วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 22:29 น.

การตลาด

โรบินสัน กางแผนปี 2570 ลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนเป็น “Complete Retail Ecosystem”

วันพฤหัสบดี ที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 20.10 น.

โรบินสัน กางแผนปี 2570 ลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนเป็น “Complete Retail Ecosystem”

 

โรบินสันเปิดแผนรุกปี 2570 ลงทุนมากถึงสี่พันล้านบาท ขับเคลื่อนเป็น “Complete Retail Ecosystem” ด้วยพอร์ตรีเทล 3 โมเดล เจาะโอกาสเติบโตในทำเลศักยภาพ เชื่อมทุกจังหวะไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจให้พันธมิตร คู่ค้าและชุมชน

พลิกโฉมโรบินสัน ด้วยประสบการณ์ใหม่ “6 Destinations, 1 Integrated Experience” คัดสรร Merchandise Mix และประสบการณ์ครบทุกมิติ พร้อมเปิดโรบินสัน หนองคาย ไตรมาส 3 ปี 2570 ด้วยงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท และเดินหน้ารีโนเวต 19 สาขาภายในปี 2572

เปิดตัว “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์โมเดลใหม่ ชูคอนเซปต์ Community-Centric Development ยึดความต้องการของชุมชนเป็นหัวใจในการพัฒนา รวบรวมร้านช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ตลาด และพื้นที่กิจกรรม สร้างแม่เหล็กดึงผู้คนมาใช้ชีวิตได้ทุกวัน ประเดิม “Ploen รังสิต” ส่วนแรก ไตรมาส 3 ปี 2570 บนพื้นที่ 24 ไร่ จากพื้นที่รวมทั้ง Master plan 322 ไร่ พร้อมแผนขยายรวม 7 แห่งภายในปี 2572

ปักหมุด “Riva” ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันใหม่ ด้วยแนวคิด Recreation-Led Retail Destination ผสานธรรมชาติ อาหาร กิจกรรม และเวลเนส สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมการช้อปปิ้งกับการพักผ่อน เปิดแห่งแรก “Riva รามคำแหง” ไตรมาส 1 ปี 2571 บนพื้นที่ 24 ไร่ รวมกว่า 200 ร้านค้า พร้อมขยายรวม 3 แห่งภายในปี 2572

 

 

โรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดแผนรุกธุรกิจรีเทล เดินหน้าเป็น “Complete Retail Ecosystem” ทุ่มงบลงทุน 4,094 ล้านบาทในปี 2570 ปลดล็อกโอกาสเติบโตผ่านพื้นที่รีเทล 3 โมเดลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และศักยภาพของแต่ละทำเล นำโดยการพลิกโฉมและเชื่อมโยงประสบการณ์ “โรบินสัน” พื้นที่ส่วนศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ทั้งภาพลักษณ์ ประสบการณ์ และการขยายสาขา เสริมพอร์ตด้วย “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์ที่เชื่อมความสะดวกในชีวิตประจำวันกับประสบการณ์ของชุมชน และ “Riva” ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ผสานการช้อปปิ้ง การพักผ่อน และเวลเนส ตั้งเป้าเปิดตัวทุกแห่งภายในต้นปี 2571

นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “หัวใจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจของโรบินสัน เริ่มต้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนได้อย่างไร จากจุดเริ่มต้นของโรบินสันในการบุกเบิกธุรกิจห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในต่างจังหวัด จนถึงปัจจุบันมีโรบินสัน ครอบคลุม 46 สาขาใน 38 จังหวัด ด้วยพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร รองรับผู้ใช้บริการมากกว่า 350,000 คนต่อวัน และรักษาอัตราการต่อสัญญาของร้านค้าเดิม (Retention Rate) ได้สูงกว่า 90% พร้อมมีส่วนสร้างการจ้างงานสูงสุดถึง 40,000 อัตรา ทั้งหมดนี้ คือ รากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นที่เราสร้างร่วมกับลูกค้าและคู่ค้ามาอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้มองบทบาทของตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า แต่เราต้องการมีเป้าประสงค์ในการเป็น ‘ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน (Central to Life)’ ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเซ็นทรัล รีเทล

 

 

“เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญงานด้านการพัฒนาศูนย์การค้าและการบริหารห้างสรรพสินค้า ผสานกับ Consumer Insights มาต่อยอดพอร์ตธุรกิจให้หลากหลายและแข็งแกร่ง ทั้งศูนย์การค้าโรบินสัน ศูนย์การค้าท็อปส์ พลาซ่า และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน วันนี้ ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้น คาดหวังสูงขึ้น และมองหาสิ่งใหม่อยู่เสมอ ทุกครั้งที่มาศูนย์และห้างจึงต้องได้ทั้งความสะดวกที่ครบจบและประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับเวลา โจทย์ของเราคือการสร้าง ‘เหตุผลใหม่’ ให้ลูกค้าเลือกมาใช้ชีวิตกับเรา เป้าประสงค์ ‘Complete Retail Ecosystem’ ถูกต่อยอดมาจากความเชื่อที่ว่า ‘Different Formats Connected by People’s Lives’ จึงเป็นก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตรีเทลให้เข้าถึงผู้คนในทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต ผ่านการยกระดับและเชื่อมโยงพื้นที่ส่วนศูนย์และห้างของโรบินสันให้ไร้รอยต่อ และเปิดตัวสองโมเดลใหม่ Ploen กับ Riva ให้ตอบโจทย์แต่ละทำเลได้ตรงจุด พร้อมสร้างโอกาสเติบโตให้พันธมิตร คู่ค้า ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน”

พลิกโฉมและเชื่อมโรบินสันอย่างไร้รอยต่อด้วย “6 Destinations, 1 Integrated Experience”

โรบินสัน เดินหน้าพลิกโฉมประสบการณ์และเชื่อมโยงพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ พร้อมปรับโลโก้และภาพลักษณ์ใหม่ ชูแนวคิด “6 Destinations, 1 Integrated Experience” ยกระดับ Merchandise Mix สร้าง 6 จุดหมายปลายทางที่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้ชีวิตได้ในทุกวัน ได้แก่ Food Destination ปักหมุดความอร่อยครบทุกโอกาส ตั้งแต่ร้านอาหารครอบครัว คาเฟ่ ศูนย์อาหาร Food Haven ไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดกลางแจ้ง, Fashion Destination เสริมดีกรีแฟชั่นแลนด์มาร์กของเมือง ด้วยแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ยอดนิยมจากโลกออนไลน์, Home Living & Tech Destination รวมโซลูชันเพื่อบ้านและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่, Health & Wellness Destination รับเทรนด์ดูแลตัวเองครบทั้งความงาม สุขภาพ และเวลเนส, Kids & Education Destination เติมพื้นที่เรียนรู้และเสริมทักษะสำหรับเด็กและครอบครัว และ Entertainment Destination รวมความสนุกจากโรงภาพยนตร์ ฟิตเนส และกิจกรรมบันเทิง ทั้ง 6 Destinations จะเชื่อมเป็น 1 Integrated Experience ผ่านบรรยากาศ อีเวนต์ เทศกาล พื้นที่กิจกรรมชุมชน และบริการที่เติมเต็มทุกการมาเยือน โดยตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจากการดำเนินนโยบายนี้ พิสูจน์แล้วผ่านการปรับโฉมใหม่โรบินสัน สมุทรปราการ ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ปรับโฉมศูนย์และห้าง เพิ่มร้านค้าใหม่รวมกว่า 250 แบรนด์ ส่งผลให้ยอดการมาเยือนเพิ่มขึ้นถึง 30%

นอกจากนี้ ยังพร้อมสร้าง Future Retail Experience ต่อยอดเทคโนโลยี Humanoid Robotics และ AI โดยเปิดพื้นที่โรบินสันเป็น Living Lab มุ่งยกระดับบริการและสร้างปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างลูกค้ากับเทคโนโลยี สะท้อนทิศทางของโรบินสันที่เดินหน้าผสานนวัตกรรมเข้ากับพื้นที่รีเทล เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลและสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตแห่งอนาคต

ด้านการยกระดับสาขา ในปี 2568–2569 โรบินสันได้ดำเนินการรีโนเวตแล้ว 11 สาขา ด้วยการดึงศักยภาพของทำเลและอินไซต์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่มาสร้างประสบการณ์เฉพาะตัว อาทิ โรบินสัน กาญจนบุรี กับแนวคิด “กาญฯ ฟีลกู๊ด (KAN FEEL GOOOOOOOOD)” เปลี่ยนจุดแวะพักให้เป็นเดสติเนชันที่เติมความรู้สึกดีได้ทุกวัน รองรับเมืองที่กำลังเติบโต ขณะที่ โรบินสัน สระบุรี ชูแนวคิด “ปลุกพลังเมืองสระบุรี–Energize the Heart of Saraburi” จัดโซนนิ่งใหม่ เสริมความครบครันของร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดทั้งคนในพื้นที่และนักเดินทาง ล่าสุด โรบินสัน สมุทรปราการ ตอกย้ำความสำเร็จของแนวคิด “6 Destinations, 1 Integrated Experience” พลิกโฉมศูนย์การค้าบนทำเลทองติดรถไฟฟ้า BTS สถานีแพรกษา พร้อมต่อยอดความสำเร็จสู่ แผนรีโนเวตโรบินสันอีก 7 สาขาในปี 2570 ได้แก่ โรบินสัน ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพชรบุรี ราชพฤกษ์ ปราจีนบุรี สกลนคร และพะเยา นอกจากนี้ ยังเตรียมรีโนเวตเพิ่มอีก 12 สาขา ในปี 2571 - 2572

อีกหมุดหมายสำคัญคือการเปิด “โรบินสัน หนองคาย” ในไตรมาส 3 ปี 2570 ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท บนที่ดิน 33 ไร่ รวมกว่า 300 แบรนด์ ปั้นแลนด์มาร์กรีเทลแห่งใหม่ รับโอกาสภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว บนทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อ ไทย–สปป.ลาว–จีน รองรับกำลังซื้อทั้งลูกค้าในพื้นที่และนักท่องเที่ยวข้ามแดน โดยปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าไปแล้วเกือบ 40% คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2570 พร้อมเดินหน้าขยายโรบินสันเพิ่มอีกปีละ 1 แห่งในปี 2571 และ 2572 เพื่อเสริมเครือข่ายและเจาะโอกาสเติบโตในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ

 

 

 

เปิดตัว “Ploen” ชูโมเดล Community-Centric Development ปักหมุดรังสิต สร้างคอมมูนิตี้มอลล์

โรบินสัน เสริมพอร์ตด้วย “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์โมเดลใหม่ ชูแนวคิด Community-Centric Development ใช้อินไซต์และความต้องการของชุมชนเป็นหัวใจในการพัฒนา ภายใต้คอนเซปต์ “From Everyday Essentials to Everyday Experiences” ต่อยอดจากวิถีการใช้ในชีวิตประจำวัน เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัว สู่ประสบการณ์ที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาใช้เวลาได้ทุกวัน ผสาน Tops ซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งถือเป็นแม็คเน็ตดึงคน ร้านอาหารแบรนด์โปรด ตลาดรวมร้านดัง ศูนย์รวมบริการที่ครบครัน พร้อมรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดด้วยจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เติมสีสันด้วยอีเวนต์ และแผนขยายพื้นที่ Co-Creation สำหรับพบปะ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเลือกทำเลที่เชื่อมต่อย่านที่อยู่อาศัย มีที่ดินรองรับการขยายตัว และวางแผนพัฒนาเป็นเฟสตามการเติบโตของชุมชน

โครงการแรก “Ploen รังสิต” เตรียมเปิดไตรมาส 3 ปี 2570 บนทำเลยุทธศาสตร์ที่เข้าถึงสะดวกจากถนนรังสิต–นครนายกและวงแหวนรอบนอก รับโอกาสจากฐานประชากรโดยรอบกว่า 879,000 คน และรายได้เฉลี่ยครัวเรือนประมาณ 39,646 บาทต่อเดือน ประเดิมพัฒนาส่วน Community Mall บนพื้นที่ 24 ไร่ ภายใต้มาสเตอร์แพลนที่ดินรวมกว่า 322 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท มีพื้นที่อาคารรวม 16,000 ตารางเมตร รวมร้านค้ากว่า 70 ร้าน ครอบคลุม Health & Wellness, IT และบริการเฉพาะทาง พร้อม Tops และ Sunday Playland เสริมแม่เหล็กด้านอาหารด้วย ร้านค้าในตลาดกว่า 220 ร้าน และร้านอาหารแบบ Dine-in กว่า 30 ร้าน ครบทั้งบุฟเฟต์ ร้านอาหารสุดฮิตรีวิวแน่น และโซนอาหารที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวบรวมแบรนด์ดัง ร้านยอดนิยม และร้านอร่อยของคนในพื้นที่ ปั้น Food Destination ที่ตอบโจทย์ตั้งแต่มื้อประจำวัน มื้อดึก ไปจนถึงมื้อสังสรรค์

Ploen รังสิต ยังมีแผนต่อยอดประสบการณ์ด้วยพื้นที่ Co-Creation ทั้งลานกิจกรรม ตลาดต้นไม้ และพื้นที่วิ่ง เชื่อมการจับจ่ายเข้ากับการพักผ่อนและแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ สร้างเหตุผลให้คนในย่านแวะมาได้บ่อย ได้ทุกวัน และใช้เวลาได้หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์และผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงฐานลูกค้าในชุมชน โดยโรบินสันวางแผนขยาย Ploen เพิ่มอีกปีละ 3 แห่งในปี 2571 และ 2572 รวมเป็น 7 แห่งภายในปี 2572

ปักหมุด “Riva” ชู Recreation-Led Retail Destination ประเดิม “Riva รามคำแหง” ปี 2571

โรบินสัน เปิดตัว “Riva” โมเดล “Recreation-Led Retail Destination” วางการพักผ่อนและกิจกรรมสันทนาการเป็นหัวใจในการพัฒนา ภายใต้แนวคิด “From Shopping to Leisure Living” ผสานธรรมชาติ อาหาร กิจกรรม เวลเนส และคอมมูนิตี้ สร้างไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ชวนผู้คนมาค้นพบสิ่งใหม่และใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและแลนด์สเคปที่มีเอกลักษณ์ พร้อมพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมที่เติมชีวิตชีวาให้โครงการ เชื่อมความสะดวกในทุกวันเข้ากับแบรนด์กระแสฮิตและประสบการณ์ใหม่ สร้างจุดยืนเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่โดยรอบ

