วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563 23:48 น.

การเมือง

"บิ๊กตู่" แถลงวอนทุกฝ่ายเลิกเล่นการเมืองแบบเก่า ร่วมมือแก้วิกฤติเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 18.28 น.

"บิ๊กตู่"แถลง​วอนทุกฝ่ายเลิกเล่นการเมืองแบบเก่า ร่วมมือแก้วิกฤติเศรษฐกิจ แจงปรับ ครม.ระดมคนเก่งพุ่งเป้าฝ่าวิกฤติ พร้อมมอบ 5 งานดูแลประชาชน

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2563  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์เรื่องคณะรัฐมนตรีใหม่ และการเดินหน้าประเทศ โดยระบุว่า เมื่อวานนี้ รัฐมนตรีใหม่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญานตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย รัฐมนตรีใหม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในประเทศไทย          

ที่ผ่านมา พวกเราได้ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับโควิดจนสำเร็จได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังต้องสู้กันต่อไปอีก เพราะปัญหาโควิดในโลกยังไม่จบ ความร่วมมือกันของทุกคนในช่วงที่ผ่านมา ได้รักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้นับหมื่นชีวิต นอกจากนั้น ความร่วมมือกันของพวกเราทุกคน ยังช่วยรักษาเงินของประเทศเอาไว้เป็นพันๆ หมื่นๆ ล้าน ไม่ต้องถูกเอาไปใช้กับการจัดหายาและอุปกรณ์ทางสาธารณสุขมารักษาผู้ป่วย ทำให้ตอนนี้เราสามารถนำเงินนั้นมาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้หลายล้านครอบครัว
          
"ประเทศไทยเรา คงรับไม่ไหว หากมีการล้มตายของคนเป็นหมื่นๆ เหมือนที่เกิดในหลายประเทศ นั่นคือเหตุผลที่ผมยังต้องให้ความสำคัญกับการดูแลและป้องกันวิกฤตสาธารณสุขต่อไปอีก เพราะนั่นก็ส่งผลต่อเรื่องเศรษฐกิจด้วย ตอนนี้ การจัดการกับวิกฤติเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก"นายกรัฐมนตรีกล่าว
          
พร้อมเชื่อว่า วิกฤติเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญอยู่ จะไม่หายไปได้ในเร็ววัน ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากต่างคาดการณ์ว่าจะต้องทนทุกข์กับวิกฤตนี้ไปจนถึงปลายปีหน้า เมื่อทั้งโลกต้องเจ็บหนักกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายกว่าครั้งไหน ประเทศไทยก็ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสนี้ด้วย เพราะเศรษฐกิจไทยเชื่อมอยู่กับเศรษฐกิจโลกอย่างมาก เราพึ่งพานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเราทำการค้าขายกับทั่วทุกมุมโลก เมื่อเราอยู่ในพายุวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังโหมกระหน่ำ เราเองก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ ซึ่งดูแล้วว่า เศรษฐกิจประเทศไทยจะเริ่มกลับมาเป็นปกติได้ ก็ต่อเมื่อประเทศอื่นๆ ในโลกเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติด้วย
          
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ทำได้ คือการให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน และทำทุกอย่างที่จะช่วยเหลือประชาชนให้อยู่รอดได้ ในช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ เราต้องให้คนที่เก่งที่สุดจากทุกภาคส่วน และจากทุกระดับของสังคม ได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถ ทำงานร่วมกัน เพื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิดนี้ไปให้ได้ และมากกว่าแค่ผ่านพ้นวิกฤตโควิด คือ ตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อวางแผน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการทำงานแบบ new normal ที่เรียกว่า รวมไทยสร้างชาติ
          
"ส่วนหนึ่งของรวมไทยสร้างชาติ คือการเปิดโอกาสให้คนเก่งๆ ในประเทศของเรา ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนได้ทำงานร่วมกัน ได้ใช้ความรู้ความสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศ ผมจึงได้ตัดสินใจเชิญผู้มีความสามารถ ซึ่งเป็นคนนอก ที่ไม่ได้มาจากภาคการเมือง เข้ามาเป็นรัฐมนตรีใหม่" นายกรัฐมนตรีกล่าว
           
พร้อมระบุว่า ยินดีที่จะทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้อย่างดีที่สุด แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจากพรรคร่วมมาช่วยกันทำงานรับใช้ประเทศ และดีใจที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องเปิดกว้างในสถานการณ์นี้ เพราะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ไม่แพ้เรื่องสาธารณสุข ทำให้ตนตัดสินใจเลือกแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยไม่ได้มองว่าอยู่ในการเมืองหรือไม่ ให้เข้ามาบริหารงานด้านเศรษฐกิจ โดยแต่ละท่านเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพในเรื่องเป็นผู้มีจริยธรรม และมีประวัติการทำงานที่โดดเด่น ในฐานะมืออาชีพมาอย่างยาวนาน
          
โดยแนวทางที่มอบให้รัฐมนตรี มี 5 อย่างที่ต้องทำเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ประกอบด้วย
          
งานที่ 1: เยียวยาความเจ็บปวดที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ต่อไปอีก โดยเฉพาะกลุ่ม SME และประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องตกงานในช่วงที่ผ่านมา
          
งานที่ 2: แก้ปัญหาต่างๆ ในแนวทางที่จะช่วยประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องตระหนักอยู่เสมอว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกจะยังคงอยู่ต่อไปอีกนาน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เงินเยียวยากันไปตลอด ดังนั้นต้องเริ่มทำโครงการที่จริงจัง เตรียมการที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้ได้อย่างยั่งยืน เมื่อโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เราต้องทำโครงการที่ถูกต้อง ตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ และต้องใช้เงินที่มีอยู่อย่างเหมาะสม และให้ความช่วยเหลือไปถึงคนที่ต้องการจริงๆ โดยใช้กลไก โครงสร้าง คณะกรรมการ และศูนย์บริหารสถานการณ์ที่มีการทำงานบูรณาการกัน ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
          
งานที่ 3: สร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจต่างๆ ยังคงการจ้างงานต่อไป และให้ธุรกิจต่างๆ ใช้ช่วงเวลานี้ พลิกองค์กรของตัวเองให้กลายเป็นองค์กรที่มีประสิทธภาพและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น
          
งานที่ 4: มีแผนเรื่องการจ้างงานคนรุ่นใหม่ นักศึกษาจบใหม่จำนวนมากกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน
          
งานที่ 5: คือ งานที่เกี่ยวกับการทำงานต่างๆ เหล่านี้ จะต้องทำด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกคนในสังคมมีบทบาทหน้าที่ที่จะช่วยกันนำพาประเทศก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปให้ได้
          
"การแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด โดยไม่ได้มองว่าอยู่ในการเมืองหรือไม่ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นส่วนหนึ่งของรวมไทยสร้างชาติ และตอนนี้ ผมกำลังเดินหน้าดึงผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่อยู่ในภาคส่วนอื่นๆ ของสังคม ให้มาช่วยกันคิดและขับเคลื่อนประเทศด้วย" นายกรัฐมนตรีกล่าว
          
พร้อมระบุว่า ในช่วงเดือนนี้และเดือนหน้า จะเริ่มทำ workshops กับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งจะเข้ามานำเสนอวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนภาคส่วน นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับโอกาส และมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคส่วนนั้นๆ ให้เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น โดยตนจะเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอของทุกภาคส่วนด้วยตัวเอง
          
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สิ่งที่ต้องการสำหรับประเทศไทย คือ เมื่อถึงเวลาที่วิกฤตโควิดเริ่มหายไป ประเทศไทยของเราจะไปอยู่ในจุดที่จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสการจ้างงานมหาศาล และทำให้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่ดีขึ้นกว่าก่อนที่โควิดจะเกิดด้วยซ้ำ
          
"บทบาทของผมคือ ผมต้องการเข้าใจประเด็นต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อสั่งการให้ภาครัฐให้การสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และให้ภาครัฐช่วยกำจัดอุปสรรคที่ดึงรั้งภาคส่วนต่างๆ เอาไว้ การร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกันของเรา จับมือหารือกันอย่างสร้างสรรค์ วางแผน และลงมือทำ นี่คือหนทางที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากปัญหาที่ถ่วงประเทศไทยเอาไว้มาอย่างยาวนาน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
          
พร้อมมองว่า การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งกีดขวางการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นสิ่งที่ควรจะมีอยู่แค่ในอดีต เราต้องหยุดพูดคำว่า "พวกเขา" หรือ "พวกเรา" คนที่พูดว่า "ฉันไม่ฟังเขา เพราะเขามีความเชื่อต่างกับฉัน" หรือ "ฉันจะไม่ไปเจอเค้า เพราะเค้ามีความเชื่ออีกทางหนึ่ง" เป็นคนที่ยังติดอยู่ในโลกการเมืองของเมื่อวาน เป็นยุคที่ผ่านไปแล้ว แนวคิดแบบ พวกเขา-พวกเรา ไม่ควรจะมีที่ยืนอีกต่อไปในโลกปัจจุบัน ควรจะมีแต่คำว่า "คนไทยด้วยกัน"
          
สิ่งสำคัญของทุกวันนี้ คือ ความยุติธรรมในสังคม ความเสมอภาคภายใต้กฏหมายเดียวกัน ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสที่จะทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นได้ และมีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพของตัวเอง โดยไม่เกี่ยวกับนามสกุล ฐานะทางการเงินของครอบครัว หรืออายุ เราต้องเชื่อว่าคนทุกคนเกิดมามีแต่ความดีอยู่ในตัว ซึ่งตนก็เชื่อแบบนั้นเช่นกัน
          
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โลกยุคใหม่ ต้องการให้พวกเราเรียนรู้ที่จะทำงานด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว เป็นทีมเดียวกัน แม้ว่าเราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เราต้องร่วมกันให้คำนิยามการเมืองแบบใหม่ และทำลายการเมืองแบบเดิมที่แบ่งแยก สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราต้องแบ่งปันความคิดซึ่งกันและกันได้ และเราต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงมุมมองและสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา เพื่อช่วยประเทศ  
          
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้คำแนะนำกับ รมว.คลังคนใหม่ ให้เชิญมันสมองชั้นยอดของประเทศเข้ามาพบกัน เพื่อพูดคุยมุมมองความคิดของแต่ละท่าน ในการบริหารจัดการสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่ โดยบุคคลที่จะเชิญเข้ามานั้น ควรจะมีคนที่เคยอยู่ในรัฐบาลอื่น หรือเป็นคนที่อาจจะมีแนวทางทางการเมืองที่แตกต่างกัน
          
"นี่คือแนวทางที่ผมได้มอบให้คณะรัฐมนตรีใหม่ คณะรัฐมนตรีที่ต้องรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งวันนี้ ขอพูดต่อหน้าประชาชนคนไทยทุกคนว่า กรุณาปฏิเสธความเกลียดชัง และการแบ่งแยกทางการเมือง ขอให้ปฏิเสธการเมืองแบบเก่า ที่แพร่กระจายเชื้อโรคของความแตกแยก ระหว่าง ความเชื่อที่แตกต่าง คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า คนรวย-คนจน หรือความแตกต่างอะไรก็ตามที่ถูกใส่เข้ามาในสังคมของเรา อนาคตเป็นของคนรุ่นใหม่ และอนาคตก็อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ ให้คนรุ่นใหม่แสดงออกมาให้ทุกคนเห็นว่า เขามีพลังที่จะเดินหน้าประเทศ ไปในเส้นทางที่จะร่วมแรงร่วมใจกันทุกคนทุกฝ่าย ก้าวข้ามความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง เพื่อช่วยแก้ปัญหาปากท้องในปัจจุบัน และก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น" นายกรัฐมนตรีกล่าว
          
พร้อมระบุว่า เราจะต้องอยู่เหนือการโต้เถียงกันและต้องอยู่เหนือการเมือง เพราะมีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากรออยู่ตรงหน้า นั่นคือความอยู่รอดในการหาเลี้ยงชีวิตของคนนับล้านๆ ที่กำลังเดือดร้อนจากหายนะของโควิด เมื่อเราได้เห็นว่าการร่วมแรงร่วมใจกัน ลงมือทำงานด้วยกันได้ช่วยทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดการกับโควิดได้ดีที่สุดในโลก เชื่อว่าเราก็สามารถทำแบบเดียวกันนั้นได้กับการจัดการวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งหนทางเดียวก็คือการจับมือกันและทำงานด้วยกัน เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศของเรา เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เพื่อลูกหลานของเรา นั่นคือภารกิจที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

หน้าแรก » การเมือง