วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569 15:47 น.

การเมือง

เปิดวิสัยทัศน์ "ยศชนัน" ชูยกระดับภาคการศึกษาเทียบการเมือง พลิกวิกฤตมรสุมโลกสู่โอกาสประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.43 น.

ปีพุทธศักราช 2569 ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองและการพัฒนาประเทศไทย ท่ามกลางบริบทโลกที่เผชิญ “มรสุมที่สมบูรณ์แบบ” (Perfect Storms) จากการบรรจบกันของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างฉับพลัน นักวิเคราะห์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า รูปแบบการเมืองแบบเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยวาทกรรมหรือผลประโยชน์ระยะสั้น ไม่อาจตอบโจทย์การอยู่รอดของรัฐชาติได้อีกต่อไป

ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่เปราะบางนี้ การปรากฏตัวของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย พร้อมทีมยุทธศาสตร์ ในการหารือร่วมกับ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ โรงแรมสุโกศล ได้จุดประกายการถกเถียงครั้งสำคัญต่อ “กระบวนทัศน์ใหม่” ของการบริหารประเทศ โดยมีแกนกลางคือแนวคิดการ ยกระดับภาคการศึกษาให้อยู่ในระนาบเดียวกับภาคการเมือง เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ตาม” มาเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ของรัฐ

การหารือดังกล่าวไม่ใช่เพียงเวทีแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมือง หากแต่เป็นการวางรากฐานของสิ่งที่ยศชนันเรียกว่า “รัฐศาสตร์เชิงวิทยาศาสตร์” (Scientific Politics) ซึ่งยึดหลักข้อมูลเชิงประจักษ์ ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ และการคิดเชิงระบบ มาแทนการตัดสินใจบนฐานความเชื่อหรืออารมณ์

จากห้องแล็บสู่ทำเนียบรัฐบาล
ด้วยภูมิหลังในฐานะศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบประสาท ยศชนันมองประเทศเสมือน “ระบบซับซ้อน” ที่องค์ประกอบทุกส่วนเชื่อมโยงกัน คล้ายเครือข่ายประสาทในสมอง แนวคิดนี้นำไปสู่การมอง “รัฐ” เป็นแพลตฟอร์มที่ต้องทำหน้าที่เชื่อมศักยภาพของประชาชนกับทรัพยากรและโอกาสของโลก โดยอาศัยกลไกป้อนกลับและการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

คำว่า “กัดไม่ปล่อย” ที่ยศชนันใช้สื่อสารต่อสาธารณะ ถูกตีความว่าเป็นจริยธรรมการทำงานแบบนักวิจัย ที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และไม่พึ่งพานโยบายฉาบฉวย

พลิกความล้าหลังด้วยแนวคิด ‘ต้นทุนจมต่ำ’
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือแนวคิด Low Sunk Cost Advantage ซึ่งยศชนันเสนอว่า ความที่ประเทศไทยยังไม่ผูกติดกับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีเก่าอย่างลึกซึ้ง กลับกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ เปิดโอกาสให้ประเทศสามารถ “ก้าวกระโดด” (Leapfrogging) สู่เทคโนโลยีอนาคตได้รวดเร็วกว่า โดยไม่ต้องแบกรับภาระจากโครงสร้างมรดกเดิม

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านนโยบายระบบรางสมัยใหม่ รถไฟฟ้า และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดค่าครองชีพ แต่คือการวาง “ระบบปฏิบัติการใหม่” ให้กับเมืองและเศรษฐกิจไทย

แก้ปม ‘Missing Link’ การศึกษา–อุตสาหกรรม
ที่ประชุม ทปอ. ซึ่งมีอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำเข้าร่วม เห็นพ้องถึงปัญหา “Missing Link” ระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ทั้งในด้านหลักสูตร ทักษะ และวิสัยทัศน์ ยศชนันจึงเสนอแนวคิด Supply Push ให้ภาครัฐและการศึกษาผลิตกำลังคนล่วงหน้าในสาขาเทคโนโลยีแนวหน้า เพื่อดึงดูดการลงทุนระดับโลก ด้วยตรรกะว่า “ถ้ามีคนเก่ง งานจะมาเอง”

นอกจากนี้ ยังเน้นการสร้างระบบนิเวศแรงงานแบบสหวิทยาการ ไม่จำกัดเพียงวิศวกร แต่รวมถึงนักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ นักจิตวิทยา และช่างฝีมือ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่อย่างครบวงจร

ปัดฝุ่น ‘1 อำเภอ 1 ทุน’ สู่เครื่องมือยุทธศาสตร์
อีกหนึ่งข้อเสนอคือการฟื้นโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (ODOS) ในรูปแบบใหม่ ให้เป็นเครื่องมือสร้าง “คริติคอลแมส” ของบุคลากรทักษะสูง โดยมุ่งเป้าไปยังสาขาเทคโนโลยีแห่งอนาคต เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม S-Curve และระบบพี่เลี้ยงจากมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน เพื่อให้ความรู้กลับมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ

อธิปไตยทางปัญญา วาระแห่งชาติใหม่
ยศชนันประกาศแนวคิด Intellectual Property Sovereignty เป็นแกนสำคัญของความมั่นคงชาติในศตวรรษที่ 21 ชี้ว่าไทยต้องขยับจากการเป็นผู้ใช้หรือผู้ผลิตตามสั่ง ไปสู่การเป็นผู้สร้างและเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวิจัยขั้นแนวหน้า การเปลี่ยน KPI มหาวิทยาลัยสู่สิทธิบัตรและการใช้เชิงพาณิชย์ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการลงทุนต่างชาติอย่างเข้มข้น

สองเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต
ภาพรวมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจตามแนวคิดยศชนัน คือการใช้ เครื่องยนต์คู่ขนาน ได้แก่ การยกระดับภาคเศรษฐกิจดั้งเดิมอย่างเกษตร อาหาร และท่องเที่ยว ด้วยเทคโนโลยี และการสร้างเครื่องยนต์ใหม่ในสาขาอย่าง EV, Neuro-tech, Wellness และ Longevity Tech เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจมูลค่าสูง

การเมืองบนระนาบใหม่
นักวิชาการมองว่า แนวคิด “รัฐศาสตร์เชิงวิทยาศาสตร์” ของยศชนัน เป็นความพยายามยกระดับการเมืองไทยสู่ระนาบใหม่ ที่การศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับการเมือง แม้ความท้าทายในการนำไปปฏิบัติยังรออยู่ข้างหน้า แต่การประกาศทิศทางเช่นนี้สะท้อนความพยายามเปลี่ยนสมการการเมืองไทย จากการแข่งขันด้วยนโยบายระยะสั้น สู่การแข่งขันด้วย “มันสมอง” และ “นวัตกรรม” ในเวทีโลก.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง