วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 02:31 น.

การเมือง

อ.ส.ค. ออกหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมกรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมค้างสต็อก โดยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่นำออกจำหน่ายเป็น นมที่หมดอายุแล้ว ไม่ใช่นมใกล้หมดอายุหรือยังสามารถบริโภคได้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.50 น.

อ.ส.ค. ออกหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมกรณีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมค้างสต็อก โดยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่นำออกจำหน่ายเป็น นมที่หมดอายุแล้ว ไม่ใช่นมใกล้หมดอายุหรือยังสามารถบริโภคได้ พร้อมระบุว่าการบริหารจัดการเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและทำลายสินค้า ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการจำหน่ายในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

องค์​การส่งเสริมกิจการโคนมแห่ง​ประเทศไทย​(อ.ส.ค.) ระบุว่า ผลิตภัณฑ์นมที่จำหน่าย​ออกไปเป็นสินค้าที่มีอายุการจำหน่าย เมื่อหมดอายุแล้วไม่สามารถนำกลับมาจำหน่ายเพื่อการบริโภคได้อีก โดยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ผลิตปุ๋ย หรืออาหารสัตว์ และต้องไม่กลับเข้าสู่ห่วงโซ่การบริโภคของประชาชน ทั้งยังยืนยันว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ขององค์กร เกษตรกร และประเทศชาติเป็นสำคัญ

นางวัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้ทำหนังสือชี้แจงถึงนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับเหตุผลและความจำเป็นในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมคงคลัง โดยระบุว่า ผลิตภัณฑ์นมที่จำหน่าย​ออกไปเป็นสินค้าที่มีอายุการจำหน่าย เมื่อหมดอายุแล้วไม่สามารถนำกลับมาจำหน่ายเพื่อการบริโภคได้อีก โดยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ผลิตปุ๋ย หรืออาหารสัตว์ และต้องไม่กลับเข้าสู่ห่วงโซ่การบริโภคของประชาชน ทั้งยังยืนยันว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ขององค์กร เกษตรกร และประเทศชาติเป็นสำคัญ

ทั้งนี้อ.ส.ค. มีผลิตภัณฑ์นมหมดอายุคงคลังประมาณ 15,000 พาเลท ใช้พื้นที่จัดเก็บราว 30,000 ตารางเมตร ส่งผลให้มีภาระค่าเช่าคลังสินค้าประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่หากดำเนินการทำลายสินค้าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 6.75 ล้านบาท ซึ่งการจำหน่ายสินค้าแบบเหมาล็อตจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายขององค์กรได้ไม่น้อยกว่า 8.25 ล้านบาท และทำให้ อ.ส.ค. มีรายได้เงินสดกลับคืนประมาณ 5 ล้านบาท อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม กลิ่น และสุขอนามัยจากการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพไว้เป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม แม้ อ.ส.ค. จะชี้แจงเหตุผลของการจำหน่ายแล้ว แต่ฝ่ายกำกับดูแลยังเห็นว่า​ จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด​ว่า​ การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบของรัฐวิสาหกิจหรือไม่

นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นมที่จำหน่ายถือเป็นทรัพย์สินของภาครัฐ การดำเนินการใดๆ จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบของทางราชการ โดยเฉพาะการจำหน่ายทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งโดยหลักควรผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามกระบวนการที่โปร่งใส

"นมที่มีการจำหน่ายถือว่า​ เป็นทรัพย์สินของภาครัฐ การจะดำเนินการอะไรจะต้องมีขั้นตอน นมกล่องที่หมดอายุก็ถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ จะทำอะไร​โดยพลการ​ไม่ได้​ ก็ให้สรุปข้อมูลมาใหม่ ตามคำสั่งรัฐมนตรีวัชระพล วันที่ 29 มิถุนายน ผมจะนำคณะลงไปตรวจสอบและให้ผู้บริหาร​อ.ส.ค.​ ชี้แจงรายละเอียด" นายธีระชัยกล่าว

นายธีระชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมคงคลังเท่านั้น แต่จะตรวจสอบฐานะทางการเงิน ทรัพย์สิน และภาระหนี้สินของ อ.ส.ค. ทั้งหมด เพื่อให้เห็นสถานะที่แท้จริงขององค์กร โดยจะมีการตรวจสอบหนี้ค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่สหกรณ์โคนม หนี้ค่ากระดาษสำหรับผลิตกล่องบรรจุนม และหนี้สินอื่นๆ ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานว่ามีมูลค่ารวมมากกว่า 3,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะใช้ผลการตรวจสอบเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางฟื้นฟู อ.ส.ค. เพื่อให้รัฐวิสาหกิจด้านโคนมของประเทศสามารถกลับมาดำเนินงานได้อย่างมีเสถียรภาพ เป็นที่พึ่งของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ทั้งด้านการรับซื้อน้ำนมดิบ การพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง