคโนโลยีผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI Low-Code ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์และความต้องการของธุรกิจไทย เปิดตัว “Hummix” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Intelligence for Scale” มุ่งช่วยให้องค์กรนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เทคโนโลยี Low-Code และระบบอัตโนมัติไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานจริงได้อย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น และสามารถขยายการใช้งานให้สอดคล้องกับการเติบโตขององค์กรและธุรกิจ
นายคณินท์ ปิ่นสุวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮัมมิกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันองค์กรไม่ได้มองหาเพียงเครื่องมือ AI แต่กำลังมองหาวิธีนำ AI เข้าไปใช้กับกระบวนการทำงานจริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม Hummix จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Intelligence for Scale เพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI, Low-Code และ Workflow Automation มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น
“สิ่งสำคัญในการนำ AI มาใช้ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่ต้องพิจารณาร่วมกันทั้งกระบวนการทางธุรกิจ ข้อมูล บุคลากร และเป้าหมายขององค์กร เพื่อเลือกใช้ AI ในจุดที่สามารถสร้างผลลัพธ์ต่อธุรกิจได้จริง Hummix จึงถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงบริบทและความต้องการของธุรกิจไทย ทั้ง Business Process ข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กร โดยสามารถปรับแต่ง Workflow รูปแบบการจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนการแสดงผลให้เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละองค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถนำ AI และระบบอัตโนมัติไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานได้อย่างเหมาะสม รองรับตั้งแต่การเริ่มต้นใน Use Case เฉพาะจุด ไปจนถึงการใช้งานที่มีความซับซ้อนในระดับ Enterprise” นายคณินท์กล่าว
การเปิดตัว Hummix เกิดขึ้นในช่วงที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้น ขณะที่หลายองค์กรต้องการนำ AI เข้าไปใช้กับกระบวนการทางธุรกิจและขั้นตอนการทำงานจริง รวมถึงต้องการพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบบริการ และเครื่องมือภายในองค์กรให้รวดเร็วกว่าเดิม
นายคณินท์ กล่าวอีกว่า Hummix ได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ผสาน AI, Low-Code, Workflow Automation, Data และ Integration ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งนอกจากการช่วยลดเวลาและความซับซ้อนในการพัฒนาระบบแล้วยังให้ความสำคัญกับ Data & Governance โดยรองรับการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมถึงการกำหนดสิทธิ์และควบคุมการใช้งานให้เหมาะสมกับโครงสร้างและผู้ใช้งานของแต่ละองค์กร เพื่อให้การนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้สามารถดำเนินการภายใต้กรอบการบริหารจัดการที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มยังถูกออกแบบให้รองรับ Scalability for Enterprise โดยองค์กรสามารถเริ่มต้นจาก Use Case กระบวนการทำงาน หรือทีมขนาดเล็ก ก่อนขยายการใช้งานไปยังหลายหน่วยงานและระดับองค์กรได้ตามความต้องการ ทำให้ Hummix ไม่ได้มุ่งตอบโจทย์เฉพาะความรวดเร็วในการพัฒนาระบบและ Automation แต่ยังรองรับความซับซ้อน การกำกับดูแล และการเติบโตขององค์กรในระยะยาว
“แพลตฟอร์มของเรามุ่งลดความซับซ้อนของการพัฒนาระบบ เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างและปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันต้องสามารถบริหารจัดการข้อมูล กำหนดสิทธิ์การใช้งาน และเชื่อมต่อกับระบบเดิมที่องค์กรมีอยู่ได้อย่างเหมาะสม เราต้องการให้องค์กรสามารถเริ่มต้นจาก Use Case เล็ก ๆ ที่เห็นผลได้ก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่หลายกระบวนการ หลายหน่วยงาน และการใช้งานในระดับ Enterprise โดยสามารถต่อยอดจากระบบเดิมที่องค์กรใช้งานอยู่ได้” นายคณินท์กล่าว
นายคณินท์ กล่าวอีกว่าจุดเด่นหลักของ Hummix มีความสามารถหลัก 5 ด้าน ได้แก่ AI Workflow Automation มีการนำ AI เข้ามาช่วยดำเนินกระบวนการทางธุรกิจและขั้นตอนการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ ลดขั้นตอนที่ต้องดำเนินการด้วยบุคลากร ช่วยให้กระบวนการทำงานมีความต่อเนื่องมากขึ้น, AI Low-Code App Creator ที่ช่วยให้องค์กรพัฒนาแอปพลิเคชัน แบบฟอร์ม พอร์ทัล และโซลูชันภายในองค์กรได้รวดเร็วขึ้น, Document Intelligence ที่ใช้ AI ช่วยอ่าน จัดการ และดึงข้อมูลสำคัญจากเอกสาร ลดภาระการป้อนและตรวจสอบข้อมูล, Service & Support Automation ช่วยทำให้กระบวนการให้บริการและสนับสนุนภายในองค์กรเป็นระบบอัตโนมัติ เช่น งานทรัพยากรบุคคล งานบริการด้านไอที และงานบริการลูกค้า รวมถึง Seamless Integration ที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการทำงาน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่องค์กรใช้งานอยู่ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานต่อเนื่องข้ามแพลตฟอร์ม ลดปัญหาข้อมูลแยกส่วน และช่วยให้องค์กรต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบเดิมทั้งหมด