วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569 06:09 น.

การเมือง

 ปชป.บุกอยุธยาแต่เช้า “อภิสิทธิ์–กรณ์–การดี” แท็กทีมช่วย “นายกอุ๊ เบอร์ 7” หาเสียง ตลาดเจ้าพรหมสะเทือน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.41 น.

 ปชป.บุกอยุธยาแต่เช้า “อภิสิทธิ์–กรณ์–การดี” แท็กทีมช่วย “นายกอุ๊ เบอร์ 7” หาเสียง ตลาดเจ้าพรหมสะเทือน  พ่อค้าแม่ค้าตะโกนรับ “ขอบคุณที่กลับมา พร้อมท้าชนบ้านใหญ่ หยุดการเมืองผูกขาด สืบทอดอำนาจคนไม่กี่ตระกูล 

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, กรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เกลียวไพโรจน์ ลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่เช้าตรู่ ที่ตลาดเจ้าพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 หมายเลข 7 นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ “นายกอุ๊” ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าทั้งตลาด

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้ารวมกลุ่มยืนรอต้อนรับ พร้อมเสียงตะโกนกึกก้อง “ขอบคุณที่กลับมา ช่วยเปลี่ยนอยุธยาให้เจริญ” สะท้อนกระแสความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร ได้เข้าสักการะพระพรหมด้านหน้าตลาดเจ้าพรหม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพระนครศรีอยุธยามาอย่างยาวนาน ก่อนเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางหาเสียง

ไฮไลต์ระหว่างการลงพื้นที่ คือภาพประทับใจจาก “น้องแทนไท” อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์ในงานสัปดาห์หนังสือ เมื่อครั้งตนมีอายุเพียง 3 ขวบ โดยนายอภิสิทธิ์อุ้มไว้บนตัก มามอบให้ดูอีกครั้ง เมื่อทราบว่านายอภิสิทธิ์จะมา ครอบครัวจึงตั้งใจมารอต้อนรับ เพราะชื่นชมนายอภิสิทธิ์มาโดยตลอด

นอกจากนี้ ยังมีอากงนำภาพนายอภิสิทธิ์มาให้เซ็นชื่อ ขณะที่อาม่าเข้าสวมกอดนายอภิสิทธิ์ และมอบกล้วย 2 หวี ให้เป็นสัญลักษณ์ พร้อมอวยพรให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่อง “กล้วย ๆ” เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเส้นทาง

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เรียกเสียงฮือฮา คือแม่ค้าเครื่องสำอางรายหนึ่ง ที่เข้ามาขออโหสิกรรมต่อหน้านายอภิสิทธิ์ หลังเคยด่าทอพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงวัยรุ่นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมประกาศชัด “วันนี้ตาสว่างแล้ว จะเลือกประชาธิปัตย์ทั้งครอบครัว”

ตลอดการเดินตลาด พ่อค้าแม่ค้าต่างขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก และตื่นเต้นที่แคนดิเดตรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์มาครบทีมถึง 3 คน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก หากมีการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารจัดการ จะสามารถสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยหัวใจสำคัญคือการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะพื้นที่รู้ดีที่สุดว่าควรพัฒนาอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวเรียกร้องมานาน เนื่องจากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวกระจัดกระจายอยู่หลายกระทรวง ทำให้การทำงานไม่คล่องตัว ขณะที่รัฐบาลส่วนกลางควรทำหน้าที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการคมนาคม การเดินทางที่สะดวกขึ้น และการเปิดข้อมูลด้านการท่องเที่ยวให้เอกชนเข้าถึง เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ

ด้าน “นายกอุ๊” กล่าวเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวอยุธยา ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนการเมืองให้เป็นการเมืองสุจริต ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ที่ทำให้ชาวอยุธยาต้องทนกับปัญหามายาวนาน

นายกอุ๊ ยืนยันว่า ประเทศไทยและอยุธยาสามารถมีรายได้ที่ดีกว่านี้ได้ หากมีผู้นำที่สร้างโอกาสให้ประชาชน พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ใช้เสน่ห์เมืองเก่าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาใช้จ่าย เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างยั่งยืน

พรรคประชาธิปัตย์ยังย้ำถึงนโยบายที่ชัดเจน พื้นที่ที่มีศักยภาพต้องมีโอกาสพัฒนาตัวเอง ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งพรรคมีนโยบายมากกว่า 200 ข้อ รองรับทุกกลุ่ม พร้อมต่อยอดนโยบายที่เคยทำสำเร็จ เช่น การเรียนฟรี และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยจะเพิ่มเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า รวมถึงมอบเงิน 50,000 บาท เพื่อปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุอายุเกิน 70 ปี
นายกอุ๊ กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจยกระดับ ตลาดเจ้าพรหม ให้เป็นศูนย์กลาง “เศรษฐกิจสีขาว” หรือ เศรษฐกิจสายมู อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะผลักดัน พระพรหมแห่งตลาดเจ้าพรหม ให้เป็นแลนด์มาร์กศรัทธาระดับนานาชาติ ดึงนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน เข้ามาสักการะและใช้จ่ายในพื้นที่ เช่นเดียวกับ พระพรหมเอราวัณ

“นี่คือเพชรแท้ของอยุธยา ที่ไม่เคยถูกเจียระไนมาก่อนจากนักการเมืองอยุธยา วันนี้เราจะเป็นคนทำให้เกิดขึ้นจริง” นายกอุ๊ กล่าว พร้อมยืนยันว่าการพัฒนาจะไม่กระทบผู้ค้าผู้ขายเดิม ทุกคนยังอยู่ที่เดิม แต่ตลาดจะต้อง ดีขึ้น สวยขึ้น เป็นระบบขึ้น

สำหรับแผนพัฒนาเชิงโครงสร้าง พรรคประชาธิปัตย์เตรียมแก้ปัญหาที่จอดรถอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเชื่อมต่อพื้นที่จอดรถใหม่ พร้อมเวนคืนบ้านพักข้าราชการและย้ายตามศาลากลางไปยังพื้นที่เหมาะสม เพื่อจัดทำลานจอดรถริมแม่น้ำ รองรับทั้งพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายในตลาด

“ตลาดเจ้าพรหมจะดีขึ้นในทุกมิติ ทั้งศรัทธา เศรษฐกิจ การค้า และคุณภาพชีวิต” นายกอุ๊ กล่าว พร้อมฝากถึงประชาชนว่า พรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 7 ยึดหลัก การเมืองสุจริต ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง และไม่สืบทอดอำนาจ พร้อมเข้ามาทำงานเพื่ออยุธยาอย่างจริงจัง

นายกอุ๊ กล่าวทิ้งท้ายอย่างดุเดือดว่า “ผมไม่ใช่บ้านใหญ่ แต่ผมใจใหญ่ กล้าสู้บ้านใหญ่ เลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม หยุดการเมืองผูกขาดได้แล้ว อยุธยาต้องดีกว่านี้ เศรษฐกิจต้องดีกว่านี้ ทุกอย่างต้องเริ่มจากการไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง”  พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วม “ปฏิบัติการไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” เลือก นายกอุ๊ เบอร์ 7 และพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง