วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564 17:26 น.

การเมือง

ภท.รอฟัง"พปชร."ลงดาบส.ส.โหวตสวนมติพรรค

วันอังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 19.28 น.

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 17.40 น.  ที่พรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงว่า สืบเนื่องจากการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ที่สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลบางท่านลงมติฝืนมติคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และวานนี้ (22 ก.พ.) พรรคพลังประชารัฐประชุมเร่งด่วน และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาบทลงโทษสมาชิก ที่ไม่ดำเนินการตามมติพรรคร่วมรัฐบาล โดยจะใช้เวลา 15 วัน เรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยเคารพการตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐ โดยจะรอ 15 วัน ว่าคณะกรรมการดังกล่าวจะมีการดำเนินการอย่างไร ดังนั้น ระหว่างรอผลเราจะไม่ดำเนินการใดๆทั้งสิ้น แต่จะกำหนดท่าทีหลังจากนั้น 
  
นายภราดร กล่าวอีกว่า ส่วนการนำกรณีที่เกิดขึ้นไปเปรียบเทียบกับกรณีนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ว่าสมัยที่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี สมาชิกท่านดังกล่าวโหวตงดออกเสียงไม่เลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ซึ่งไม่สามารถนำสองเหตุการณ์นี้มาเปรียบทเทียบกันได้ เพราะเหตุการณ์ของนายสิริพงษ์เกิดขึ้นก่อนที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล วันนั้นไม่มีมติพรรคร่วมรัฐบาลหรือแม้แต่มติพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่มี ดังนั้น สองเหตุการณ์จึงนำมาเปรียบเทียบกันไมได้ หรือแม้แต่กรณีของตนกับนายกรวีย์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โดยอ้างถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยที่แล้ว ตนและนายกรวีย์ โหวตสวนมติพรรคร่วมในการให้โหวตเพื่อปิดอภิปรายขณะนั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นมติพรรคร่วมหรือวิปรัฐบาล เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม การกระทำของทั้งตน นายกรวีย์ และนายสิริพงษ์ ที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยที่จะหาข้ออ้าง แต่ยืดอกรับว่าพวกเรากระทำผิดต่อมติพรรค และพร้อมรับโทษที่ทางพรรคได้กำหนดบทลงโทษ พวกเราไม่เคยปฏิเสธโทษที่ทางพรรคได้พิจารณา พวกเรากล้าทำก็กล้ารับ ไม่เคยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เคยพูดว่าไม่เดียงสาทางการเมือง และไม่เพียงแค่เอ่ยคำขอโทษ แต่พวกเรารับคำวินิจฉัยของพรรคเมื่อพรรคลงโทษ พร้อมรับโทษทุกประการที่พรรคพิจารณา
  
ด้าน นายสิริพงษ์ กล่าวว่า สำหรับบทลงโทษที่ตนได้รับจากการลงมติสวนมติพรรคในการโหวตเลือกนายกฯ คือ ถูกตัดสิทธิ์จากตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของวิป กรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณ ประธานกมธ.คณะต่างๆ งดการแสดงบทบาทภายในพรรค และงดการสนับสนุนพื้นที่เป็นเวลา 1 ปี เป็นต้น ซึ่งเป็นบทลงโทษที่หนัก
  
"ผมไม่เคยออกมาบอกว่าสงสารผมเถอะ ผมพูดเหมือนเดิมทุกครั้ง เพราะคำตอบของผมมีอยู่อย่างเดียว ผมเชื่อว่าคนที่ดูก็เห็นเจตนาอยู่แล้วว่าผมทำเพราะอะไร และเรารับผลอย่างไร กระทั่งคนในพื้นที่ผมที่จ.ศรีสะเกษยังรู้เลยว่าผมโดนอะไรบ้าง ดังนั้น บทลลงโทษของพรรคมีอยู่ หน้าที่ของเราเราก็รับ สิ่งที่ผมจะบอกเขาคือถ้าเขาทำอะไรก็ต้องรอรับผลนั้นเหมือนที่พวกผมเป็น"  นายสิริพงษ์ กล่าว

"อนุทิน"บอกลูกพรรคผิดหวังผลโหวตกลุ่มดาวฤกษ์  
 
ทั้งนี้เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่พรรคภูมิใจไทย มีการประชุมส.ส.ของพรรค โดยอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวในที่ประชุมกับส.ส.ของพรรค ว่า ในส่วนของตนเองได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจ ซึ่งตนเป็นเพียงสัญลักษณ์หนึ่งของพรรค ส่วนเสียงที่ได้รับความไว้วางใจคือผลงานของพรรคที่ได้ร่วมทำงานกันมา แต่ยอมรับว่าตนลืมเช็คให้ดี และนึกไม่ถึงว่าจะมีการกระทำที่ผิดมารยาท และไม่เป็นไปตามข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาล คือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถูกงดออกเสียงไป 6 เสียง สำหรับพรรคภูมิใจไทยถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งพรรคพลังประชารัฐต้องมีคำอธิบาย และมีการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับนายศักดิ์สยาม หากไม่มีการงดออกเสียงเท่ากับนายศักดิ์สยามจะได้คะแนนเสียง 274 เสียง ซึ่งถือว่ามีความหมายเป็นอย่างยิ่งสำหรับความรู้สึกของประชาชน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถให้ใครมาลบหลู่ได้ เพราะหากจะไม่ไว้วางใจก็ต้องไม่วางใจทั้งพรรค ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันก่อนภายในพรรค รวมทั้งภายในคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่จะต้องตกลงกันก่อน และเห็นสมควรต่อไป 

นายอนุทิน ยังบอกกับลูกพรรคว่า ไม่ต้องไปทำอะไร เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองพรรคได้พูดคุยกันแล้ว เราทุกคนมีวุฒิภาวะ มีสปิริตของการเป็นส.ส. และพรรคร่วมรัฐบาล 
 
"เรื่องนี้จะเป็นเรื่องของผม และส.ส.ที่แสดงความเห็นด้วยความสุภาพ มีวุฒิภาวะ ส่วนการดำเนินการขอให้เป็นหน้าที่ของผม เพราะพรรคของเราถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือผมและนายศักดิ์สยาม ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลใดๆ ที่ผู้อภิปรายนำมากล่าวหาผู้ถูกอภิปรายได้อย่างประจักษ์ชัดว่ากระทบบกพร่องหรือมิชอบแต่อย่างใด จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และน่าผิดหวัง ในฐานะหัวหน้าพรรค ผมจะต้องรักษาเกียรติยศของพรรค และรักษาเกียรติยศของเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยไว้" นายอนุทิน กล่าว  

หน้าแรก » การเมือง