วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569 21:14 น.

การเมือง

ยกระดับประชาธิปไตยไทยวิจิตรศิลป์ สู่ปัญญาประดิษฐ์เชิงโครงสร้าง โจทย์ใหญ่ Tech-Moral Society ปี 2049

วันอาทิตย์ ที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.56 น.

ท่ามกลางความเร่งรีบของมหานคร งานศิลปะชิ้นหนึ่งที่สถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน ได้จุดประกายคำถามใหญ่ต่อสังคมไทย เมื่อภาพวาด “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” ที่งดงามวิจิตร ปรากฏขึ้นในพื้นที่สาธารณะ ไม่เพียงในฐานะงานศิลป์ แต่ในฐานะกระจกสะท้อน “ความย้อนแย้ง” ของประชาธิปไตยไทย ที่เน้นรูปแบบ พิธีกรรม และสุนทรียศาสตร์ มากกว่าการทำหน้าที่ตอบสนองชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และสังคมวิทยามองปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า เป็นตัวอย่างของสิ่งที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยแบบวิจิตรศิลป์” ซึ่งรัฐและโครงสร้างอำนาจใช้ความงดงามเชิงสัญลักษณ์เป็นเครื่องปลอบประโลมจิตใจของสังคม ท่ามกลางความจริงทางการเมืองที่เปราะบางและขาดประสิทธิภาพ สุนทรียศาสตร์จึงกลายเป็นเครื่องมืออำพรางปัญหา มากกว่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

การวิเคราะห์เชิงลึกชี้ว่า รากเหง้าของปรากฏการณ์นี้สืบทอดมาจากมรดกความคิดแบบ “รัฐจักรวาล” ในคติฮินดู-พุทธ ที่ให้ความสำคัญกับศูนย์กลางอำนาจ พิธีกรรม และความสมบูรณ์แบบเชิงสัญลักษณ์ ก่อนจะผสานเข้ากับระบอบ “รัฐราชการ” สมัยใหม่ ซึ่งสถาบันการเมืองอย่างการเลือกตั้งและรัฐสภา ทำหน้าที่สร้างความชอบธรรมภายนอก ขณะที่อำนาจตัดสินใจที่แท้จริงยังคงรวมศูนย์อยู่ในกลุ่มอำนาจนำ

แม้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อำนาจรัฐราชการจะถูกท้าทายจากกลุ่มทุนและอำนาจท้องถิ่นมากขึ้น แต่ผลลัพธ์กลับนำไปสู่ “ประชาธิปไตยแบบอุปถัมภ์” ที่เครือข่ายส่วนบุคคลยังสำคัญกว่าระบบคุณธรรมและกฎหมาย ปัญหาเชิงโครงสร้างจึงยังคงดำรงอยู่ ภายใต้ภาพลักษณ์ประชาธิปไตยที่ดูสวยงาม

ขณะเดียวกัน โลกภายนอกกำลังก้าวสู่การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะวิสัยทัศน์ “China 2049” ที่จีนตั้งเป้าฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชาติ ผ่านการพัฒนา AI กองทัพอัจฉริยะ เศรษฐกิจนวัตกรรม และอารยธรรมนิเวศ การขับเคลื่อนดังกล่าวส่งแรงกดดันโดยตรงต่อประเทศขนาดกลางอย่างไทย ทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และอธิปไตยทางเทคโนโลยี

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากไทยยังยึดติดกับประชาธิปไตยเชิงพิธีกรรม อาจเสี่ยงตกอยู่ในภาวะ “อาณานิคมทางดิจิทัล” จากมหาอำนาจเทคโนโลยี โดยขาดอำนาจต่อรองและขาดกรอบจริยธรรมกำกับการใช้ AI และข้อมูลขนาดใหญ่

รายงานวิเคราะห์ฉบับล่าสุดจึงเสนอ “กระบวนทัศน์ใหม่” ที่เรียกว่า Tech-Moral Society หรือสังคมเทคโนโลยีคุณธรรม ซึ่งผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับจริยธรรมอย่างเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงเครื่องประดับ แนวคิดนี้เน้นการพัฒนา AI ที่คำนึงถึงมนุษย์ การออกแบบเทคโนโลยีโดยยึดคุณค่าความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการกระจายความรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือกดขี่

ความจำเป็นของ Tech-Moral Society ถูกตอกย้ำจากวิกฤตใหญ่ที่กำลังถาโถม ทั้งสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพและอายุขัย ภัยภูมิอากาศ และการแข่งขันเทคโนโลยีโลก ตัวอย่างเช่น การยกระดับแพลตฟอร์มดูแลผู้สูงอายุอย่าง Chula ARi สู่ระดับชาติ การพัฒนาอาหารแห่งอนาคตที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร และการวางธรรมาภิบาล AI เพื่อป้องกันการปกครองโดยอัลกอริทึม

รายงานยังประเมินฉากทัศน์ประเทศไทยปี 2049 ไว้ 3 ทางเลือก ตั้งแต่ “กรงขังสีทอง” ที่รัฐใช้เทคโนโลยีควบคุมประชาชนภายใต้เปลือกประชาธิปไตย ไปจนถึง “รุ่งอรุณแห่ง Tech-Moral” ซึ่งเป็นฉากทัศน์พึงประสงค์ ที่เทคโนโลยีถูกใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมมีส่วนร่วม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม

บทสรุปของรายงานชี้ชัดว่า ความงดงามเชิงสุนทรียศาสตร์อาจยังมีคุณค่าในฐานะทุนวัฒนธรรมและ Soft Power แต่ไม่เพียงพอสำหรับโลกอนาคต การเมืองไทยจำเป็นต้องก้าวจาก “ความวิจิตรของรูปแบบ” ไปสู่ “จริยธรรมเชิงปฏิบัติ” ด้วยการออกแบบระบบเทคโนโลยีที่มีทั้งสมองกลและหัวใจมนุษย์ เพื่อให้การพัฒนาสู่ปี 2049 เป็นการเดินทางที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง