วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569 07:33 น.

การเมือง

“วราวุธ”  ยืนยัน “คนพิการ” ไม่ต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์ เพื่อรับเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต

วันอังคาร ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2567, 11.28 น.

“วราวุธ”  ยืนยัน “คนพิการ” ไม่ต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์ เพื่อรับเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต เพราะมีบัตรคนพิการผูกบัญชีอยู่แล้ว  เล็งขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ในหน่วยงานรัฐ แบ่งเบาภาระบุคลากรดูแลบุตร 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ความชัดเจนของการรับเงินหมื่นจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของผู้พิการ ว่า ต้องเรียนว่ากระทรวงพ.ม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีฐานข้อมูลพี่น้องคนพิการอยู่ประมาณ 2,500,000 คน โดยคนพิการนั้นจะมีบัตรคนพิการลงทะเบียนกันเรียบร้อยอยู่แล้วและจะมีบัญชีที่ผูกกับบัตรนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ดังนั้นพม.สามารถให้ข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลังหรือสำนักงบประมาณ ในการที่จะโอนเงินไป ส่วนที่ต้องไปลงทะเบียนเพิ่มอะไรหรือไม่นั้นตนได้รับรายงานมาว่าไม่จำเป็น เพราะว่าฐานข้อมูลทุกอย่างนั้นเรามีให้พร้อมอยู่แล้ว ส่วนขั้นตอนการโอนจะเป็นเมื่อไหร่อย่างไรจะต้องขออนุญาตให้เป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเงินชี้แจงกันในรายละเอียดต่อไป

เมื่อถามว่า เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก การโอนผ่านฐานข้อมูลที่กระทรวงมี จะเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามขั้นตอนใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า อันนี้คือสิ่งที่ทางกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณขอรายละเอียดมา ว่าเรามีฐานข้อมูลแล้วหรือยัง ซึ่งทางกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการก็ได้ส่งข้อมูลให้แล้ว ว่ามีจำนวนเท่าไหร่อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันชัดเจนเลยหรือไม่ว่าไม่ต้องให้ผู้พิการลงทะเบียนพร้อมเพย์ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะเรามีข้อมูลของพี่น้องคนพิการพร้อมอยู่แล้ว

 เล็งขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ในหน่วยงานรัฐ แบ่งเบาภาระบุคลากรดูแลบุตร

นายวราวุธ  เปิดเผยด้วยว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤตประชากร หรือ นโยบาย 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ข้อเสนอที่ระบุว่าการเพิ่มคุณภาพและผลิตภาพของเด็กและเยาวชน เด็กน้อยแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มาตรการที่ 3 การมีศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านมีมาตรฐาน รับเด็กอายุน้อยลง มีความยืดหยุ่น ชุมชนช่วยจัดการได้ เป็นการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและได้มาตรฐานให้บุคลากรกระทรวง พม. ซึ่งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย กระทรวง พม. นับเป็นต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่รับเด็กอายุน้อยลง และเป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากรในหน่วยงานราชการ ทำให้บุตรหลานของบุคลากรได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ และบุคลากรคลายกังวล ส่งผลให้มีความสุขในการทำงาน นำไปสู่การขยายผลการดำเนินงานไปสู่หน่วยงานราชการอื่น

นายวราวุธ กล่าวว่า อาคารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย กระทรวง พม. เดิม เป็นศูนย์พัฒนาเด็กของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ 2558 เป็นต้นมา มีผู้เลี้ยงดูเด็ก จำนวน 7 คน ซึ่งปัจจุบันได้มอบภารกิจให้อยู่ในการกำกับดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน โดยได้มีการปรับปรุงอาคารทั้งภายในและภายนอกเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับการดูแลเด็กตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติและเป็นต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนได้มาศึกษาแนวคิด รูปแบบ และนำไปจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย  

ให้สอดคล้องกับนโยบายเด็กเกิดน้อยเปี่ยมด้วยคุณภาพ โดยมีพื้นที่ใช้สอย 124.92 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้องสำหรับเด็ก จำนวน 2 ห้อง ห้องน้ำ จำนวน 2 ห้อง ห้องครัว ห้องทำงาน และห้องเก็บของเข้ารับเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 6 ปี จำนวน 30 คน ซึ่งปัจจุบันมีเด็กรับบริการ 12 คน ผู้เลี้ยงดูแลเด็ก จำนวน 5 คน ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการศึกษาปฐมวัย โดยการดูแลเด็กนั้น ได้ใช้การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบไฮสโคปและการเรียนรู้แบบมอนเตสซอรี่ เพื่อวางรากฐาน พัฒนาอารมณ์ จิตใจ รวมถึงการเรียนรู้สังคม สิ่งแวดล้อมรอบข้าง ส่งเสริมทักษะให้เด็กได้รู้จักพึ่งพาตนเอง 
 
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่หน่วยงานราชการอื่น กระทรวง พม. จะมีการขยายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ไปยังหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. เพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ การเคหะแห่งชาติ และ  สำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อีกทั้งจะบูรณาการความร่วมมือกับ 3 กระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย ศึกษาธิการ และสาธารณสุข ในฐานะคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในหน่วยงาน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลบุตรหลานของบุคลากรและเป็นการเพิ่มการพัฒนาศักยภาพของเด็กให้มีพัฒนาการเป็นไปตามวัยอย่างมีคุณภาพ
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง