วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 01:00 น.

การเมือง

ฝ่ายค้านฮึ่ม! จ่อวอล์คเอ้าท์ต่อ ไม่ร่วมลงคะแนนใหม่ญัตติกมธ.ศึกษาม.44

วันพุธ ที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.58 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 4  ธ.ค.2562 ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยตัวแทนจาก 7 พรรคฝ่ายค้าน ร่วมแถลงผลการประประชุมวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในวันนี้ในการพิจารณาญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมาตรา 44 นั้น เรื่องนี้มีการนับองค์ประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง และทำให้สภาฯ ล่มมาแล้ว 2 ครั้ง วันนี้ฝ่ายค้านอยากให้สภาฯ เดินหน้าต่อ ไม่อยากให้ติดหล่ม เพราะมีวาระสำคัญที่รอการพิจารณาอยู่ เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นฝ่ายค้านจึงมี 2 แนวทาง คือ 1.ให้รัฐบาลถอนญัตติที่ให้นับคะแนนใหม่ออก แล้วให้ยึดตามมติเดิมโดยการให้มีการตั้ง กมธ. ดังกล่าวขึ้น 2.มีการเสนอให้ฝ่ายค้านร่วมประชุม ให้ครบองค์และนับคะแนนใหม่  ซึ่งฝ่ายค้านได้มีการพูดคุยว่าจะไม่ให้เสียหลักการ และเกิดผลกระทบในอนาคต จึงมองว่าแนวทางที่ 1 ดีงามที่สุด 

ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่ถอนญัตติก็จะเกิดแนวทางที่ 3 คือ เราเคารพจุดยืนซึ่งกันและกันโดยเราจะยืนอยู่บนจุดยืนของเรา คือไม่ร่วมด้วย เป็นหน้าที่ของทางรัฐบาลต้องหาทางออกให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าทำได้ เพราะมือของรัฐบาลเยอะกว่าอยู่แล้ว ตนยอมรับความแตกต่างของจุดยืน แต่ต้องหาจุดร่วมของความแตกต่างที่มีให้ได้โดยวัดกันที่องค์ประชุม

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะคุมเสียงของฟากฝ่ายค้านไม่ให้ไปยกมือให้ทางรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะมีข่าวพรรครัฐบาลพยายามล็อบบี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน นายสุทิน กล่าวว่า เราไม่มั่นใจ เพราะการล็อบบี้ด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งหากจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยอมรับ  หากมีการยกมือให้ทางฟากรัฐบาล แล้วทำให้ฝั่งรัฐบาลชนะก็ถือว่าเราไม่สามารถควบคุมสมาชิกเราได้

นายสุทินกล่าวต่อว่า  เรื่องในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดิมวิปฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในช่วงปลายเดือนธ.ค. แต่มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้วิปฝ่ายค้านต้องเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไปเพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่างๆ โดยเฉพาะ กมธ.งบประมาณฯ  สมาชิกส่วนใหญ่ต่างทุ่มเทให้กับงานตรงนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจทำให้เกิดเป็นความพะวงได้ 

นอกจากนี้หากยื่นญัตติในช่วงเดือน ธ.ค. ยังเกรงว่าที่ประชุมจะบรรจุญัตติแล้วจะไปชนกับบรรยากาศช่วงคริสต์มาส หรือปีใหม่ด้วย ส่วนจะยื่นในช่วงใดนั้นจะพิจารณาต่อไป  ทั้งนี้เราไม่ต้องเร่งรีบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะนับตามสมัยประชุม ดังนั้นจะมีเวลาถึงวันที่ 28 ก.พ. 63 ทำให้จะได้มีเวลาทำงานขึ้นด้วย และต้องการให้รัฐบาลได้มีเวลาทำงานต่ออีกช่วงหนึ่ง เพราะเราอยากดูตอนจบว่าจะจบอย่างไร เช่น เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้หากเห็นว่ารัฐบาลทำงานดี เราอาจจะถอดเรื่องนั้นๆ ออก แต่หากเห็นว่ารัฐบาลทำงานล้มเหลวก็จะต้องนำมาอภิปราย และพูดคุยกัน