วันอังคาร ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564 11:44 น.

การเมือง

"หญิงหน่อย"บินพบ"แทมมี่"ส.ว.สหรัฐเชื้อชาติไทย จับมือร่วมสู้โควิดหนุนวัคซีน mRNA

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 09.25 น.

"หญิงหน่อย"บินพบ"แทมมี่"ส.ว.สหรัฐเชื้อชาติไทย  จับมือร่วมสู้โควิดหนุนวัคซีน mRNA ผลักดันการส่งออกสินค้าไทยไปขายสหรัฐ "บิ๊กตู่"โชว์วิชั่นเวทียูเอ็นครั้งที่ 76  แผนไทยฟื้นยุคโควิด

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2564  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวความว่า ไม่ได้คุยกันหลายวัน เพราะดิฉันได้เดินทางมาที่สหรัฐอเมริกา มาทำภาระกิจหลายอย่าง ทั้งประชุมเรื่องวัคซีน mRNA รวมทั้งการหาข่องทางค้าขายให้ SMEs และสินค้าเกษตรไทย  เพราะเศรษฐกิจอเมริกาฟื้นตัวแล้ว กำลังซื้อจึงกลับมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อวาน(22ก.ย.) ดิฉันได้ พบและหารือกับท่านสว. แทมมี่ ดักเวิร์ธ ส.ว.เชื้อชาติไทย แห่งรัฐอิลลินอยส์ ผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดัน ให้รัฐบาลสหรัฐบริจาควัคซีนไฟเซอร์จำนวน 2.5 ล้านโดส ให้ไทย  ส.ว.แทมมี่ได้แสดงความห่วงใยต่อการแพร่ระบาดของ covid 19 ในไทย และประสงค์จะช่วยผลักดันรัฐบาลสหรัฐ ให้บริจาควัคซีนให้ประเทศไทยเพิ่มเติม จากที่ได้แสดงเจตจำนงบริจาคไปแล้ว 2.5 ล้านโดส ซึ่งได้ส่งมอบมาแล้วจำนวน 1.5 ล้านโดส ซึ่ง ส.ว. แทมมี่ ได้กล่าวว่าสหรัฐพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีน ไฟเซอร์ที่เหลืออีก 1 ล้านโดสให้ไทย แต่ขณะนี้รัฐบาลไทย ยังไม่ส่งเอกสารตอบรับมา จึงทำให้ยังไม่สามารถส่งมอบอีก 1 ล้านโดสที่เหลือให้ชาวไทยได้ 

นอกจากนี้ ส.ว.แทมมี่ ได้แสดงความเห็นว่าถ้าประเทศไทยรีบดำเนินการเข้าโครงการโคแวค จะทำให้ไทยมีโอกาสในการได้รับจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม เพื่อมาเร่งฉีดให้คนไทยได้มากขึ้น ซึ่งสหรัฐพร้อมสนับสนุน ดิฉันได้ใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณรัฐบาลสหรัฐ และท่านสว.แทมมี่ สำรับวัคซีนจำนวน 2.5 ล้านโดสที่ได้บริจาคให้ประเทศไทย  และหวังในความร่วมมือในการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้ชาวไทย  โดยดิฉันได้เสนอว่า”ท้องถิ่น”ของไทยหลายแห่ง มีความพร้อมและประสงค์จะซื้อวัคซีน mRNA ที่ FDA สหรัฐ รับรองอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เพื่อไปฉีดให้ประชาชนได้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว โดยท้องถิ่นมีเงินสะสมอยู่หลายแสนล้าน 

ดิฉันจึงขอให้ส.ว.แทมมี่ ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย ซึ่งทางส.ว.แทมมี่ได้ตอบรับที่จะประสานงานให้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลไทยจะเปิดทางให้หรือไม่ สุดท้าย ดิฉันได้หยิบยกเรื่องการค้าการลงทุนขึ้นมาหารือ กับส.ว.แทมมี่ ถึงลู่ทางที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐได้เริ่มฟื้นตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ส่งออก และ SMEs ไทยโดยท่านสว.แทมมี่มีแผนงานที่จะนำนักธุรกิจจากสหรัฐ มาประชุมกับภาคธุรกิจหลายประเทศในอาเซียนช่วงปลายปีนี้ แต่ไม่ได้มาไทย 

ดิฉันจึงถือโอกาสเชิญท่านส.ว.ให้นำนักธุรกิจอเมริกันมาพบปะกับนักธุรกิจไทย เพื่อฟื้นฟู และส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐหลัง  covid ในช่วงต้นปีหน้าอีกด้วย

