วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 13:02 น.

การเมือง

คลายล็อกเฟส 3! ลดเคอร์ฟิว 5 ทุ่มถึงตี 3 แง้มนวด สปา โรงหนัง

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 11.57 น.

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2563 เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ พร้อมรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ซึ่งส่วนใหญ่อาจเป็นกิจกรรมและกิจการที่มีความเสี่ยงที่จะแพร่ระบาดอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงสูง อาทิ โรงภาพยนตร์ทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า รวมถึงโรงละคร โรงมหรสพ ร้านนวดแผนโบราณ ซึ่งต้องปรับรูปแบบการให้บริการอย่างเหมาะสม และเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
          
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมจะพิจารณาการปรับเวลาเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร ซึ่งคาดว่าจะปรับลดเวลาลงอีก 1 ชั่วโมง เป็น 23.00-03.00 น. จากปัจจุบัน 23.00 - 04.00 น. เพื่อให้ประชาชนดำรงชีพและประกอบอาชีพได้สะดวกมากขึ้น
          
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณากำหนดมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 3 ขอให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และเมื่อประกาศมาตรการผ่อนคลายแล้วขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจวิธีคิด เหตุผลในการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมใดๆ และมาตรการบริหารในพื้นที่ ตลอดจนตรวจติดตาม และเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
          
ในส่วนของการเตรียมการเปิดสถานศึกษา และเปิดการเรียนการสอน ต้องพิจารณา ความพร้อมในทุกด้าน บุคลากร ครู และอุปกรณ์การเรียนการสอนให้พร้อม ส่วนระบบการเรียน online ก็จะเป็นการใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาส พัฒนาการเรียน online สำหรับพื้นที่ห่างไกล จุดเปราะบาง ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเมืองกับชนบท
          
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงเจตนาของการขยายการใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินรัฐบาลทำเพื่อให้การบริหารสถานการณ์ในภาพรวมของ ศบค. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ หากสถานการณ์ดีขึ้นในระยะ 4 อาจจะมีการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ
          
อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ไว้ เพื่อเตรียมพร้อมในการดำเนินมาตรการต่ออย่างราบรื่น เพื่อให้ควบคุมสถานการณ์ต่อไปได้ ดำเนินมาตรการรองรับในขั้นตอนต่อ ๆ ไปได้ เช่น การใช้ พ.ร.บ. โรคติดต่อ

หลังจากนั้นนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานมีมติให้ปรับลดเวลาเคอร์ฟิวมาเป็น 23.00-03.00 น. โดยมีเหตุผลในเรื่องของการขนส่งข้ามจังหวัด          

ส่วนกิจการที่ผ่อนคลายเพิ่มเติม อาทิ ร้านนวดแผนไทย สปา แต่ยังยกเว้นสถานประกอบกิจการอบไอน้ำ ส่วนโรงภาพยนตร์ เปิดได้แต่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมไม่เกิน 200 คนต่อรอบ พร้อมทั้งขยายเวลาปิดห้างสรรพสินค้าเป็น 21.00 น. โดยศบค.ยังให้คงมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ การเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรทุกช่องทาง

สำหรับการเปิดโรงเรียน ที่ประชุมศบค. ยังคงกำหนดไว้วันที่ 1 ก.ค. 63 แต่ได้มอบหมายให้รมว.ศึกษาธิการ ไปประเมินความพร้อมของสถานศึกษาแต่ละแห่ง และเสนอต่อที่ประชุม ศบค.อีกครั้งในวันที่ 15 มิ.ย.นี้  ขณะที่ผับ บาร์ สนามมวย จะพิจารณาผ่อนคลายในระยะที่ 4 ต่อไป

ขณะที่พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยผลการพิจารณาของที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ระยะที่ 3 ผ่อนปรน กลุ่มกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย มีดังต่อไปนี้
          กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต
          1. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เปิดได้ถึง 21.00 น.
          2. ศูนย์การแสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ จำกัดเข้าพื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตร.ม. และเปิดได้ถึง 21.00 น.
          3. สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง งดการจัดกิจการที่มีผู้คนมาชุมนุมหนาแน่นและไร้ระเบียบ
          4. ร้านเสริมสวยทั้งบุรุษและสตรี ให้เปิดได้เหมือนปกติ สามารถทำสีผมได้ แต่ต้องใช้เวลาภายใน 2 ชั่วโมง ห้ามนั่งรอในร้าน
          5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน ให้เจ้าหน้าที่มาประกอบอาหารและเครื่องดื่มสำหรับให้ผู้ปกครองมารับไปให้เด็กเท่านั้น
          กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพและสันทนาการ
          6. คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม สถานที่สักหรือเจาะผิวหนัง เว้นบริเวณใบหน้า และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
          7. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า โดยใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง (งดการอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำ และกิจการอาบน้ำ อาบอบนวด)
          8. สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ทั้งนอกและในห้างสรรพสินค้าทำได้ทั้งหมด แต่จำกัดเวลาการใช้ จำกัดผู้เข้าเล่นแบบรวมกลุ่ม งดอบตัวและอบไอน้ำแบบรวม
          9. สนามกีฬาเพื่อออกกำลังกายหรือฝึกซ้อม ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล และวอลเวย์บอล ไม่มีการแข่งขัน มีผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 10 คน ไม่นับผู้เล่น
          10. สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง สเก็ต โรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ให้เฉพาะการออกกำลังกายหรือการฝึกซ้อม
          11. สถาบันลีลาศ หรือสอนลีลาศ
          12. สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา หรือกิจกรรมทางน้ำในบึง เช่น เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ บานาน่าโบ๊ต แต่ต้องไม่เป็นการแข่งขันและจำกัดผู้เล่น
          13. โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ จำกัดไม่เกิน 200 คน โดยโรงมหรสพเปิดเฉพาะลิเก ลำตัด การแสดงพื้นบ้าน (งดแสดงดนตรี คอนเสิร์ต) ทั้งนี้ โรงภาพยนตร์ สามารถนั่งเป็นคู่ได้ แต่ต้องสวมใส่หน้ากาก
          14. สวนสัตว์ หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ จำกัดผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่ม  

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19 ) หรือศบค. แถลงภายหลังประชุม ศบค.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.หกลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. ได้กล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมมือกันทำงานในการควบคุมโรคและป้องกันโรค ซึ่งผลที่ออกมาก็ได้รับคำชมจากต่างประเทศ
          
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า  นายกฯ ระบุถึงการขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เพราะเหตุผลเพื่อให้การบริหารสถานการณ์ในภาพรวมของศบค.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเอกภาพ และอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจในเรื่องเจตนาของการขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากสถานการณ์ดีขึ้นจะมีการขยายขึ้นไปในระยะที่ 4 คือการพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป ซึ่งก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการให้ต่อเนื่องราบรื่นและควบคุมสถานการณ์ต่อไปให้ได้ เช่น ต้องมาตรการรองรับพ.ร.บ.โรคติดต่อ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่จะมาทดแทนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯ ก็ได้ฝากคณะกรรมการเชื่อมต่องานหากไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว

หน้าแรก » การเมือง