การเมือง
"เศรษฐา" ลงนามตั้ง "วิษณุ" นั่งกุนซือแล้ว แบ่งหน้าที่ที่ปรึกษาของนายกฯ รับก.ตร.ถกปม "บิ๊กโจ๊ก"
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
"เศรษฐา" ลงนามตั้ง "วิษณุ" นั่งกุนซือแล้ว พร้อมแบ่งหน้าที่ที่ปรึกษาของนายกฯ ยอมรับที่ประชุมก.ตร.หารือเรื่อง "บิ๊กโจ๊ก" ปัดตอบรายละเอียด
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 205/2567 เรื่อง การแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้คำปรึกษา เสนอความเห็น และประสานความร่วมมือกับหน่วยราชการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงสมควรแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติราชการ เพื่อให้คำปรึกษา และพิจารณาเสนอความเห็น หรือข้อเสนอแนะต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
1.ตรวจสอบและกลั่นกรองร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีร้องขอ
2.ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นทางกฎหมายแก่นายกรัฐมนตรี ตามที่มอบหมาย
3.เชิญเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหรือให้ข้อมูลรายละเอียดหรือจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้ตามที่เห็นสมควร
4.ให้ข่าวสารในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนได้ตามความจำเป็นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
5.แต่งตั้งคณะทำงานหรืออนุกรรมการ เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สนับสนุนการดำเนินการของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการ และคณะทำงาน หรืออนุกรรมการ
สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
พร้อมเซ็นคำสั่งเป็นทางการมอบหมายงาน 5 ที่ปรึกษานายกฯ
ต่อมานายเศรษฐา ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่206/2567 เรื่อง มอบหมายงานให้ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีปฏิบัติ ดังนี้
นายชัยเกษม นิติสิริ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่นายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและกฎระเบียบราชการ กระบวนการยุติธรรม และการดำเนินการเกี่ยวกับนโยบายการแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และปฏิบัติราชการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่นายกรัฐมนตรีด้านนโยบายและการดำเนินงานตามนโยบายด้านเศรษฐกิจ การพาณิชย์ การเงินและการคลัง พลังงาน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจดิจิทัล และปฏิบัติราชการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการส่งเสริมกระบวนการประชาธิปไตย และปฏิบัติราชการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่นายกรัฐมนตรีด้านนโยบายและการดำเนินงาน ตามนโยบายการกระจายอำนาจ การส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล และปฏิบัติราชการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่นายกรัฐมนตรีด้านนโยบายและการดำเนินงานตามนโยบายด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการกีฬา และปฏิบัติราชการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ทั้งนี้ ในคำสั่งยังระบุด้วยว่า การปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของตนตามที่เห็นสมควร ในกรณีจำเป็นจะหารือกับที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปัญหาร่วมกันเป็นคณะบุคคลก็ได้
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีอาจทำงานในเชิงรุกโดยการเสนอแนะ หรือทำงานในเชิงรับโดยพิจารณาปัญหาตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายก็ได้ เมื่อได้ผลการพิจารณาอย่างใด และประสงค์จะให้คำแนะนำ หรือเสนอข้อมูลใดต่อนายกรัฐมนตรี ให้รายงานเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ให้ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี คำนึงถึงกรอบนโยบายของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเน้นการทำงานด้วยความโปร่งใส มีความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และประหยัดเพื่อให้การประสานการปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพและบังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีประสานงานและอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ พาหนะในการเดินทางไปราชการ บุคลากร งบประมาณ และข้อมูลต่างๆ และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสนับสนุนการปฏิบัติงานของที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตลอดจนจัดให้ผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกแก่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีดังกล่าวในการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาคตามความจำเป็นและเหมาะสม
ยอมรับที่ประชุมก.ตร.หารือเรื่อง "บิ๊กโจ๊ก" ปัดตอบรายละเอียด
ทั้งนี้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 4/2567 และการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมที่ต่อเนื่องถึง 2 คณะด้วยกัน ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ก่อนลงมาชี้แจงกับสื่อมวลชน ยอมรับว่าในที่ประชุม ก.ตร.วันนี้ มีการพิจารณาความเห็นของสำนักงานกฤษฎีกา เรื่องคำสั่งให้ออกจากราชการก่อนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่วนรายละเอียดให้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ชี้แจง
เมื่อถามถึงสถานะของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ณ ปัจจุบัน จะต้องส่งไปให้สำนักงานกฤษฎีกาตีความหรือไม่ นายเศรษฐา ยืนยันคำเดิมว่าให้รักษาราชการแทนฯ เป็นผู้ชี้แจง
ทั้งนี้มีรายงานว่า ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรี ได้หยิบยกประเด็นของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขึ้นมาหารือในที่ประชุม ใช้เวลาประมาณ 10 นาที รักษาราชการแทนฯ ไม่ได้ร่วมประชุมด้วย เพราะมองว่ามีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการพิจารณากฤษฎีกาตีความเรื่องการออกจากราชการไว้ก่อนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ในวาระนั้นตนไม่ได้นั่งอยู่ในที่ประชุม ทั้งนี้มีการพิจารณาเรื่องคำร้อง แต่ตนต้องออกจากห้องประชุม เนื่องจากอาจจะมีการพิจารณาที่ไม่เป็นกลางได้ เพราะตนเป็นผู้ออกคำสั่งออกจากราชการ เมื่อเป็นผู้ออกคำสั่งหากชี้แจงอะไร ข้อกฎหมายเกรงว่าอาจจะเข้าข้างตัวเอง เพราะกฎหมายหมายถึงตนอาจเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสีย
"ส่วนคำสั่งออกจากราชการที่ผ่านมาตนไม่ได้พูดว่ามั่นใจในตัวคำสั่ง เพราะเป็นการพิจารณาตามที่ฝ่ายอำนวยการได้เสนอตามข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติปี 2565 จากนี้จึงเป็นเรื่องระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับ สำนักนายกรัฐมนตรี ในทางกฎหมายเป็นกระบวนการขั้นตอนที่ดำเนินการตามมาตรา 140 ส่วนจะสมบูรณ์หรือไม่ตนเองไม่สามารถให้คำนิยามคำนี้ได้" รรท.ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตามมาตรา 120 ต้องรอผลการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดสืบสวน และจาก คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) รวมทั้งจะมีการพิจารณาตามมาตรา131 เรื่องบทลงโทษ ยืนยันว่ามีการพิจารณาตามขั้นตอนที่จะนำไปสู่มาตรา 140 คือการทูลเกล้าฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่กฤษฎีกาฯ ตีความประเด็นออกจากราชการกลับมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการเพลี่ยงพล้ำหรือไม่ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่เพลี่ยงพล้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามมาตรา 140 ส่วนสถานะของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายการที่มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน กระบวนการต่างๆพิจารณาตามกฎหมาย ถ้าถามว่าสถานะเป็นอย่างไร คำตอบคืออยู่ในกระบวนการปฏิบัติที่ดำเนินการอยู่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่หยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากคำสั่งออกจากราชการ
เมื่อถามย้ำว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สามารถเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ท่านน่าจะพิจารณาเองได้
รรท.ผบ.ตร. กล่าวยืนยันในตอนท้ายว่าไม่หนักใจในการทำหน้าที่ โดยเฉพาะการลงนามคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่ให้จนถึงที่สุดให้ดี จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- จ้าง “คนเฝ้าป่า” ทางรอดวิกฤต PM2.5 นักวิชาการชี้คุ้มค่ากว่า “ดับไฟปลายเหตุ” หลายเท่า 4 เม.ย. 2569
- “นิกร” สุดปลื้ม ได้เป็นส.ส. หลัง “ซาบีดา” ลาออก 4 เม.ย. 2569
- จับตา ! ครม.นัดแรกรัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค 4 เม.ย. 2569
- “อนุทิน” ลงพื้นที่บางกะปิ ตรวจโครงการ “ไทยช่วยไทย” ย้ำรัฐเร่งลดค่าครองชีพ รับแรงกดดันวิกฤตพลังงาน 4 เม.ย. 2569
- "ศิริภา" จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น-เผยโฉม "ไอ้โม่ง" อุ้มกลุ่มทุน 4 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
กกต.เชิญชวนเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 5 เมษายน 2569 19:16 น.- สิงคโปร์ไฟเขียวไทยส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุก” เป็นประเทศแรกของโลก หลังระงับยาวนานกว่า 28 ปี คาดสร้างมูลค่าเพิ่มปี 69 ทะลุ 150 ล้านบาท 18:04 น.
- ปลัด มท. เผยการแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือด้วยปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง พรุ่งนี้จะเพิ่มอากาศยานอีก 2 ลำ รวม 7 ลำ 18:02 น.
- “อนุทิน” ลงพื้นที่บางกะปิ ตรวจโครงการ “ไทยช่วยไทย” ย้ำรัฐเร่งลดค่าครองชีพ รับแรงกดดันวิกฤตพลังงาน 16:31 น.
- จับตา ! ครม.นัดแรกรัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค 15:47 น.



