วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569 02:54 น.

การเมือง

เปิดวิสัยทัศน์ "Thailand Vision 2035"  ถอดรหัสยุทธศาสตร์ "ยศชนัน" ชูสร้างรายได้สูงด้วยตำแหน่งสูงสุด 

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.16 น.

การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังถูกจับตามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย ท่ามกลางบริบทวิกฤตซ้อนวิกฤต หรือที่นักวิชาการเรียกว่า “Perfect Storm” ทั้งเศรษฐกิจโลกผันผวน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างฉับพลัน

ในห้วงเวลานี้ เวทีเสวนา “ทิศทางโลก ทิศทางไทย #ThailandVision2035” ซึ่งจัดโดยสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ได้กลายเป็นเวทีสำคัญในการประกาศวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองหลัก โดยเฉพาะการเปิดตัว “Thailand Vision 2035” ของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 จากพรรคเพื่อไทย

รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ที่เผยแพร่ล่าสุด ชี้ว่า วิสัยทัศน์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว แต่เป็น ยุทธศาสตร์การเมืองแบบครบวงจร ที่มุ่ง “รีแบรนด์” พรรคเพื่อไทย จากพรรคประชานิยมฐานราก สู่พรรค “เทคโนแครต-ชาตินิยมสมัยใหม่” ที่ใช้วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และ AI เป็นหัวใจหลัก

นักวิทยาศาสตร์สมอง กับเงาทายาทการเมือง

จุดแข็งใหม่หรือจุดเปราะบางเดิม?

รายงานชี้ว่า อัตลักษณ์ของ ดร.ยศชนัน มีลักษณะ “สองด้าน” อย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง เขาคือศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญ Brain-Computer Interface (BCI) ซึ่งผลงานได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ สร้างภาพผู้นำแบบ Problem Solver ที่แตกต่างจากนักการเมืองไทยแบบดั้งเดิม

แต่อีกด้านหนึ่ง สถานะทางการเมืองของเขายังคงผูกโยงกับตระกูล “วงศ์สวัสดิ์–ชินวัตร” อย่างแยกไม่ออก ทั้งในฐานะบุตรของอดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และหลานของอดีตนายกฯ ทักษิณ–ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

อย่างไรก็ตาม ในเวทีช่อง 3 ดร.ยศชนันเลือก เปลี่ยนข้อครหาทายาททางการเมืองเป็นวาทกรรมความต่อเนื่อง โดยเปรียบการพัฒนาประเทศเสมือน “การสร้างบ้าน” ที่พรรคไทยรักไทยวางรากฐานไว้ และคนรุ่นใหม่มีหน้าที่ต่อยอด ซึ่งนักวิชาการมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งรักษาฐานเสียงเดิม พร้อมส่งสัญญาณเสถียรภาพแก่ชนชั้นกลางและภาคธุรกิจ

Thailand Vision 2035 : ประชานิยมเวอร์ชันเทคโนแครต

จากรากหญ้าสู่ Deep Tech

สาระหลักของ Thailand Vision 2035 คือการพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางภายในปี 2578 โดยใช้ AI, Deep Tech และวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เป็นเครื่องยนต์หลัก ครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล

ภาคเกษตรถูกวางบทบาทใหม่จากการอุดหนุนราคา สู่เกษตรแม่นยำและไบโอเทค
ภาคอุตสาหกรรมเน้นการยกระดับจาก OEM สู่หุ่นยนต์และนวัตกรรมขั้นสูง
ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลผลักดันอุตสาหกรรมเกมและ E-Sports เป็น New S-Curve

นอกจากนี้ แนวคิด “Common Space” และนโยบาย “City Heroes” ถูกนำเสนอเพื่อแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย และปฏิรูปการศึกษาที่เริ่มจาก “อารมณ์ก่อนเหตุผล” สะท้อนความพยายามเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจกับสังคมและวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่

Q&A บททดสอบผู้นำ : นอมินีหรืออิสระจริง?

ช่วงถาม-ตอบในเวทีดังกล่าวถูกมองว่าเป็น บททดสอบทางการเมืองที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะคำถามเรื่องอิทธิพลครอบครัวและข้อกล่าวหา “นอมินี” ซึ่ง ดร.ยศชนันตอบด้วยท่าทีประนีประนอม ยืนยันการตัดสินใจร่วมกับคณะกรรมการพรรค ขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธบทบาทคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ในตระกูล

นักวิชาการวิเคราะห์ว่า นี่คือยุทธศาสตร์ “แยกกันเดิน รวมกันตี” เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย แต่ยังรักษาพลังเครือข่ายทางการเมืองเดิมไว้

เทียบสามขั้วผู้นำ : เทคโนโลยี – การจัดการ – ปฏิรูปโครงสร้าง

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญในสนามเดียวกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย) เน้นบทบาทผู้จัดการรัฐ เศรษฐกิจสีเขียว และการทูต

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) เน้นการรื้อโครงสร้างอำนาจและประชาธิปไตยเชิงสถาบัน

รายงานสรุปว่า ดร.ยศชนันเลือกยืนบนจุดกึ่งกลาง ระหว่าง ประสิทธิภาพเชิงเทคโนโลยี กับ การประนีประนอมทางการเมือง เพื่อขยายฐานเสียงทั้งรากหญ้าและชนชั้นกลางสายวิชาการ

กับดักรัฐบาลผสม : ความสวยหรูที่อาจสะดุด

แม้ Thailand Vision 2035 จะสอดรับกับกระแสโลก แต่รายงานเตือนว่า อุปสรรคที่แท้จริงอยู่หลังวันเลือกตั้ง โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลผสมภายใต้กฎของแกมสัน และบทบาท “ตัวแปร” ของพรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย ซึ่งอาจทำให้เพื่อไทยต้องแลกกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ส่งผลต่อการบูรณาการนโยบายระยะยาว

ดังนั้นรายงานการวิจัยชี้ว่า “Thailand Vision 2035” คือความพยายามครั้งสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการก้าวข้ามประชานิยมแบบเดิม สู่ประชานิยมเชิงโครงสร้างเทคโนโลยี โดยใช้ทุนทางวิชาการของ ดร.ยศชนัน กลบจุดอ่อนเรื่องสายสัมพันธ์ทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของวิสัยทัศน์นี้ จะไม่ได้ถูกตัดสินบนเวทีดีเบต หากแต่อยู่ที่ พลวัตการเมืองหลัง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าเขาจะสามารถพิสูจน์ความเป็นผู้นำอิสระ ฝ่ากับดักรัฐบาลผสม และเปลี่ยนวาทกรรมให้เป็นนโยบายที่เดินได้จริงหรือไม่

หากทำได้ “Thailand Vision 2035” อาจเป็นกุญแจปลดล็อกประเทศ แต่หากทำไม่ได้ ก็อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งวิสัยทัศน์ที่ถูกกลืนหายไปกับพายุการเมืองไทยอีกครั้ง
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง