วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 04:04 น.

การเมือง

"ผู้สมัคร ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ เบอร์ 4"สุดเศร้า! ตลาดกรมภูธเรศร์แสนทรุดโทรม ต้นไม้ขึ้นตึกเช่าอายฝรั่งชอบถ่ายทำสารคดี

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 08.42 น.

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2565 ดร.ณพลเดช มณีลังกา หรือ ดร.ปิง ผู้สมัคร ส.ก.เขตสัมพันธวงศ์ หมายเลข 4  เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนกรมภูธเรศ ซึ่งเป็นตึกเก่าๆ  โดยตั้งใจจะมาที่นี่หลายครั้งแล้วแต่ต้องการที่จะให้ทีมงานมาสวัสดีผู้ที่อยู่ในตึกชุมชนนี้ เมื่อเดินมาถึงจะมีป้ายสีแดงเขียนว่า “ตลาดกรมภูธเรศร์” หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียก “ตลาดใหม่กรมภู” ในอดีตเคยเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ แหล่งปลา แต่ปัจจุบัน บริเวณตลาดกรมภูธเรศทรุดโทรมลงมาก ภายในตลาดไม่ค่อยมีอะไรขายแล้ว อีกทั้งแผงตลาดและตัวอาคารแฟลตห้าชั้นที่อยู่ด้านบน เดิมเคยเป็นที่เช่าพักอาศัยของคนจีนที่อพยพเข้ามาเมืองไทย แต่เมื่อร่ำรวย หรือมีกิจการอื่นก็ขยับขยายกันออกไปอยู่ด้านนอก 

ขณะนี้ชาวบ้านที่มาค้าขายอยู่ในย่านเยาวราช ซึ่งรวมเอาผู้คนหลายชาติหลากชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน แต่ละห้องมีขนาดราว 20 ตารางเมตร ตึกเช่านี้มีทั้งหมด 250 ห้อง บางห้องเป็นผู้เช่าวัยเกษียณที่อยู่อาศัยที่นี่มายาวนานหลายสิบปี บางห้องเป็นผู้เช่าหน้าใหม่เดินเข้าออกอยู่เสมอ พวกเขาคือ แรงงานต่างถิ่น แรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน มารวมกันเช่าห้องเล็ก ๆ ห้องละหลายๆ คน  ได้ตรวจเช็คแล้วจะมีชาวเมียนมาและชาวลาวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยการอยู่ด้วยกันเขาเช่ากันประมาณ 3,000 – 4,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ด้วยแฟลตที่อยู่มนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มีประกาศตรวจสอบสภาพอาคารด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค ของอาคารแฟลตกรมภูธเรศร์ และตลาดกรมภูธเรศร์ตั้งแต่ปี 2558 เพื่อเตรียมปรับพื้นที่ให้สอดคล้องสมประโยชน์ ทำให้แนวโน้มที่จะให้ผู้อยู่อาศัยเดิมที่อยู่กันยาวนานมีแนวโน้มที่จะต้องให้ย้ายออก 

ได้เดินขึ้นบันไดตั้งแต่ ชั้น 1-7 (เพราะลิฟต์เสีย) ต้องบอกว่า...เหนื่อยมาก ที่เหนื่อยไม่ได้เหนื่อยเพราะเดินขึ้นหลายชั้นนะ ที่เหนื่อยเพราะกลิ่นภายในเหม็นมาก... ทั้งมืดทั้งหายใจแทบไม่ออก...แม้ต้องปิดจมูกด้วยแมส... ผู้เขียนเดินสามชั้นก็ต้องเดินออกไปสูดอากาศที่ริมหน้าต่างกว่าจะถึงชั้น 7 ช่างทุลักทุเล เดินไปเหมือนเดินในบ้านผีสิง  ได้ประกาศหาเสียงไปตามแต่ละชั้น ส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า ที่อยู่อาศัยกัน ได้พบคนไทยอยู่เป็นส่วนน้อย 

แต่ที่น่าสงสารเขาเหล่านั้น จากที่จะมาหาเสียง..เลยกลายเป็นว่า...เปลี่ยนมา...ทำวิดีโอไลฟ์ ผ่านทางเฟซบุ๊กแทนเผื่อให้ผู้มีอำนาจหาได้มาเห็นจะได้ฉุกคิดบ้าง เพราะเรื่องนี้สำหรับความเป็นอยู่ของคนไทยด้วยกันและปล่อยให้อยู่แบบนี้ว่า เกินไปนะ...มันเหมือนกับประชาชนเขาอยู่อาศัยแบบจำเป็นต้องอยู่เพราะคือบ้านของเขา ย่ำแย่อย่างไรก็ต้องอยู่

แต่ส่วนกลางไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ภาคการเมือง รวมถึงเจ้าของอาคาร ทำไมเขาไม่คิดจะมาทำอะไรสักอย่าง ให้สังคมและบ้านของประชาชนที่เขาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด 50-60 ปีแล้วให้อยู่อาศัยได้ดีขึ้น ได้รับการร้องเรียนจากผู้อยู่อาศัยว่า...มีต้นไม้ขึ้นทุกชั้น ก็ชะเง้อหน้าออกไปดู....มีต้นโพธิ์บ้าง ต้นไทรบ้าง... ต้นหนึ่งก็ขนาดสูง 1-2 เมตร ผู้อยู่อาศัยบอกว่า ฝรั่งชอบมาที่นี่เพราะมีภาพที่แปลก อาคารคล้าย ร้างๆ ต้นไม้ขึ้นเต็มอาคาร น้ำเน่าไหลมาจากด้านบนอาคาร กลิ่นที่เหม็นๆ ฝรั่งเขามาถ่ายรูป นำไปทำสารคดี.. คิดดูแล้วน่าอายต่างชาตินะ... แบบนี้... กทม. ไม่ได้น่าอยู่สำหรับทุกๆ คนแล้วแหละ ถ้าท่านผู้ว่าคนใหม่ท่านจะดำเนินตามนโยบายให้ กทม. เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกๆ คน ผู้เขียนว่าตึกนี้จะต้องถูกบูรณาการ เป็นตึกแรก!!

สำหรับแนวคิดในการที่จะแก้ไขนั้น ง่ายมาก ก็เอาอีกแล้ว...เหมือนเดิม... ลอกต่างประเทศมาเลย...เอามาปรับกับประเทศเราพอสมควร... สำหรับที่อเมริกา จะมีกฎหมาย ที่เขียนบัญญัติให้หน้าบ้านน่ามอง... คำว่าหน้าบ้านหน้ามอง... จะมีข้อบัญญัติที่ย่อยพูดง่ายๆ ว่าเป็นกฎหมายลูก... โดยหลักเกณฑ์ ถ้าหน้าบ้านเป็นรูปแบบเมืองเก่า จะต้องอนุรักษ์ให้คล้ายแบบเดิม จะคงความเก่าแต่สะอาด การปรับปรุงจะต้องขออนุญาต City ก่อนที่จะปรับปรุง การทาสี จะมาทาสีแปลกใหม่ เป็นม่วง ส้ม แดง สีฉูดฉาด...อะไรที่มันขัดกับสีตึกข้างๆ ไม่ได้... และหน้าตึก ถ้าเป็นตึกสูงก็ต้องสะอาดเรียบร้อย...เราจึงไม่เห็นราวผ้ามาแขวนให้เห็นในต่างประเทศ ถ้าหน้าบ้านจะมาปล่อยให้ต้นไม้เหี่ยวเฉาตาย หญ้าหน้าบ้านรกรุงรัง เขาจะมีหน่วยงานทำความสะอาดให้เรียบร้อย แต่ค่าทำความสะอาดของ City จะแพงหูฉี่ และจะบันทึกไว้ท้ายโฉนด 

ถ้าเจ้าของบ้านไม่มาเคลียร์ ตอนขายบ้านจะถูกตัดค่าดูแลจากราคาขาย ซึ่งบางบ้านขายบ้านโดยเกือบไม่ได้เงินค่าขายบ้านเพราะถูกค่าปรับกินหมด... สำหรับกรณีแฟตชุมชนนี้ก็ขอบอกว่า... ง่ายนิดเดียว...ถ้าได้เขียนกฎหมายครอบคลุมเรื่องความสะอาด ความเรียบร้อย เขียนบังคับไว้ ถ้าต้นไม้งอกตามตึก กฎหมายก็สั่งให้เจ้าหน้าที่เขตไปทำความสะอาดก็สิ้นเรื่อง...แต่เราก็จะสลักหลังในโฉนดว่ามีค่าปรับขั้นแพงหูฉี่ แบบนี้ตึกก็จะสะอาดแล้วง่ายจะตาย ไม่รู้ว่า ส.ก. ในอดีตเขาทำอะไรกันอยู่ ถึงปล่อยให้บ้านเมือง กทม. เป็นไปได้ถึงขนาดนี้... ส่วนความเป็นอยู่ของประชาชน ที่เขารายได้น้อยและไม่มีที่อยู่ ก็ควรจัดสรรที่อยู่ที่ราคาประหยัดให้เขา อย่างเป็นธรรม ผู้เขียนมั่นใจว่า ผู้อยู่อาศัยไม่มีใครอยากให้บ้านตัวเองรก ถ้าเรามีมาตรฐานอะไรไปกำกับเขา บ้านเมืองเราก็จะน่าอยู่

ยามค่ำๆ ไปปราศรัยที่ถนนเยาวราช มีผู้คนให้ความสนใจกันมาก ก่อนที่ทีมงานและจะไปไว้อาลัย น้องที่อายุ 16 ปี แขวนคอฆ่าตัวตายที่ผู้เขียนไปพบขณะหาเสียง ด้วยปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า ที่วัดมหาพุฒาราม ได้ไปแสดงความเสียใจกับผู้เป็นแม่ของน้องเขา ซึ่งวันนี้ช่างมาพ้องกับวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดา ที่นับครบถึงวันนี้ ก็เสียชีวิตครบ 8 ปีแล้ว วันนี้ก็ได้ทำบุญกุศลไปให้คุณพ่อและน้องผู้ละสังขารคนนั้นด้วย 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง