วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569 05:48 น.

การเมือง

พปชร.ส่ง “เม ประภา” ลุยเมืองน้ำดำ อ้อนขอคะแนน ย้ำทุกนโยบายทำได้จริง ชู “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ–มารดาประชารัฐ” เปิดใจเหตุผลย้ายพรรค

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.13 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569  น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ ผู้สมัคร สส.จ.กาฬสินธุ์ เขต4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนโยบายพรรคประชารัฐ ที่ช่วยพี่น้องประชาชนตั้งแต่อยู่ในท้อง จนถึงผู้สูงอายุ หรือจะเป็น “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่ช่วยบรรเทาแก้ไขปัญหาค่าใช้จ่ายในทุกสิ้นเดือน เป็นนโยบายเริ่มต้น และจะให้มีการต่อยอดต่อไป ยกตัวอย่าง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” มีวงเงินอยู่เริ่มต้น300 บาท พ่อแม่พี่น้อง ถ้าให้ความหวังไว้วางใจจาก 300 บาท ก็จะขยายเป็น 700 บาท ปัญหาความยากจนเราต้องการดูแล ทุกคน ทั้งคนที่เป็นที่รัก ดูแลพ่อ-แม่ ดูแลลูกหลาน ของท่าน

อีกนโยบายช่วยเรื่องพืชผลทางการเกษตร จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจังหวัด ที่มีเกษตรกรหาเงินไปซื้อปุ๋ย มีเงินเท่าไหร่ก็ต้องไปซื้อปุ๋ย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” จึงเป็นนโยบายที่ดี ปกติแล้วเกษตรกรกาฬสินธุ์ ทำเกษตรก็ต้องมีการวางแผนว่า ปลูกอะไรที่จะได้ผลผลิตได้ราคา หากปลูกอะไรก็แล้วแล้วไป “ให้เทวดาเลี้ยง” มันก็คงไม่ได้

ส่วนนโยบายที่โดนใจประชาชนที่สุด คือ “มารดาประชารัฐ” ดูแลตั้งแต่ตั้งอยู่ในท้องจนถึงเด็ก 6 ปี ขณะที่ผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง ก็อยากให้พรรคประชารัฐได้โอบอุ้มคนที่เรารัก เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุเป็นภาระของลูกหลาน 

“เพราะความจริงแล้วผู้สูงอายุทุกคน ก็อยากให้ลูกหลานตัวเอง ไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน ไม่ใช่ว่าจะให้ลูกหลานจะต้องเลี้ยงไปตลอด”

นส.ประภา ยืนยัน กรณีที่สื่อมวลชน ระบุ ตนเองเลือกตั้งครั้งที่แล้ว  “ล้มช้าง” ความจริงไม่ได้ล้มช้างเลย แต่เป็นผู้แทนราษฎรที่เกิดจากความยากจน ชาวบ้านขาดแคลน ถนน ขาดน้ำ อุปโภคบริโภค ต่างๆ ชาวบ้านเดือดร้อนทั้งเรื่องน้ำสะอาดในการดำรงชีวิต น้ำทำการเกษตร น้ำคือชีวิต ทั้งที่ชาวบ้านกาฬสินธุ์มีที่ดินมากมาย เมื่อพี่มาเป็น สส.เพราะความยากจนและต้องการช่วยชาวบ้าน ที่ผ่านมา 2 ปี 6 เดือน ช่วยโดยไม่มีนักการเมืองท้องถิ่น พี่เป็นนักธุรกิจธุรกิจทำงานอย่างเต็มที่ ผู้แทนฯ คือ ผู้ดูแลประชาชน ที่ผ่านมา จ.กาฬสินธุ์ เขต 4 พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเกือบทุกด้าน

ส่วนถามว่า มั่นใจรักษาแชมป์ได้หรือไม่ ก็ตอบมั่นใจ แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องรักษาแชมป์ แต่เป็นเรื่องสู้ทุกอย่างพัฒนา เขต 4 ไม่ได้สู้กับใคร ไม่ได้สู้กับนักการเมือง แต่เพื่อสู้ยืนเคียงข้างประชาชน 

ถามอีกว่า ทำไมตัดสินใจเดินมาพรรคพลังประชารัฐ นส.ประภา กล่าวว่า ที่เดินมาหาพรรคพลังประชารัฐ เพราะพปชร.รับเงื่อนไขของพี่ทุกข้อในการพัฒนาคนกาฬสินธุ์ รับฟังทุกปัญหา ซึ่งเป็นปัญหาของรากหญ้า มีการส่งต่อนโยบายสู่ผู้บริหารไปถึง ท่านตรีนุช เทียนทอง และไปถึง ท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.ต้องแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ไม่งั้นก็ไม่ต้องมาเป็นผู้แทนฯ ดังนั้น จึงขออาสากลับมาเป็นสส.อีกครั้ง เพราะยังมีงานอีกหลายด้านต้องสานต่อ 

ส่วนกรณีที่มีความข้องใจว่า มีการโหวตสวนขณะอยู่พรรคภูมิใจไทย น.ส.ประภายอมรับว่า เคยโหวตสวนมติ 2 ครั้ง ครั้งแรกเพราะมีกลุ่มประชาชนมาเรียกร้องไม่ให้รับร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ถึงขนาดพระสงฆ์โทรศัพท์มาบอก อย่ารับ เพราะมันผิดจริยธรรมและเป็นสิ่งไม่ดีกับประเทศ 

ครั้งที่ 2 คือ กฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 ผ่านสภา เนื่องจากเห็นว่า มีความจำเป็น เพราะหากกฎหมายโหวตไม่ผ่าน ตนคงไม่มีหน้ากลับไปพบประชาชน จ.กาฬสินธุ์ได้ ยืนยันไม่เคยขัดแย้งกับพรรคภูมิใจไทย และไม่เคยโทษที่ต้องออกจากพรรค เพราะยอมรับ การฝ่าฝืนมติพรรคก็มีความผิด แต่ก็มีความจำเป็น เพราะเห็นแก่ชาวบ้าน 

สุดท้าย นางสาวประภา วิงวอนขอโอกาสประชาชนคนไทย ช่วยกัน กาบัตรสีชมพู เลือกเบอร์ 43 ให้พรรคพลังประชารัฐ ได้กลับมาเป็นรัฐบาล เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ลืมตาอ้าปาก เพราะคนไทยจะไม่จนอีกต่อไป พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคของคนไทยทุกคน นโยบายพรรคพลังประชารัฐ พูดจริง ทำจริง พิสูจน์มาแล้วว่า นโยบายสามารถทำได้จริงทั้งหมด ขอโอกาสพี่น้องประชาชน เลือกพรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 43

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง