วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 08:09 น.

การเมือง

"ดร.มหานิยม" มั่นใจ "ภูมิธรรม" ชง ครม.เคาะ "ปุ๋ยคนละครึ่ง" อุ้มชาวนา4.68 ล้านครัวเรือน ช่วยยกระดับรายได้รากหญ้าได้เต็มสูบ

วันเสาร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.53 น.

เมื่อวันที่ 15   มิถุนายน 2567 ตามที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อช่วยเหลือปัจจัยการผลิตให้กับชาวนา และช่วยลดต้นทุนการเพาะปลูกเพราะข้าวต้องใช้ปุ๋ยเป็นจำนวนมาก โครงการนี้เป็นโครงการใหม่ที่รัฐบาลต้องการเร่งให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะให้ทันกับฤดูการผลิตข้าวของชาวนา

โดยโครงการดังกล่าวจะสนับสนุนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และชีวภัณฑ์ในราคาไม่เกินไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งรัฐบาลจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งและชาวนาจ่ายครึ่งหนึ่งในการซื้อปุ๋ย โดยจะซื้อผ่านแอปพลิเคชั่นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โดยจะไม่จ่ายเป็นเงินสด เพราะกังวลว่าจะนำเงินที่ได้ไปซื้อปัจจัยอย่างอื่นทดแทน แต่หากซื้อผ่าน ธ.ก.ส. มั่นใจว่าจะซื้อปุ๋ยอย่างแน่นอน

 ทั้งนี้ สูตรปุ๋ยที่ชาวนาเสนอและใช้มากที่สุดคือ 
1.ปุ๋ยสูตร 25-7-14 
2.ปุ๋ยสูตร 20-8-20 
3.ปุ๋ยสูตร 20-10-12 
4.ปุ๋ยสูตร 30-3-3 
5.ปุ๋ยสูตร 46-0-0 
6.ปุ๋ยสูตร 18-12-6 
7.ปุ๋ยสูตร 16-8-8 
8.ปุ๋ยสูตร 16-12-8 
9.ปุ๋ยยูเรีย 16-16-8 
10.ปุ๋ยสูตร 16-20-0 
11.ปุ๋ยสูตร 20-20-0 
12.ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม หรือใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ 
13.ชีวภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย นอกจากนี้ ชาวนายังเสนอขอเพิ่มปุ๋ยอีก 3 สูตรเนื่องจากใช้เยอะ คือปุ๋ยสูตร 16-16-16 ปุ๋ยสูตร 15-15-15 และปุ๋ยสูตร 13-13-24 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะพิจารณาต่อไป

 “โครงการนี้มีเป้าหมายช่วยชาวนาปลูกข้าวทั่วไป 4.48 ล้านครัวเรือน พื้นที่ 54 ล้านไร่ ปลูกข้าวอินทรีย์ 0.20 ล้านครัวเรือน พื้นที่ 1.20 ล้านไร่ ปุ๋ยที่เข้าโครงการจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยและทุกคนมีสิทธิเข้าร่วม แต่ต้องรับเงื่อนไขให้ได้ว่าราคาจะต้องเป็นราคาเดียวทั่วประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องไปคำนวณต้นทุนค่าขนส่งให้เรียบร้อย ทั้งนี้ จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพิ่มพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย”นายภูมิธรรม กล่าวนั้น

ดร.นิยม เวชกามา อดีตสส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการนี้ดีมากๆเพราะจะช่วยชาวนาทั้งประเทศลดต้นทุนการผลิตได้เป็นจำนวนมาก ยกระดับรายได้คนรากหญ้าให้ยืนได้อย่างมั่นคง

 "ขณะนี้ข้าวเปลือกทุกชนิดราคาสูง เนื่องจากรัฐบาลเร่งรัดการส่งออกเพิ่มขึ้น และช่วง มี.ค.-เม.ย. อากาศร้อนจัดผลผลิตออกน้อย ขณะที่ความต้องการซื้อจากในประเทศและต่างประเทศมีต่อเนื่อง โดยราคาข้าวเปลือกต่อตันความชื้น 15% เทียบปีก่อน (10 มิ.ย. 66) ข้าวหอมมะลิ 15,000-16,500 บาท (+8%) ข้าวปทุมธานี 14,600-16,000 (+35%) ข้าวเจ้า 11,700-12,600 (+20%) และข้าวเหนียว 13,800-14,600(+8%)

 และการส่งออกข้าวไทย (ม.ค.-เม.ย. 67) ส่งออก 3.40 ล้านตัน (43% ของเป้าหมาย 8.03 ล้านตัน) การส่งออกเทียบปีก่อนมีสัดส่วน ข้าวขาว 65% ข้าวหอมมะลิไทย 16% ข้าวนึ่ง 9% ข้าวหอมไทย 6% ข้าวเหนียว 3% ข้าวกล้อง 1 % ส่วนสถานการณ์ข้าวไทย ผลผลิตข้าวปี 66/67 ผลผลิต 33.05 ล้านตัน ลดลง 0.58 ล้านตันข้าวเปลือก (-2%) เป็นข้าวนาปี 26.83 ล้านตันข้าวเปลือก เพิ่มขึ้น 0.12 ล้านตันข้าวเปลือก (+0.4%) ข้าวนาปรัง 6.22 ล้านตันข้าวเปลือก ลดลง 0.70 ล้านตันข้าวเปลือก (-10%) โดยราคาข้าวไทย (ณ วันที่ 10 มิ.ย. 67) ข้าวทุกชนิดราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา" ดร.นิยม กล่าว

ขณะที่ นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้ชาวนาเริ่มเพาะปลูกข้าวแล้วในหลายพื้นที่ ทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน ขณะนี้ราคาข้าวดี อย่างข้าวขาวราคาเฉลี่ย 11,000-12,000 บาทต่อตันข้าวเปลือก 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี’67 เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากผลกระทบของภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ธ.ก.ส.จะสำรองจ่ายการดำเนินงานตามความโครงการ 33,422.950 ล้านบาท และงบฯกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2567 จำนวน 108.006 ล้านบาท ล่าสุดปรับงบประมาณไว้ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งกรมการข้าวจะจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอโครงการต่อ นบข. และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการและงบประมาณให้เร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายน 2567
 
 

หน้าแรก » การเมือง