วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564 01:32 น.

การเมือง

"วราวุธ" เผย "บิ๊๋กตู่" บอกเป็นนัย ไม่ต้องปรับ"ครม."

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 10.43 น.

"วราวุธ" เผย "บิ๊๋กตู่" บอกเป็นนัย ไม่ต้องปรับ"ครม." ขณะที่ "บิ๊กป้อม" ยันนั่งหน.พรรค พปชร.พร้อม "ธรรมนัส" เลขาฯเหมือนเดิม ทางด้าน "สมศักดิ์" ยัน พปชร. ยังไม่ปรับโครงสร้างพรรค รับ ส.ส.เรียกร้องให้นายกฯ-รมต.กระชับมิตร

วันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2564  นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวประธานยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึง บรรยากาศการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (กนช.) วานนี้ ว่า ได้มีโอกาสคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทุกอย่างปกติดี ไม่ได้เป็นตามที่หลายคนคาดคิด และเป็นการพูดคุยการทำงานตามปกติ

ส่วนจะมีการส่งสัญญาณการเลือกตั้งเร็วๆ นี้หรือไม่นั้น นายวราวุธ คิดว่าสัญญาณที่สำคัญคือปัญหาของประเทศเยอะ ส่วนการเลือกตั้งจะมีเมื่อไหร่หรือจะยุบสภาอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลและเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี คิดว่าปัญหาสำคัญตอนนี้คือ ต้องแก้ไขปัญหาประเทศก่อน ส่วนเรื่องการเมืองพอถึงเวลาก็จะรู้เองว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ และขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ส่งสัญญาณมาแต่อย่างใด และยังบอกให้ทุกฝ่ายตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างเต็มที่ เพราะเหลือเวลาอีกปีกว่าที่จะครบวาระของรัฐบาลชุดนี้          

ส่วนในฐานะพรรคมองบรรยากาศทางการเมืองเป็นอย่างไรเนื่องจากมีทั้งการชุมนุมทางการเมืองและปัญหาภายในรัฐบาล นายวราวุธ มองว่าเป็นเรื่องปกติและทุกรัฐบาลจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป บางครั้งเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ก็มักจะเกิดปัญหาภายในพรรค ซึ่งเมื่อเจอ ทางปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและโควิด-19 และกลุ่มชุมนุม ล้วนแล้วแต่เป็นห้วงเวลาที่ทุกรัฐบาลจะต้องเจอจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ก็ต้องขอชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ เพราะกำลังแก้ไขสถานการณ์ เคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกกระทรวง และขอให้กำลังใจ
          
ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยที่ว่างลงนั้น สมควรที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายวราวุธมองว่าไม่ใช่หน้าที่ของเรา ที่จะต้องมานั่งคิด แต่เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องพิจารณามากกว่า ต้องให้สิทธิ์นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ เมื่อถึงเวลานายกรัฐมนตรี คงจะเสนอชื่อ แต่ในขณะนี้ก็ต้องทำงานเท่าคนที่มีพร้อมย้ำในช่วงท้ายว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ส่งสัญญาณมาที่พักร่วมว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่อย่างไรหากมีก็เป็นในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐและต้องพูดคุยกันอีกครั้ง

"บิ๊กป้อม"ยันนั่งหน.พรรค พปชร.พร้อม"ธรรมนัส"เลขาฯเหมือนเดิม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะมีการเรียกประชุมพรรค พปชร. หรือไม่ว่า เดี๋ยวต้องไปคุยกันก่อน
          
เมื่อถามว่า ขณะนี้พล.อ.ประวิตร ยังเป็นหัวหน้าพรรค และ.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็นเลขาธิการพรรค ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบรับเสียงสูงว่า "เอ้อ" ก่อนขึ้นรถไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกสันติไมตรี
          
มีรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ขึ้นไปหารือกับ พล.อ ประวิตร ที่ตึกบัญชาการ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะเดินมาส่ง พล.อ.ประวิตร ขึ้นรถไปประชุม ครม.ที่ตึกสันติไมตรี