Riva เสริมแม่เหล็กด้วย Dining Experience ที่คัดสรรทั้งร้านอร่อยระดับไอคอนของท้องถิ่น แบรนด์ไทยชื่อดัง และคอนเซปต์อาหารมาแรง ใช้เรื่องราวของอาหารเป็นเสมือนหนังสือเดินทางพาผู้คนออกไปยังที่ต่างๆ ควบคู่กับการปั้น Longevity Destination ที่เชื่อมการดูแลสุขภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ พร้อมชูแนวคิด “Every Brand, A Destination” เปิดพื้นที่ให้แบรนด์ถ่ายทอดตัวตนผ่าน Story-Driven Concept Store สร้างประสบการณ์เฉพาะที่ทำให้แต่ละร้านเป็นจุดหมายในตัวเอง เติมเหตุผลให้ลูกค้าอยากมาค้นพบและกลับมาใช้เวลาอย่างต่อเนื่อง

โครงการแรก “Riva รามคำแหง” เตรียมเปิดไตรมาส 1 ปี 2571 ปักหมุดทำเล “Future Gateway of East Bangkok” รับศักยภาพการเติบโตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก บนที่ดิน 24 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท มีพื้นที่อาคารรวม 54,000 ตารางเมตร พื้นที่ให้เช่ารวม 21,000 ตารางเมตร และร้านค้ากว่า 200 ร้าน ถ่ายทอดคอนเซปต์ผ่านการค้นพบความพิเศษในชีวิตประจำวัน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ และการสร้างช่วงเวลาที่มีความหมายร่วมกัน โดยโรบินสันเตรียมขยาย Riva เพิ่มอีกปีละ 1 แห่งในปี 2572 และ 2573 รวมเป็น 3 แห่งภายในปี 2573

ขับเคลื่อน Sustainable Growth สร้าง Positive Impact เชื่อมธุรกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม

ควบคู่กับการขยายพอร์ตธุรกิจ โรบินสัน วางแนวทางเรื่อง “ความยั่งยืน” เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการเติบโต เชื่อมธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ไปจนถึงชุมชนในทุกจังหวัดที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ พร้อมเดินหน้าด้านสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมาย Net Zero ของเซ็นทรัล รีเทล ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาดและประสิทธิภาพพลังงาน ด้วย Solar Rooftop ที่ติดตั้งแล้ว 25 สาขา  ตั้งแต่ปี 2560 - ปัจจุบัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้  163,238.50 tCO2 หรือทดแทนการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงกว่า 18,137,612 ต้น  และระบบ AI Chiller Plant Management ที่ใช้ IoT และ AI บริหารระบบปรับอากาศแบบเรียลไทม์ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านการนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ คัดแยกขยะ และต่อยอดวัสดุด้วยการรีไซเคิลและอัปไซเคิล รวมถึง การรองรับไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน ด้วยจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 30 จุด และการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เชื่อมประสิทธิภาพการบริหารศูนย์การค้าเข้ากับคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว

ความมุ่งมั่นดังกล่าวยังสะท้อนผ่านความสำเร็จของ โรบินสัน สาขาลพบุรีและสาขาชัยภูมิ ที่คว้ารางวัล “องค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 (CSR Award 2026)” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสาขาลพบุรีนำศักยภาพของศูนย์การค้ามาเป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมเพื่อชุมชน ขณะที่สาขาชัยภูมิผนึกกำลังกับโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดสายพันธุ์แฮสส์ในอำเภอเทพสถิต สร้างรายได้และต่อยอดสู่ชุมชนต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำ

“ก้าวต่อไปของโรบินสันคือการนำศักยภาพของทั้ง 3 โมเดลมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้ธุรกิจรีเทลไทย เราต้องกล้าคิด กล้าเปลี่ยน และสร้างประสบการณ์ที่ก้าวทันความคาดหวังของผู้คน พร้อมเปลี่ยนทุกทำเลให้เป็นโอกาส เปิดทางให้พันธมิตรและคู่ค้าเติบโต เติมเต็มชีวิตลูกค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้แข็งแกร่ง เรามุ่งให้ ‘Complete Retail Ecosystem’ เป็นพลังเชื่อมธุรกิจ ผู้คน และเมืองเข้าด้วยกัน เพราะความสำเร็จของเราต้องส่งต่อเป็นความสำเร็จของทุกภาคส่วน” นายเลิศวิทย์ กล่าวสรุป

 

หน้าแรก » การตลาด