การเมือง
“วราวุธ” ยืนยัน “คนพิการ” ไม่ต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์ เพื่อรับเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“วราวุธ” ยืนยัน “คนพิการ” ไม่ต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์ เพื่อรับเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต เพราะมีบัตรคนพิการผูกบัญชีอยู่แล้ว เล็งขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ในหน่วยงานรัฐ แบ่งเบาภาระบุคลากรดูแลบุตร
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ความชัดเจนของการรับเงินหมื่นจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของผู้พิการ ว่า ต้องเรียนว่ากระทรวงพ.ม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีฐานข้อมูลพี่น้องคนพิการอยู่ประมาณ 2,500,000 คน โดยคนพิการนั้นจะมีบัตรคนพิการลงทะเบียนกันเรียบร้อยอยู่แล้วและจะมีบัญชีที่ผูกกับบัตรนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ดังนั้นพม.สามารถให้ข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลังหรือสำนักงบประมาณ ในการที่จะโอนเงินไป ส่วนที่ต้องไปลงทะเบียนเพิ่มอะไรหรือไม่นั้นตนได้รับรายงานมาว่าไม่จำเป็น เพราะว่าฐานข้อมูลทุกอย่างนั้นเรามีให้พร้อมอยู่แล้ว ส่วนขั้นตอนการโอนจะเป็นเมื่อไหร่อย่างไรจะต้องขออนุญาตให้เป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเงินชี้แจงกันในรายละเอียดต่อไป
เมื่อถามว่า เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก การโอนผ่านฐานข้อมูลที่กระทรวงมี จะเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามขั้นตอนใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า อันนี้คือสิ่งที่ทางกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณขอรายละเอียดมา ว่าเรามีฐานข้อมูลแล้วหรือยัง ซึ่งทางกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็ได้ส่งข้อมูลให้แล้ว ว่ามีจำนวนเท่าไหร่อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันชัดเจนเลยหรือไม่ว่าไม่ต้องให้ผู้พิการลงทะเบียนพร้อมเพย์ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะเรามีข้อมูลของพี่น้องคนพิการพร้อมอยู่แล้ว
เล็งขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ในหน่วยงานรัฐ แบ่งเบาภาระบุคลากรดูแลบุตร
นายวราวุธ เปิดเผยด้วยว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤตประชากร หรือ นโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ข้อเสนอที่ระบุว่าการเพิ่มคุณภาพและผลิตภาพของเด็กและเยาวชน เด็กน้อยแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มาตรการที่ 3 การมีศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านมีมาตรฐาน รับเด็กอายุน้อยลง มีความยืดหยุ่น ชุมชนช่วยจัดการได้ เป็นการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและได้มาตรฐานให้บุคลากรกระทรวง พม. ซึ่งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย กระทรวง พม. นับเป็นต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่รับเด็กอายุน้อยลง และเป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากรในหน่วยงานราชการ ทำให้บุตรหลานของบุคลากรได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ และบุคลากรคลายกังวล ส่งผลให้มีความสุขในการทำงาน นำไปสู่การขยายผลการดำเนินงานไปสู่หน่วยงานราชการอื่น
นายวราวุธ กล่าวว่า อาคารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย กระทรวง พม. เดิม เป็นศูนย์พัฒนาเด็กของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ 2558 เป็นต้นมา มีผู้เลี้ยงดูเด็ก จำนวน 7 คน ซึ่งปัจจุบันได้มอบภารกิจให้อยู่ในการกำกับดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน โดยได้มีการปรับปรุงอาคารทั้งภายในและภายนอกเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับการดูแลเด็กตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติและเป็นต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนได้มาศึกษาแนวคิด รูปแบบ และนำไปจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ให้สอดคล้องกับนโยบายเด็กเกิดน้อยเปี่ยมด้วยคุณภาพ โดยมีพื้นที่ใช้สอย 124.92 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้องสำหรับเด็ก จำนวน 2 ห้อง ห้องน้ำ จำนวน 2 ห้อง ห้องครัว ห้องทำงาน และห้องเก็บของเข้ารับเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 6 ปี จำนวน 30 คน ซึ่งปัจจุบันมีเด็กรับบริการ 12 คน ผู้เลี้ยงดูแลเด็ก จำนวน 5 คน ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการศึกษาปฐมวัย โดยการดูแลเด็กนั้น ได้ใช้การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบไฮสโคปและการเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่ เพื่อวางรากฐาน พัฒนาอารมณ์ จิตใจ รวมถึงการเรียนรู้สังคม สิ่งแวดล้อมรอบข้าง ส่งเสริมทักษะให้เด็กได้รู้จักพึ่งพาตนเอง
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่หน่วยงานราชการอื่น กระทรวง พม. จะมีการขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ไปยังหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. เพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ การเคหะแห่งชาติ และ สำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อีกทั้งจะบูรณาการความร่วมมือกับ 3 กระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย ศึกษาธิการ และสาธารณสุข ในฐานะคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในหน่วยงาน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลบุตรหลานของบุคลากรและเป็นการเพิ่มการพัฒนาศักยภาพของเด็กให้มีพัฒนาการเป็นไปตามวัยอย่างมีคุณภาพ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ 12 มิ.ย. 2569
- นายกฯ เรียกประขุม ครม.นัดพิเศษ หลังมีประกาศสำนักพระราชวังแถลงการณ์ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ สิ้นพระชนม์ 12 มิ.ย. 2569
- ประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ 12 มิ.ย. 2569
- นายกฯ เร่งตัดวงจรอาชญากรรม ยึด-อายัดทรัพย์แล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาท คืนเงินผู้เสียหายแล้ว 12 มิ.ย. 2569
- มท. เห็นชอบ เปลี่ยนชื่อ "หมู่บ้าน - อปท. - วัด" รวม 6 แห่ง แก้ปัญหาชื่อซ้ำ ลดความเข้าใจผิด และเหมาะสมกับอัตลักษณ์ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ 12 มิ.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“อนุดิษฐ์” จี้รัฐทบทวนเกณฑ์ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปมลูกนำชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ชี้มาตรการตึงเกินจริง ขาดมิติความเป็นมนุษย์ ไม่เข้าใจวิถีคนจน 18:50 น.- กกต.ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการออกเสียงประชามติ 8 เรื่อง 18:38 น.
- กกต.ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการเลือกตั้ง อบจ. 548 เรื่อง 17:35 น.
- กกต.ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการเลือกตั้ง อบต. 1,663 เรื่อง 17:31 น.
- "พลพีร์" ลุยต่ออำเภอคงโคราช ติดตามภารกิจเร่งด่วนรัฐบาล 3 ด้าน แก้ไขยาเสพติด-งดเผา-ลดค่าครองชีพ ดัน "ไทยช่วยไทย" บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน 17:25 น.