"สมศักดิ์" ยัน พปชร. ยังไม่ปรับโครงสร้างพรรค รับ ส.ส.เรียกร้องให้นายกฯ-รมต.กระชับมิตร 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับโครงสร้างภายในพรรคพปชร. ว่า ถ้าฟังจากผู้บริหารก็ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ก็แสดงว่าไม่มีการปรับอะไรทั้งสิ้น คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งแล้วค่อยพูดคุยกัน เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ ส่วนเรื่องที่พูดคุยกันเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เช่น ฝนตก น้ำท่วม หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นต้น ทั้งนี้ อย่าไปคิดอะไรที่เลยเถิด ไม่มีอะไร เป็นไปตามปกติ ให้คิดถึงเรื่องของประชาชนเพราะเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องพรรคเป็นเรื่องรองลงไป
          
เมื่อถามว่า ส.ส.ของพรรคจะเรียกร้องให้ นายกฯ กระชับมิตรกับส.ส.มากขึ้นหรือไม่เพราะก่อนหน้านี้มีระยะห่างกับพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส.ส.ก็มีการเรียกร้องอย่างนั้น แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถไปบอก หรือไปกดดันอะไร อยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละท่านที่มีชื่อถูกร้องเรียกร้องให้เข้ามาช่วยดูแลในพรรค แต่คงไม่สามารถไปกดดันท่านได้ แต่ถ้าท่านมาก็ดี
          
เมื่อถามว่า มีสัญญาณการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคพปชร. หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ไม่มีครับ เลขาฯยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร คงยังเหมือนเดิมอยู่”
          
เมื่อถามว่า เมื่อไหร่จะกลับไปใช้ที่ทำการพรรคในการประชุมพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องกลับไปแน่นอน แต่ไม่ทราบเมื่อไหร่ บวกกับขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรจะปิดสมัยประชุมพอดีก็คงไม่ต้องรีบร้อนอะไร
          
เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่ท่านก็เป็นหนึ่งในแกนนำพรรคพปชร. จะทำอย่างไรให้ภาพของพรรคออกมาไม่แตกแยก เพราะที่ผ่านมาภาพแตกแยกกันมาตลอด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีความระหองระแหงกันบ้าง ในเรื่องของการนำนโยบายจากพรรคไปดำเนินการ เราก็ต้องถกเถียงกันระหว่าง ส.ส. กับผู้บริหารของพรรค โดยเราก็คุยกันว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนไม่รู้สึกว่าห่างไกลกับเรา
          
เมื่อถามว่า นี่หมายถึงการเตรียมการรองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่า ถ้าเราจะไปเตรียมตอนที่หมดเวลาไปแล้วก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร แต่วันนี้เรามีเวลาอีก 1 ปีครึ่ง ถ้าเราทำอะไรที่เป็นรูปธรรม ประชาชนเขาจะมองเห็นว่า หลังจากที่โควิดเบาบางลง รัฐบาลเรียมที่จะขับเคลื่อนหลายอย่าง แต่การที่รัฐบาลจะขับเคลื่อนได้พรรคจะต้องเป็นผู้คิด และสนับสนุนให้เกิดขึ้น
          
เมื่อถามว่า มั่นในว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคพปชร. จะยังเป็นพรรคใหญ่ในการขับเคลื่อนการเลือกตั้ง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องเชื่อสิ เราจึงคิดถึงนโยบายว่าเราจะทำอะไร ถ้าผ่านโควิดไปแล้วก็ต้องเข้าสู่โหมดเร่งรัดให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น มีเงินใช้หนี้ และมีเงินใช้จ่าย
          
เมื่อถามว่า การประชุมพรรคมีวาระหลักๆอะไรบ้าง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงพูดถึงเรื่องกฎหมายที่จะเข้าสู่สภาฯ เพราะรัฐมนตรีของพรรคมีกฎหมายหลายฉบับที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ
          
เมื่อถามถึงกรณีการปรับ ครม. ในสัดส่วนของพรรคพปชร. ที่ว่างอยู่ 2 เก้าอี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อำนาจการปรับ ครม.เป็นของนายกฯ เราคงไปพูดอะไรไม่ได้ และไม่ควรพูด ขณะนี้ยังมีเวลาอีกมากมายในการพิจารณา