การเมือง
"อนุทิน" ยันคนละครึ่งแตกต่างจากเศรษฐีเงินล้านชัดเจน เหน็บแจกวันละ 9 คน 2 หมื่นปี คนไทยถึงจะรวยครบ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ตลาดห้วยเดื่อ จ.หนองบัวลำภู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทย ตามนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ว่า มีความแตกต่างกับนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งนโยบายคนละครึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันทำให้เศรษฐกิจขยายตัว มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในตลาด เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นการแจกเงินประชาชน ซึ่งแตกต่างกันชัดเจน
เมื่อถามว่า การแจกเงินจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และจะจัดเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่านโยบายเงินหมื่น ไม่ได้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด และทำได้ไม่จบ จึงไม่สามารถประเมินได้ แต่นโยบายคนละครึ่ง แทบจะไม่ต้องประเมินในเชิงวิชาการเลย เรารับรู้ถึงความพึงพอใจของพี่น้องประชาชน ว่าเขาต้องการแค่ครึ่งๆ ตามนโยบายคนละครึ่งก็แฮปปี้แล้ว เขาไม่ได้ต้องการเพิ่มอัตรามากกว่านี้
เมื่อถามว่า การแจกเงินประชาชนเยอะๆ จะมีผลเสียอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูเรื่องงบประมาณที่ต้องมีความชัดเจนพอสมควร นโยบายที่จะเอามาแข่งเรื่องพวกนี้ประมูลไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่บอกกับประชาชนต้องมีการเตรียมแผน ไม่ใช่เป็นนโยบายรายวัน ไม่ใช่ว่าเห็นคู่แข่งทำนโยบายอะไรขึ้นมาแล้วจะไปโปะมาออนท็อป แบบนี้คงไม่ใช่ เชื่อว่า ประชาชนแยกแยะได้
เมื่อถามต่อว่า จะทำให้ประชาชนไม่รักษาวินัยการเงินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การให้เงินเปล่าๆกับพี่น้องประชาชนถ้าทำได้จะต้องทั่วถึง ซึ่งการแจกประชาชนคนละ 1 ล้านบาท วันละ 9 คน ถามว่า 9 คนนั้นคือใคร ตนก็ไม่อยากก้าวล่วงนโยบายพรรคอื่น แต่สมมติว่าวันละ 9 คน คือวันละ 9 ล้านบาท เขาคงดูว่ายอดเงิน 3,000 กว่าล้านบาท ไม่ได้เยอะแยะมาก แต่ประชากรกรไทยมี 70 ล้านคน ต้องใช้เวลาเกือบ 2 หมื่นปี กว่าพี่น้องประชาชนจะได้ครบ คำถามคือเป็นสิ่งที่จะทั่วถึงหรือไม่ ใครจะได้บ้าง กฎหมายมีการเตรียมไว้บ้างหรือไม่ ตนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะว่าเป็นนโยบายพรรคอื่น
"เอกนิติ" ซัดนโยบายประชานิยม ได้เสียงประชาชน แต่ไม่มีความรับผิดชอบ
ทางด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดรีมทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายช่วงโค้งสุดท้ายจะมีสิ่งเซอร์ไพรส์หรือไม่ ว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทย คิดมาค่อนข้างรอบคอบ และไม่ได้ช่วยแค่คนในเมืองหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุในโครงการสูงวัยพลัส ที่จะทำให้กลุ่มคนเกษียณอายุได้มีทักษะในการประกอบอาชีพ เพื่อเข้าสู่โลกการขายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการเพิ่มทักษะการขายของ ขายออนไลน์
นอกจากนี้ ยังมีโครงการชุมชนพลัสที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีความคึกคัก โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพในกรุงเทพ เพื่อให้ลูกหลานได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว
ส่วนมองอย่างไรกับนโยบายประชานิยมของบางพรรคการเมืองที่ออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย จะกระทบกับระบบโครงสร้างเศรษฐกิจหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยคิดนโยบายเศรษฐกิจออกมาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง และจะพยายามไม่ออกนโยบายที่จะส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง และระบบเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายประชานิยมอาจจะได้เสียงของประชาชน แต่ไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเป็นนโยบายที่ทำได้ คิดถึงความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ โดยพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่เสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุด เน้นการเพิ่มทักษะ
ส่วนการออกนโยบายประชานิยมในช่วงโค้งสุดท้ายจะทำให้ชนะใจประชาชนได้หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เสียงตอบรับของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา จากประสิทธิภาพการทำนโยบายค่อนข้างชัดเจนมาก ตรงกลุ่มเป้าหมาย และตรงใจกับพ่อค้าแม่ค้า ตนเชื่อว่านโยบายนี้ จะเป็นการตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าได้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่ได้ตอบรับมาคือชอบนโยบายนี้และอยากให้กลับมาอีก
ส่วนการใช้เงินงบประมาณ 3,200 ล้านบาท กับ 1 นโยบายคุ้มค่าหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ในหนึ่งนโยบายมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ของพรรคอื่นตนไม่อยากจะไปออกความเห็น แต่ของภูมิใจไทยเราคิดถึงความคุ้มค่า เพราะงบประมาณคือเงินภาษีของประชาชนดังนั้นเราต้องใช้ให้คุ้มค่า และให้เกิดประโยชน์ ฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน
ขณะที่นักวิชาการออกความเห็นประชานิยมสุดโต่งทำให้โครงเศรษฐกิจวิบัติ นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอไม่ออกความเห็นพรรคอื่น แต่ที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่า ทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้ และทำให้คนไทยเก่งขึ้น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง และนอกจากนี้ยังมีนโยบายอื่น ๆ ทั้งดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศซึ่งจะทำให้เงินสะพัดในเมืองไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศแข่งขันได้ในระดับโลก
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- จ้าง “คนเฝ้าป่า” ทางรอดวิกฤต PM2.5 นักวิชาการชี้คุ้มค่ากว่า “ดับไฟปลายเหตุ” หลายเท่า 4 เม.ย. 2569
- “นิกร” สุดปลื้ม ได้เป็นส.ส. หลัง “ซาบีดา” ลาออก 4 เม.ย. 2569
- จับตา ! ครม.นัดแรกรัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค 4 เม.ย. 2569
- “อนุทิน” ลงพื้นที่บางกะปิ ตรวจโครงการ “ไทยช่วยไทย” ย้ำรัฐเร่งลดค่าครองชีพ รับแรงกดดันวิกฤตพลังงาน 4 เม.ย. 2569
- "ศิริภา" จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น-เผยโฉม "ไอ้โม่ง" อุ้มกลุ่มทุน 4 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
กกต.เชิญชวนเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 5 เมษายน 2569 19:16 น.- สิงคโปร์ไฟเขียวไทยส่งออก “ผลิตภัณฑ์เลือดสุกรปรุงสุก” เป็นประเทศแรกของโลก หลังระงับยาวนานกว่า 28 ปี คาดสร้างมูลค่าเพิ่มปี 69 ทะลุ 150 ล้านบาท 18:04 น.
- ปลัด มท. เผยการแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือด้วยปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง พรุ่งนี้จะเพิ่มอากาศยานอีก 2 ลำ รวม 7 ลำ 18:02 น.
- “อนุทิน” ลงพื้นที่บางกะปิ ตรวจโครงการ “ไทยช่วยไทย” ย้ำรัฐเร่งลดค่าครองชีพ รับแรงกดดันวิกฤตพลังงาน 16:31 น.
- จับตา ! ครม.นัดแรกรัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค 15:47 น.



