วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2563 17:52 น.

การเมือง

พปชร.หารือคณะทำงานรับศึกซักฟอก ตั้งทีมหนุนข้อมูล 30 คน

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 12.03 น.

วันที่ 16 ก.พ.2563 พรรคพลังประชารัฐมีการประชุมหารือร่วมกันของคณะทำงานวอร์รูมนอกสภา โดยเริ่มขึ้นในเวลา 10:00 น. เป็นการเตรียมข้อมูลให้กับ ส.ส.พลังประชารัฐ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 5 คน ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24-26 ก.พ.นี้ ในหัวข้อ "ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล"  

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ เปิดเผยว่าได้เชิญบุคคลที่มีความชำนาญหลายคน มาร่วมประชุมหารือเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อร่วมกันสนับสนุนให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในการตอบโต้และข้อมูลรวมถึงอภิปรายให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยคณะทำงานฯ มีนายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นประธาน มีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นรองประธาน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคฯ และบุคคลอื่นๆเป็น ผู้สนับสนุนรวม 30 คน

นายจำลอง มองว่า พรรคฝ่ายค้านโจมตีและเล่นงานพรรคพลังประชารัฐเพียงอย่างเดียว จึงอยากเข้ามาช่วยพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และอยากให้การอภิปรายมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน 

นายจำลองยังบอกอีกว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นญัตติตามฤดูกาล ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อได้วิเคราะห์ข้อมูลดูเหมือนจะรุนแรงแต่เนื้อหาดูเหมือนน้ำท่วมทุ่งมากกว่า เนื่องจากไม่ได้กล่าวถึงการทำงานในปัจจุบันแต่กล่าวถึงการปฏิวัติรัฐประหารมาก่อนหน้านี้

"เราจะเก็งข้อสอบล่วงหน้าให้กับรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดข้อมูลที่ดีที่สุดส่วนในสภาก็ประสานงานการเพื่อการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและยินดีที่จะประสานกับฝ่ายค้านรวมถึงประธานสภาเพื่อให้การอภิปรายครั้งนี้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"

นายจำลอง ยังบอกอีกว่าทีมผู้สนับสนุนจะทำการบ้านและมอนิเตอร์การประชุมตลอดเวลา โดยทีมงานจะเข้าเวรสลับสับเปลี่ยนมาดูการอภิปราย ตั้งแต่เริ่มอภิปรายกระทั่งสิ้นสุดการอภิปราย เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้ตลอดเวลา

เลขาธิการพรรคฯ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ อย่างเป็นข้อกล่าวหาที่เน้นทางการเมืองเป็นหลักแต่ไม่ได้เน้นข้อเท็จจริงทั้งหมดซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความตั้งใจที่จะให้พลังประชารัฐเป็นเป้าหมายทางการเมืองจึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยทางการเมืองในเข้ามารวมตัวกันเพื่อช่วยทำงานการเมืองของภาคและเป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธ์ที่ไม่ใช่การปริวาสอภิปรายแต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับบัตรประชารัฐที่จะเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาประเทศไทยได้

จากนั้น ได้มีการเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนทุกคนส่งข้อมูลที่จะให้ทางพรรคพลังประชารัฐต่อไป และเปิดสายด่วน 1350 พลังประชารัฐช่วยได้

"ราเมศ"ชี้อภิปรายไม่ไว้วางใจต้องแยกจากคดียุบพรรค  

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ประชาชารอฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็นกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารในสภาผู้แทนราษฏร เมื่อถึงเวลาการอภิปรายก็จะมีข้อมูลทั้งจากฝ่ายค้านและรัฐบาลที่หยิบยกมาอภิปรายกันในสภา ท้ายที่สุดคนที่ตัดสินได้ดีที่สุดคือประชาชนผมเชื่อในระบบการตรวจสอบ ให้กำลังใจทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน อภิปรายกันให้เต็มที่ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลที่นำมาอภิปรายกัน

ส่วนรัฐมนตรีทั้ง 7 ท่านของพรรค นั้นไม่ได้กังวลใจเพราะหากถูกพาดพิงก็ใช้สิทธิชี้แจงได้อยู่แล้ว ส่วนถ้าหากมีการอภิปรายรัฐมนตรีที่ไม่ไว้วางใจเกี่ยวโยงมาถึงรัฐมนตรีของพรรคในเรื่องการทำงาน ก็ใช้สิทธิชี้แจงอธิบายในเนื้องานที่ถูกพาดพิงได้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการต่อสู้กันในสภาด้วยข้อมูล การตรวจสอบที่ตรงประเด็น นำความจริงมาสะท้อนให้ได้มากที่สุด ส่วนประเด็นเรื่องยุบพรรคการเมืองให้รอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดีที่สุด เป็นคนละประเด็นกันกับเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

"อนุสรณ์"ชี้องครักษ์นอกจากวางบิลช่วยอะไรไม่ได้
 
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี การเตรียมรับมือองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่จะคอยประท้วงตลอดการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า การจัดทีมคอยประท้วงผู้อภิปรายของฝ่ายค้านเป็นแท็กติกเดียวที่ฝ่ายรัฐบาลมี และจะใช้ในการยับยั้ง ทำลายจังหวะการอภิปรายไม่ไว้วางใจของส.ส.ฝ่ายค้าน ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน หวังวางบิลสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ออกแอ็กชั่นเตรียมวางงานกันเต็มที่ ประชาชนเกิดคำถาม สุจริตคือ เกราะบัง ศาสตร์พ้อง ออกอาการลนลานกันขนาดนี้ เพราะไม่สุจริต มีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นหรือไม่ องครักษ์ที่จะคอยลุกขึ้นประท้วง ไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ เพราะประชาชนดูอยู่ อย่าฉุดการเมืองย้อนยุค น้ำเน่า เคารพประชาชน ฟังเสียงประชาชนให้มาก ข้อมูลที่ไหลมายังฝ่ายค้านไม่ขาดสาย มาจากทั่วทุกสารทิศ มั่นใจว่า ขนาดรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ยังจะไม่สามารถตอบได้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่จะคอยลุกขึ้นประท้วง จะเอาอะไรมาประท้วง ความกลัวทำให้เสื่อม ถ้ามั่นใจว่าโปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่มีอะไรต้องกลัว

"หยุดได้แล้วองครักษ์พิทักษ์พล.อ.ประยุทธ์ เพราะนอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ยังทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย " นายอนุสรณ์ กล่าว

"ผู้กองมาร์ค"ฉะ"บิ๊กตู่" 6 ปี ที่ผ่านมาทำอะไรเพื่อคนไทยบ้าง

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นหน้าที่ของ ส.ส. ฝ่ายค้านในระบบรัฐสภาฯ โดยจะมีการ อภิปรายคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลระหว่างวันที่ 24 – 27 ก.พ. นี้ ซึ่งในการอภิปรายครั้งนี้ มีความสำคัญ และจะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างมาก ซึ่งจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีให้เห็น อาทิเช่น จ่าทหารบกยิงกราดประชาชนที่โคราช เหตุกราดยิงที่บริเวณจุฬาซอย 10 และคนไทยฆ่าตัวตายเฉลี่ยวันละ 12 ราย ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยสถิติจากกรมสุขภาพจิต เผยให้เห็นว่า ในประเทศไทยตัวเลขการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.34 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดยพบว่าช่วงอายุ 25-59 ปี ซึ่งเป็นวัยแรงงานมีการฆ่าตัวตายมากที่สุดถึง 74.7% รองลงมาเป็นวัยสูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 22.1% และวัยเด็กอายุ 10-24 ปี 3.2% จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่า วัยทำงานซึ่งเป็นวัยที่ต้องต่อสู้ เลี้ยงดูครอบครัว แต่กลับต้องมาเสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งมีผลงานวิจัยสนับสนุน ให้เห็นว่าอาจเกิดจากพิษปัญหาเศรฐษกิจ และความเลื่อมล้ำทางสังคมที่สั่งสมมาโดยตลอดระยะเวลา 6 ปี 

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ประชาชนตั้งคำถามในใจว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น  รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เคยทำอะไรที่สำเร็จ เป็นรูปธรรมบ้าง ดังนั้นตนจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนมาร่วมกัน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การอภิปรายในครั้งนี้ได้ที่ #ประชุมสภา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่าง พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

หน้าแรก » การเมือง