วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569 05:17 น.

การตลาด

SN Group เปิดบทใหม่ 67 ปี ผนึก S. Napa–GUSCO–GEM ชู “Complete Water Solutions”

วันศุกร์ ที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.58 น.

SN Group เปิดบทใหม่ 67 ปี ผนึก S. Napa–GUSCO–GEM ชู “Complete Water Solutions”
มุ่งสู่ผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค

 

เอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์กว่า 67 ปี ประกาศทิศทางใหม่ขององค์กร ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของ 3 บริษัท ได้แก่ S. Napa Thailand (ส.นภา), GUSCO (กัสโก้) และ GEM (เจม) ภายใต้ SN Group เพื่อยกระดับศักยภาพสู่การให้บริการ Complete Water Solutions ที่ครอบคลุมระบบการบริหารจัดการด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่วิสัยทัศน์การเป็น “ผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค” เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
คุณสุทธิพัณ พิศาลบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือเอสเอ็นกรุ๊ป (SN Group) กล่าวว่า “ตลอด 67 ปีที่ผ่านมา เราสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านระบบน้ำในหลากหลายรูปแบบและหลายอุตสาหกรรม การก้าวสู่บทใหม่ของ SN Group ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เป็นการนำจุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทมาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เราสามารถมองโจทย์ของลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพของระบบ การดำเนินธุรกิจ และความยั่งยืนในระยะยาว”


ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ S. Napa Thailand นำความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันระบบน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบน้ำเพื่อประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ขณะที่ GUSCO และ GEM เสริมศักยภาพด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและระบบน้ำสำหรับโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม ทำให้ SN Group สามารถเชื่อมโยงการทำงานได้ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา (Project Consultation)และศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Conceptual Study & Process Design) การออกแบบระบบ (Engineering Design) งานก่อสร้างและติดตั้ง (Construction & Installation) การทดสอบและเริ่มเดินระบบ (Commissioning & Start-up) ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบในระยะยาว (Facility Management) 

 


ทั้งนี้ SN Group ได้แบ่งความเชี่ยวชาญออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Water for Experience, Water for Life และ Water for Sustainability เพื่อสะท้อนบทบาทของ “น้ำ” ที่มีมากกว่าการเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่สามารถสร้างประสบการณ์ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและความยั่งยืนของภาคธุรกิจ


จากประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ สู่คุณภาพชีวิต


ในกลุ่ม Water for Experience คือการพัฒนาระบบน้ำเพื่อสันทนาการและไลฟ์สไตล์ ช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและประสบการณ์การใช้ชีวิต โดยทาง SN Group ดูแลงานตั้งแต่ระบบสระว่ายน้ำ สระแข่งขัน Water Play ระบบน้ำพุและ Water Feature ระบบกรอง Smart Pool ไปจนถึงการดูแลรักษาระบบ โดยมีผลงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกว่าหมื่นโครงการ ยกตัวอย่างเช่น Centara Mirage Lagoon Maldives, Holiday Inn Samui สระแข่งขันของการกีฬาแห่งประเทศไทย, One Bangkok, King Power Rangnam และ S2O Music Festival ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น 


สำหรับ Water for Life มุ่งเน้นระบบน้ำที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการอุปโภคบริโภค สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต ครอบคลุมระบบน้ำสำหรับการแพทย์ เครื่องกรองน้ำ ตลอดจน Wellness & Recovery Solutions โดยมีตัวอย่างโครงการ เช่น ระบบผลิตน้ำสำหรับหน่วยไตเทียม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งใช้ระบบ Reverse Osmosis สำหรับการใช้งานทางการแพทย์ รวมถึงระบบผลิตน้ำแบบเคลื่อนที่สำหรับน้ำใช้และน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำดื่มสำหรับร้านกาแฟ และโซลูชันสำหรับธุรกิจ Spa & Wellness ต่อยอด Water for Sustainability รับโจทย์อุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม


อีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจสำคัญคือ Water for Sustainability ระบบน้ำเพื่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตน้ำ การบำบัดน้ำเสีย (Wastewater Treatment) การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse & Recycling) การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค (Utility Management) ตลอดจนโซลูชันด้านพลังงานและการลดคาร์บอน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน


โดยที่ผ่านมา SN Group มีประสบการณ์พัฒนาและบริหารจัดการระบบให้กับองค์กรและภาคอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กลุ่มบริษัทปตท. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ รวมถึงงานบริหารจัดการระบบและ Facility Management ในนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรวม 14 แห่ง ซึ่งสะท้อนความสามารถในการพัฒนาโซลูชันให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม     


นอกเหนือจากงานเชิงพาณิชย์ SN Group ยังนำความเชี่ยวชาญมาสนับสนุนสังคมในยามวิกฤต ผ่านโครงการ “น้ำใสช่วยอุทกภัยใต้ โดย SN Group” นำรถผลิตน้ำสะอาดเคลื่อนที่ (Mobilization Plant) ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ อีกทั้งยังเดินหน้าสานต่อด้านความยั่งยืนในองค์กร ภายใต้โครงการ SN Carbon Footprint โดยมีแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร 

 

 


“วันนี้โจทย์ด้านน้ำของภาคธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพน้ำ ต้นทุน การใช้พลังงาน การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นสิ่งที่ลูกค้าต้องการจึงไม่ใช่เพียงระบบที่ติดตั้งแล้วใช้งานได้ แต่ต้องเป็นระบบที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ลดความเสี่ยง และรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งเป็นบทบาทที่ SN Group ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนจนถึงการดูแลระบบในระยะยาว” คุณสุทธิพัณ กล่าวเพิ่มเติม


เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายดังกล่าว SN Group กำหนดพันธกิจสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะ (Deliver Smart Solutions) การพัฒนาบุคลากร (Develop People) การขับเคลื่อนนวัตกรรม (Drive Innovation) การสร้างความเชื่อมั่น (Build Trust) และการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) โดยมุ่งผสานองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับโลกเข้ากับความเชี่ยวชาญขององค์กร เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ตรงเวลา และคุ้มค่า พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม


“ผลประกอบการในปีนี้คาดว่าจะปิดอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนเป็น S. Napa 40% GUSCO 55% และ GEM 5% และในปี 2570 คาดว่าจะเติบโต 5-6%  และในอนาคตเรามุ่งมั่นที่จะให้ SN Group ก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำครบวงจรที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อมีโจทย์เรื่องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ คุณภาพชีวิต หรือการเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนให้กับธุรกิจ เราจะเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 67 ปี ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการทำงานแบบครบวงจร เพื่อสร้างระบบที่ไม่ได้ตอบเพียงความต้องการของวันนี้ แต่พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม” คุณสุทธิพัณ กล่าวสรุป
 

 

หน้าแรก » การตลาด