กต.โต้"สุดารัตน์"ปูดไทยไม่ส่งเอกสารรับไฟเซอร์

ขณะที่นายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจง กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ระบุสหรัฐพร้อมส่งวัคซีนไฟเซอร์ อีก 1 ล้านโดส แต่ไทยยังไม่ส่งเอกสารตอบรับมา ว่าเรื่องนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งอยู่ระหว่าง เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 76 ที่ นครนิวยอร์ก ระหว่าง 20-29 ก.ย. นี้ กำลังจะเดินทางไปกรุงวอชิงตันดีซี อยู่แล้ว เพื่อพบฝ่ายสหรัฐรวมถึง และ นางเทมมี่ และนาย เคิร์ท แคมป์เบล ผู้ประสานงานด้านอินโด-แปซิฟิก สภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกา รวมถึง นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรคซึ่งดูแลเรื่องนี้โดยตรงก็ประสานงานกับ สถานทูตสหรัฐฯ อยู่แล้ว ขอให้รอ ผลการหารือในสัปดาห์หน้า

"บิ๊กตู่"โชว์วิชั่นเวทียูเอ็นครั้งที่ 76  แผนไทยฟื้นยุคโควิด

 เมื่อวันที่ 22 ก.ย.เวลา 22.00 - 01.00 น. (เวลา 11.00 - 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตัน ดีซี) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีส่วนร่วมในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น (Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ในรูปแบบการประชุมทางไกล โดย นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงสาระสำคัญในวีดิทัศน์ถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี ดังนี้
          
นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ไทยเชื่อมั่นในความร่วมมือพหุภาคีมาตลอดทั้งเพื่อยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเตรียมพร้อมสำหรับภัยคุกคามทางสุขภาพในอนาคต ทั้งนี้ รัฐบาลไทย ร่วมดำเนินการตามเป้าหมาย ดังนี้
          
1. ไทยกำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ และจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในปีนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลได้ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตวัคซีนภายในประเทศ และพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตวัคซีนในภูมิภาคและส่งเสริมด้านสุขภาพโลก
          
2. ไทยสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตเวชภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้มีความปลอดภัย ที่ผ่านมา ไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ แก่กว่า 10 ประเทศ ตลอดจนร่วมมือพัฒนาขีดความสามารถด้านสาธารณสุขกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ไทยขอขอบคุณสหรัฐฯ และมิตรประเทศที่ได้ให้ความช่วยเหลือตลอดมา
          
3. ไทยเห็นด้วยกับการสร้างความเข้มแข็งในการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อโรคระบาดในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล รวมทั้งสนับสนุน WHO ที่กำลังจัดทำตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยโรคระบาด ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อให้สอดคล้องกับกฎอนามัยระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดในอนาคต
          
อนึ่ง การประชุมสุดยอดครั้งนี้ มีนายโจเซฟ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นประธานการประชุมฯ ซึ่งการมีส่วนร่วมของนายกรัฐมนตรีเป็นการแสดงสปิริต ความมุ่งมั่น และการสนับสนุนความพยายามร่วมกันในระดับโลกเพื่อประกาศคำมั่น และสะท้อนความร่วมมือเพื่อยุติโควิด - 19 และเพื่อการฟื้นตัว
          
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better นี้แล้ว นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 76 (76th Session of the United Nations General Assembly: UNGA76) และการประชุมที่เกี่ยวข้องแบบทางไกล โดยมีกำหนดการกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมที่สำคัญอีก 3 รายการ ดังนี้
          
1. วันที่ 23 กันยายน 2564 การประชุมสุดยอดว่าด้วยระบบอาหาร (Food Systems Summit) ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” สร้างความมั่นคงทางอาหาร และขับเคลื่อนโมเดล BCG เป็นทศวรรษแห่งการทำงาน หรือ Decade of Action พลิกโฉมระบบอาหารให้มีความยั่งยืนและสมดุล
          
2. วันที่ 24 กันยายน 2564 การประชุมระดับสูงด้านพลังงาน (High-level Dialogue on Energy) ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของไทย โดยมุ่งจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ ขับเคลื่อนภาคพลังงานของไทยสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ และการลดก๊าซเรือนกระจก
          
และ 3. วันที่ 25 กันยายน 2564 ในการอภิปรายทั่วไป (General debate) ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโลกหลังยุคโควิด-19 


 

หน้าแรก » การเมือง