วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 10:10 น.

การเมือง

6 มิ.ย.ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย จากสถานที่กักกัน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

วันเสาร์ ที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 12.01 น.

วันที่ 6 มิ.ย.2563   พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือผู้ช่วยโฆษก ศบค.โดยวันนี้มีรายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย รวมกลับบ้านแล้ว 2,971 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 75 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 58 ศพ ขณะที่ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,104ราย
          
พญ.พรรณประภา กล่าวต่อว่า ผู้ติดเชื้อ 2 รายในวันนี้ ที่ตรวจพบ ทั้งสองรายเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเข้ามาไทย โดยรายแรกเดินทางกลับจากรัสเซีย เป็นนักศึกษาชาย อายุ 22 ปี เข้าระวังที่สถานกักตัว จ.ชลบุรี อีกรายเป็นพนักงานทำงานโรงงานจากประเทศคูเวต กลับมาไทยเมื่อ 24 พ.ค. เข้าพักในสถานกักตัว ที่ กทม. ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ราย ไม่มีอาการที่แสดงออก ทำให้ผู้ติดเชื้อในประเทศ ติดเชื้อ 0 ราย เป็นวันที่ 12 ติดต่อกันแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี

พญ.พรรณประภากล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ป่วยสะสมรวม 6.84 ล้านคน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 1.46 แสนราย ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 พันราย ส่งผลยอดเสียชีวิตรวม 398,146 ราย โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยมากที่สุดสะสมเกือบ 2 ล้านราย เป็นรายใหม่มากถึง 41,657 ราย ซึ่งจากเดิมจะอยู่ที่ 2 หมื่นปลายๆ ถึง 3 หมื่นราย แต่วันนี้กลับมาเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่อินเดียจำนวนผู้ป่วยขยับขึ้นจากอันดับ 7 มาเป็นอันดับ 6 ของโลกแล้ว ส่วนประเทศไทยคงที่ที่ 80 ของโลก
          
พญ.พรรณประภากล่าวว่า สำหรับประเทศเกาหลีใต้ เจอผู้ป่วยยืนยัน 39 iย แบบกลุ่มหรือคลัสเตอร์ โดยไม่แสดงอาการ ซึ่งเกาหลีใต้รายงานว่า 25-35% ของผู้ป่วยในประเทศ เป็นผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ สอดคล้องกับประเทศไทยที่ระยะหลังเราก็พบผู้ป่วยไม่แสดงอาการในสถานกักกันของรัฐเช่นกัน ซึ่งการที่เราไม่ทราบว่าเราติดเชื้อ หรือไม่ทราบว่าคนอื่นติดเชื้อ การสวมหน้ากากทุกคนจะช่วยป้องกันเราไม่ให้ไปติดคนอื่น หรือป้องกันไปรับเชื้อจากคนอื่นมา
         
เมื่ถามถึงกรณีการไปสถานที่ต่างๆ ที่มีความหนาแน่น พญ.พรรณประภากล่าวว่า จากการล็อกดาวน์ปิดกิจการ สถานที่ท่องเที่ยว จนสร้างความเครียดให้ประชาชน หลังมีการผ่อนคลายระยะที่ 1-3 มีกิจการและสถานที่ท่องเที่ยวเปิดให้บริการมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ดีจะได้ออกไปผ่อนคลาย คลายเครียด ครอบครัวได้ออกไปใช้เวลาร่วมกัน และกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ที่มีแต่คนไทยกันเองช่วยกันได้ แต่ที่ต้องเน้นย้ำคือ การออกไปท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงผู้คนในพื้นที่ด้วย เวลาไปที่ท่องเที่ยวแล้วอยู่ในที่คนเอยะ อาจจะรู้สึกเครียด กลัวการติดเชื้อ หรือไม่ สัมผัสใกล้ชิดหรือไม่ การเว้นระยะห่าง เลือกสานที่ท่องเที่ยวคนไม่แออัดมาก ไปในสถานที่คนยังไม่เยอะมาก หรือรอก่อนให้คนอื่นเที่ยวไป่อน ก็จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ หากไปจริงๆ คือการสวมหน้ากาก งดการสัมผัสใบหน้า ล้างมือบ่อยๆ ลดไปสถานที่แออัด
          
เมื่อถามถึงกรณีการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะที่ต้องหมั่นเช็กอินเช็กเอาต์ พญ.พรรณประภากล่าวว่า ช่วงแรกอาจจะไม่คุ้นชิน ต้องถือมือถือไปสแกนตลอด แต่สิ่งที่จำเป็นคือการเช็กอินผ่านไทยชนะ เป็นสิ่งสำคัญตัวแอปฯ จะช่วยประเมินความหนาแน่นประชากรที่นั้นได้ จะได้รู้ว่าตำแหน่งนั้นมีผู้ใช้งานหนาแน่นหรือไม่ หากคนไปเยอะก็อาจยังไม่ไปหรือไปที่อื่นก่อน และเป็นตัวบอกว่าเราเข้าไปในพื้นที่เวลาไหน และหากมีการติดเชื้อที่ไปในช่วงเวลาเดียวกัน กรมควบคุมที่เก็บข้อมูล 60 วัน มีดอกาสติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดมาตรวจคัดกรองโรคและรักษาได้ทันท่วงที
          
ส่วนการเช็กเอาต์ หลายคนเช็กอินแต่ลืมเช็กเอาต์ เพราะเมื่อเราเข้าไปแล้ว คนอื่นจะเห็นว่าพื้นที่หนาแน่น ถ้าไม่เช็กเอาต์เราจะอยู่ในร้านนั้นตลอก หนานแน่นตลอ ไม่เปิดให้คนอื่นเข้ามาใช้บริการ จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีคนไปใช้านได้มากขึ้น ได้จำนวนแท้จริง ช่วยกำหนดเวลา เราจะไม่รู้ว่าราใช้เวลาในร้านนานเท่าไร หากมีผู้ติดเชื้อมาหลังเราเช็กเอาต์ก็จะไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งบางทีอาจเจอหลังผ่านไป 7-10 วัน ซึ่งเราอาจจำไม่ได้ว่าเราไปไหนมาไหน อยู่นานเท่าไร จะเป็นตัวช่วยในการจดจำ
  

หน้าแรก » การเมือง