การเมือง
"ครูจุ๋ม"ทำร้ายเด็ก! สะท้อนบิดเบี้ยวโครงสร้างการศึกษาไทย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
"มาดามเดียร์" ชี้ "ครูจุ๋ม" ทำร้ายเด็กสะท้อนความบิดเบี้ยวโครงสร้างการศึกษาไทย แนะรัฐออกนโยบายรอบคอบ หลังยกเว้นภาษีธุรกิจโรงเรียนเป็นช่องว่างให้เจ้าของทำกำไรมากกว่าพัฒนาเยาวชน ขณะที่ "วิโรจน์" บอกผิดหวังรมต.ศึกษาฯ ทางด้าน "ร.ร.สารสาสน์"ไล่ครูออกทั้งห้อง"ครูจุ๋ม"โล๊ะผู้บริหารยกชุด
วันที่ 28 ก.ย.2563 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวต่อกรณี น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ ครูจุ๋ม ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กนักเรียนอนุบาล 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ระบุว่า ผู้ปกครองทุกคนคงคิดไม่ต่างกันแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวของโครงสร้างการศึกษาไทยที่ไม่ควรให้เกิด การค้ากำไรเกินควรด้านการศึกษา ซึ่งหากย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2561 คงจำกันได้ว่ามีโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งที่เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในครั้งนั้นก็มีนักวิชาการหลายท่าน รวมจนถึงบุคลากรทางการเมืองออกมาคัดค้านการอนุมัติของ กลต. ที่องค์กรด้านการศึกษาจะมาเป็นองค์กรที่มุ่งแสวงหาผลกำไรเป็นที่ตั้ง เพราะการดำรงอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะต้องเป็นองค์กรที่แสวงหากำไร Maximize profit
น.ส.วทันยา ระบุด้วยว่า ในกรณีธุรกิจค้าขายทั่วไปคงเป็นเรื่องปกติแต่ธุรกิจหรือองค์กรด้านการศึกษาเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นอนาคตของชาติ จึงเป็นเรื่องที่หน่วยงานทุกภาคส่วนของรัฐต้องให้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง
"รัฐบาลได้มีนโยบายยกเว้นภาษีธุรกิจโรงเรียนเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินที่ต้องนำมาเสียภาษีให้รัฐไปใช้ในการพัฒนาเยาวชน แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับกลายเป็นช่องทางที่นักธุรกิจเห็นโอกาสในการทำกำไรจากนโยบายของภาครัฐ ดังนั้นการออกนโยบายของรัฐในแต่ละครั้งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องออกนโยบายให้รอบคอบและรัดกุมถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาในอนาคต" น.ส.วทันยาระบุ
นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า การสนับสนุนนโยบายการศึกษาของภาครัฐที่ต้องการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนขับเคลื่อนระบบการศึกษานับเป็นนโยบายที่ดี แต่รัฐเองได้เตรียมความพร้อมในการป้อนบุคลากรเข้าสู่ระบบไว้เพียงพอหรือยัง? และนั่นจึงเป็นที่มาของคุณครูวุฒิ ม.6 ที่ขาดการพัฒนาวุฒิภาวะให้เหมาะสมต่อวิชาชีพครู ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ต่ออนาคตของชาติ
"วิโรจน์" บอกผิดหวังรมต.ศึกษาฯ
ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นระบุว่า กรณีการที่ครูจำนวนไม่น้อย ใช้ความรุนแรงอย่างป่าเถื่อน และกระทำทารุณกรรมต่อเด็กในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเฆี่ยนตี การขู่ตะคอก จิกผม ผลักหัวจนล้ำคะมำ ฯลฯ ที่เศร้าที่สุดของดวงใจพ่อแม่ และเด็ก ก็คือ การไม่เห็นท่าทีในการออกมาปกป้องเด็กที่ชัดเจนของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลย โคตรผิดหวังกับ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ คุณจะปล่อยให้เด็กถูกกระทำแบบนี้ในโรงเรียนไม่ได้ คุณจะปล่อยให้พ่อแม่ ต้องหัวใจแหลกสลาย และต้องต่อสู้เพื่อปกป้องลูก ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของพวกเขา อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ต่อไปไม่ได้ กรณี ครูจุ๋ม กระทรวงศึกษาฯ ไม่ควรจะแก้ปัญหาแค่ครูคนนี้ หรือโรงเรียนนี้ เท่านั้น แต่ต้องแก้ปัญหา การใช้อำนาจนิยม และการกระทำทารุณกรรม กลั่นแกล้งรังแกเด็ก ในโรงเรียนทุกแห่ง ทุกสังกัด ทั่วประเทศ
ถ้ากระทรวงศึกษาฯ มันแย่ ก็คงต้องพึ่งพ่อแม่ ในการปกป้องลูก สาเหตุที่การทำทารุณกรรมเด็กในโรงเรียน เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ สังคมกดทับ ให้พ่อแม่ต้องจำยอมให้ลูกถูกกระทำ เพราะเกรงว่าถ้าร้องเรียนไป อย่างไรลูกก็ยังต้องเรียนที่โรงเรียน และเกรงว่าลูกจะถูกครู หรือเพื่อนครูกลั่นแกล้งมากกว่าเดิม กรณี ครูจุ๋ม สิ่งที่พ่อแม่ต้องการเห็นอย่างมาก คือ การประกาศจุดยืนของสมาคมครู และสมาคมผู้บริหารสถานศึกษา ต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำทารุณกรรมเด็กในโรงเรียน และประกาศชัดว่า จะยืนเคียงข้างนักเรียน ผู้ปกครอง และครูที่ห่วงใยนักเรียน โดยไม่เอนเอียงไปทางครูผู้กระทำ หรือร่วมกระทำ
ในที่สุดวันนี้ เรื่องความรุนแรง และการทำทารุณกรรมเด็ก ได้กลายเป็นประเด็นสาธารณะ ที่พ่อแม่ และทั้งสังคมได้ลุกขึ้นมาใส่ใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เคยเสียใจที่ยืนหยัด รับแรงเสียดทานกับ ครู และ ผ.อ. ส่วนน้อยกลุ่มหนึ่ง ที่ยังไม่เข้าใจความสำคัญในเรื่องนี้ กรณีที่ครูกลุ่มหนึ่งทำทารุณกรรมเด็ก โดยอ้างความหวังดี น่ากลัวมาก เพราะเท่ากับว่าปัญหาของพวกเขา คือทัศนคติผิดๆ ที่เชื่อว่าพวกเขามีสิทธิทำร้ายเด็กได้ซึ่งพ่อแม่จะเพิกเฉยไม่ได้ ต่อให้ยังไม่เกิดกับลูกของเรา แต่อีกสักพักมันจะค่อยๆ คืบคลานมาหาลูกเราในที่สุด
"ร.ร.สารสาสน์"ไล่ครูออกทั้งห้อง"ครูจุ๋ม"โล๊ะผู้บริหารยกชุด
ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผู้บริหารส่วนกลาง และอาจารย์ของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงประเด็นร้อนครูพี่เลี้ยงทำร้ายนักเรียนชั้นอนุบาล เพื่อให้บรรดาผู้ปกครองสบายใจ หลังจากเหล่าผู้ปกครองนักเรียน เดินทางไปเข้าพบ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกร่วมกัน หลังเกิดเหตุการณ์สุดอื้อฉาวกับพฤติกรรมของครูจุ๋ม และครูอีกหลายคนภายในโรงเรียนดังกล่า
ทั้งนี้นางนิษฐา อยู่คง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศน์ ราชพฤษก์ อ่านแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์และขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต่อพี่เลี้ยงเด็ก ขอแสดงความเสียใจ รับชอบผิดชอบ ที่พี่เลี้ยงได้ทำพฤิกรรมไม่เหมาะสมอย่างมาก กรณี ครูจุ๋ม ทางโรงเรียนได้ลงโทษพ้นสภาพการเป็นครู ทางโรงเรียนพร้อมสนับสนุนในการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการดำเนินคดีกับครูจุ๋ม และ ครูทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 คน ส่วนมาตรการในการ ปัญหา การจัดนักจิตวิทยา เยียวยา เด็กนักเรียน นำทีมผู้บริหารเข้ามาหาแนวทางป้องกัน
ส่วนมาตรการชองทางโรงเรียนเพื่อสร้างความั่นใจ อาจารย์ วารุณี เผือกเทศ ระบุว่า ทางโรงเรียนจะแก้ไขปรับปรุงในการพัฒนางานบุคลากรแผนกปฐมวัย อาทิ การดูแลตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง ติดตามการเรียนการสอนอย่างใกล้ชิด ชมเชยครูดีพร้อมบทลงโทษครูไม่ดีอย่างเข้มแข็ง ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ สร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียนผู้ปกครอง
"รับฟังความเห็น มีส่วนร่วมในกิจกรรมโรงเรียนมากขึ้น ให้ผู้ปกครองเข้าสังเกตการสอนให้มากขึ้น มาตรการพัฒนาครูบุคลกรทางการศึกษาต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพการสอน มีจริยธรรม ใช้วาจาที่เหมาะสม ไม่ลงโทษรุนแรง ไม่เพิกเฉย ,คัดเลือกครูที่มีความชียวชาญด้านปฐมวัย มีจิตวิทยา" อาจารย์วารุณี กล่าว
ขณะที่ตัวแทนกองอำนวยการส่วนกลาง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ดร.วริศนันท์ เดชปรางประสงค์ แถลงว่า หลังจากที่ได้เข้าพบ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับฟังคำแนะนำ ทางกองกลางขอแสดงความเสียใจ และสะเทือนใจอย่างมาก
ดร.วริศนันท์ กล่าวอีกว่าหลังจากเข้าร่วมเข้ารับฟังคำแนะนำได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ระบบบริหารจะมีการปรับโครงสร้างผู้บริหารใหม่ เป็นชุดที่สามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพ โดยจะจัดทีมบริหารจากส่วนกลางเข้ามาบริหารใหม่รับฟังปัญหาจากผู้ปกครอง เพื่อแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว
การติดตาม ตรวจสอบ จะมีส่วนกลางเข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย ยินดีที่จะรับผิดชอบและปรับปรุงแก้ไขทุกกรณี ส่วนตัวผู้บริหาร บุคลากร ให้มีคุณภาพทุกระดับชั้น จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความเชื่อมั่น แต่ทางโรงเรียนขอโอกาสในการแก้ไขปรับปรุง แต่หากผู้ปกครองท่านใดมีความกังวลใจ และเกิดความไม่สบายใจว่าที่นี่ เห็นว่าไว้ใจไม่ได้แล้ว โรงเรียนยินดีที่จะรับผิดชอบในเรื่องค่าเทอมที่ผ่านมา
หลังการแถลงเสร็จสิ้น ยังมีผู้ปกครองบางส่วนไม่พอใจ เนื่องจากการแถลงยังไม่ชัดเจน พร้อมกับตั้งคำถามถึงการคัดเลือกครูเข้ามาสอน มีใบประกอบวิชาชีพหรือไม่ ทำให้ทางโรงเรียนชี้แจงว่า คนที่เป็นพี่เลี้ยงจะไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่ทางโรงเรียนได้ทำเรื่องผ่อนผันทุกๆ 2 ปี และให้บรรดาครูนั้นได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครูซึ่งคำชี้แจงเหล่านี้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- จ้าง “คนเฝ้าป่า” ทางรอดวิกฤต PM2.5 นักวิชาการชี้คุ้มค่ากว่า “ดับไฟปลายเหตุ” หลายเท่า 4 เม.ย. 2569
- “นิกร” สุดปลื้ม ได้เป็นส.ส. หลัง “ซาบีดา” ลาออก 4 เม.ย. 2569
- จับตา ! ครม.นัดแรกรัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค 4 เม.ย. 2569
- “อนุทิน” ลงพื้นที่บางกะปิ ตรวจโครงการ “ไทยช่วยไทย” ย้ำรัฐเร่งลดค่าครองชีพ รับแรงกดดันวิกฤตพลังงาน 4 เม.ย. 2569
- "ศิริภา" จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น-เผยโฉม "ไอ้โม่ง" อุ้มกลุ่มทุน 4 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
กกต.เชิญชวนเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 5 เมษายน 2569 19:16 น.- สิงคโปร์ไฟเขียวไทยส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุก” เป็นประเทศแรกของโลก หลังระงับยาวนานกว่า 28 ปี คาดสร้างมูลค่าเพิ่มปี 69 ทะลุ 150 ล้านบาท 18:04 น.
- ปลัด มท. เผยการแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือด้วยปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง พรุ่งนี้จะเพิ่มอากาศยานอีก 2 ลำ รวม 7 ลำ 18:02 น.
- “อนุทิน” ลงพื้นที่บางกะปิ ตรวจโครงการ “ไทยช่วยไทย” ย้ำรัฐเร่งลดค่าครองชีพ รับแรงกดดันวิกฤตพลังงาน 16:31 น.
- จับตา ! ครม.นัดแรกรัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค 15:47 น.



