วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569 21:55 น.

การเมือง

มติสภา 226 ต่อ 11 เห็นชอบพรบ.กยศ.ตามส.ว.แก้ไข ส.ส.ภูมิใจไทยงดออกเสียง

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.52 น.

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565   เวลา 11.20 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายวิรัช พันธุมะผล นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย และนายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้น เริ่มขึ้นเมื่อปี 2524 สมัยนายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีการกำหนดเบี้ยปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือร้อยละ 18 ต่อปี และกำหนดให้มีผู้ค้ำประกัน 

พรรคภูมิใจไทยได้เสนอแก้ไขโดยไม่ให้มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ และไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่ในวันนี้ทางวุฒิสภาได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ. และส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา โดยให้มีดอกเบี้ยร้อยละ 1 และมีเบี้ยปรับ 0.5 ต่อปี ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับการให้มีดอกเบี้ย และต้องไม่มีค่าปรับ ไม่มีผู้ค้ำประกัน โดยให้ปลดล็อกทั้งหมด แต่วันนี้ทางพรรคฯ ได้พิจารณาร่างแก้ไขของทางวุฒิสภาแล้วเห็นว่าไม่เป็นไปตามนโยบายของพรรคฯ 
 
ดังนั้น ทางพรรคฯ จึงมีมติว่าจะงดออกเสียง ในขณะเดียวกันก็มีมติไม่ตั้งคณะ กมธ.ร่วม เนื่องจากหากตั้งคณะ กมธ. ร่วมจะทำให้กฎหมายมีความล่าช้า พรรคจึงตระหนักว่า หากทางพรรคจะยืนยันตามนโยบายของพรรคอย่างเข้มแข็งต่อไปก็จะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น ทางพรรคจึงจะไม่คัดค้านร่างของวุฒิสภาเพื่อให้นักเรียน ผู้ค้ำประกันที่ต้องถูกผูดมัดจาก พ.ร.บ. ได้รับผลประโยชน์ไปก่อนเพราะอย่างน้อยยังได้รับการลดเบี้ยปรับและไม่มีผู้ค้ำประกัน จึงจำเป็นต้องให้ร่าง พ.ร.บ.ของวุฒิสภาใช้บังคับได้ ทั้งนี้ ทางพรรคสัญญาว่า หากในอนาคตได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปเพื่อไม่ให้มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับอย่างแน่นอน

มติสภา 226 ต่อ 11 เห็นชอบพรบ.กยศ.ตามส.ว.แก้ไข
 
ทั้งนี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กำหนดการประชุมวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิมีสภาแก้ไขเพิ่มเติมรวม 5 ฉบับ โดยสมาชิกส่วนใหญ่ ให้ความสนใจอภิปรายกรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จากเดิมไม่คิดดอกเบี้ย และไม่มีเบี้ยปรับ เป็นให้เก็บดอกเบี้ยได้ 0-1%ต่อปี และให้มีเบี้ยปรับไม่เกิน 0.5%ต่อปี แต่ยังคงเนื้อหาไม่ต้องมีผู้ค้ำทุกกรณีตามร่างเดิมเอาไว้

การอภิปรายของ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล กว่า 3 ชั่วโมง ภาพรวมส่วนใหญ่ แม้จะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เนื่องจากมองว่า เป็นการซ้ำเติมผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา สร้างความเดือนร้อนให้เด็กและเยาวชนต้องมีภาระหนี้ในอนาคต อีกทั้งการส่งเสริมการศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐ และในรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้มีการเรียนฟรีอีกด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม จะไม่คัดค้านจนนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพราะจะทำให้เสียเวลา อาจไม่ทันอายุของสภา ส่งผลให้ผู้กู้ยืมได้รับความเดือดร้อนจากการฟ้องร้องและการเรียกเก็บดอกเบี้ยตามกฎหมายเดิม ซึ่งมีดอกเบี้ย 7% ต่อปี และเบี้ยปรับสูงถึง 18%ต่อปี จนในที่สุดแล้ว ที่ประชุมมีมติ 226 ต่อ 11 เสียง เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม

ส่วนร่างกฎหมายอื่นอีก 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.สถาปนิก , ร่าง พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ , ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย แม้ในบางฉบับจะมีสมาชิกติดใจ แต่มีการอภิปรายไม่เห็นด้วยเพียงเล็กน้อย จากนั้นเสียงส่วนใหญ่ก็ลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขจากวุฒิสภา มีผลให้ร่างกฎหมายทั้งหมดผ่านเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ในระหว่างการอภิปราย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ขอร้องให้สมาชิกมาร่วมประชุมสภาฯ ในวันพรุ่งนี้ ( 29 ธ.ค. ) ซึ่งเป็นวันประชุมสุดท้ายของปี เนื่องจากยังมีวาระการพิจารณาทั้งกระทู้ เรื่องเพื่อทราบ และเรื่องที่กรรมาธิการฯพิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมย้ำว่าเข้าใจเรื่องที่สมาชิกหลายคนต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่ขอให้นึกว่าวันดังกล่าว ไม่ใช่วันหยุด อาจถูกประชาชนตำหนิได้ว่าไม่รับผิดชอบ

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง