วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564 05:16 น.

การเมือง

"จุรินทร์" คาดจ่ายงวดที่ 3 ต้นธันวา เงินประกันส่วนต่างราคาข้าว หลังขยายเพดานหนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.13 น.

"จุรินทร์" คาดจ่ายงวดที่ 3 ต้นธันวา เงินประกันส่วนต่างราคาข้าว หลังขยายเพดานหนี้ ขณะที่ "บิ๊กตู่" ชี้ประกันราคาข้าวใช้เงินมหาศาล! ห่วงปัญหาหนี้ขอช่วยพลิกโฉมประเทศ  ย้ำดูแลเกษตรกร เร่งจ่ายเงินโครงการประกันรายได้ "ข้าว-ยางพารา"

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2564  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวถึงการจ่ายเงินประกันราคาข้าวว่า สำหรับข้าวมีการจ่ายเงินส่วนต่างทั้งหมด 33 งวด จ่ายแล้ว 2 งวด ส่วนงวดที่ 3-33 กำลังรอการขยายเพดานวินัยการคลังจากไม่เกิน 30% เพิ่มขึ้น คาดว่าอังคารหน้าจะมีการพิจารณา จะช่วยให้ ธ.ก.ส. จ่ายเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้โดยเร็วต่อไป 

"บิ๊กตู่" ชี้ประกันราคาข้าวใช้เงินมหาศาล! ห่วงปัญหาหนี้ขอช่วยพลิกโฉมประเทศ

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โดยกล่าวช่วงหนึ่งว่า ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งราคาสินค้าเกษตรผันผวนทำให้เกิดปัญหา เกิดผลกระทบโดยรวม อีกทั้งต้นทุนการผลิตสูง ส่วนต่างกำไรน้อย รัฐบาลประกันราคาข้าวซึ่งใช้เงินมหาศาล ซึ่งได้สั่งการให้แก้ปัญหาเรื่องงบประมาณที่มีไม่เพียงพอไปแล้ว เราคงต้องระวังที่สุด ถ้าใช้มากขึ้นเรื่อยๆจะทำอย่างไร ต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ดีกว่าไปแก้ที่ปลายทางอย่างเดียวใช้เงินเยอะเกินไปจนทำอย่างอื่นไม่ได้

"เราต้องสร้างความสงบเรียบร้อย ความมีเสถียรภาพ และทำให้ประชาชนมีความรักใคร่สามัคคีกัน ไม่แบ่งแยกซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการ จะได้ทำงานอย่างอื่นได้อย่างเต็มที่" นายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันต้องการให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ขณะที่ ปัญหาสำคัญคือ “หนี้” ต้องแก้แม้ไม่สามารถปลดหนี้ให้ทุกคนทั้งประเทศไทย แต่ทำอย่างไรให้ลดลงแล้วไม่สร้างหนี้ใหม่ รัฐบาลขอความร่วมมือในการ พลิกโฉมประเทศไทยสู่สังคมก้าวหน้า สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน ไมได้หมายความให้พลิกจนคว่ำหงายแต่ให้พลิกโฉมเปลี่ยนหน้าใหม่จากของเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้น  

ย้ำดูแลเกษตรกร เร่งจ่ายเงินโครงการประกันรายได้ "ข้าว-ยางพารา"

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยและเข้าใจความเดือดร้อนและทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ยังรอรับเงินประกันรายได้ตามนโยบายประกันรายได้ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลสามารถจัดสรรเงินให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้เพิ่มเติมอีก 155,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในวันอังคารที่ 30 พ.ย.64 จากนั้นให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งเบิกจ่ายโอนถึงบัญชีพี่น้องเกษตรกรโดยตรงต่อไป ซึ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวทราบแล้ว สบายใจและฝากขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมาด้วย

นายธนกร กล่าวว่า โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.64 ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบปรับกรอบอัตรายอดคงค้างรวมทั้งหมดของภาระที่รัฐต้องชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 จากไม่เกินร้อยละ 30 เป็นไม่เกินร้อยละ 35 เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับปีงบประมาณ 2565 เพื่อเปิดวงเงินให้สำหรับโครงการประกันรายได้พืชผล ส่งผลให้มีวงเงินตามมาตรา 28 ฯ เพิ่มอีก 155,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับวงเงินคงเหลือ (ณ วันที่ 19 พ.ย. 64) จำนวน 5,360 ล้านบาท เป็น 160,360 ล้านบาท ทำให้มีวงเงินเพียงพอสำหรับการจ่ายชดเชยประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและยางพารา ในรอบที่ 2 ได้ จากนี้ จะได้มีการออกประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เรื่อง กำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 ต่อไป ซึ่งในการประชุม ครม. สัปดาห์หน้า จะสามารถพิจารณาอนุมัติโครงการประกันรายได้ข้าวในส่วนที่เหลือ และโครงการประกันรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพื่อจ่ายเงินประกันรายได้ให้กับเกษตรกรได้ภายในเดือน ธ.ค. 64

นายธนกรยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวพร้อมมาตรการคู่ขนาน เพราะเป็นโครงการสำคัญ จำเป็นที่ต้องดำเนินการ เนื่องจากเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อสภา จึงสั่งการกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงพาณิชย์ เร่งจ่ายเงินประกันรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในส่วนที่ยังค้างจ่าย ด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามกฎหมาย ภายใต้การดูแลการใช้จ่ายของภาครัฐ ที่ต้องดำเนินการโดยรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดด้วย