วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569 06:49 น.

การเมือง

พรรคโอกาสใหม่ชู “รัฐสวัสดิการเท่าเทียม” เดิมพันอนาคตอีสานผ่าน “ดร.มหานิยม”

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

พรรคโอกาสใหม่ชู “รัฐสวัสดิการเท่าเทียม” เดิมพันอนาคตอีสาน เจาะนโยบายระดับชาติ สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่สกลนคร ผ่านกรณีศึกษา “ดร.นิยม เวชกามา”

การเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ.2569 กำลังดำเนินไปท่ามกลางภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ของสังคมไทย ทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ หนี้ครัวเรือนระดับสูง และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้การแข่งขันทางการเมืองครั้งนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงตัวบุคคลหรือขั้วอุดมการณ์ หากแต่เป็นการประชันกันด้วย “ชุดนโยบาย” ที่ตอบโจทย์ปากท้องและความมั่นคงในชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตาคือ พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งวางตำแหน่งตนเองเป็น “ทางเลือกที่สาม” ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ โดยเสนอแนวคิดหลัก “รัฐสวัสดิการเท่าเทียม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผสานประสิทธิภาพเชิงเทคนิคของรัฐเข้ากับการคุ้มครองทางสังคมแบบครอบคลุม งานวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบนโยบายหาเสียงปี 2569 ชี้ให้เห็นว่า พรรคโอกาสใหม่พยายามขยับบทบาทรัฐไทยจากระบบสวัสดิการเชิงสงเคราะห์ ไปสู่รัฐสวัสดิการแบบผสมผสานที่เน้นผลลัพธ์จริง

นโยบายสี่เสาหลัก: แก้หนี้–สวัสดิการ–สุขภาพ–กระจายอำนาจ

จากการศึกษานโยบายหาเสียง พรรคโอกาสใหม่วางโครงสร้างนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่

เศรษฐกิจและการแก้หนี้ ด้วยนโยบาย “แช่แข็งหนี้ 3 ปี” หยุดดอกเบี้ย–หยุดทวงถาม พร้อมปลดหนี้ กยศ. เพื่อคืนโอกาสให้คนรุ่นใหม่

รัฐสวัสดิการถ้วนหน้าแบบผสมผสาน ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่นโยบาย “ท้องปุ๊บ ดูแลปั๊บ” เรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไปจนถึงบำนาญประชาชน 3,000 บาทต่อเดือน

สาธารณสุขและลดค่าครองชีพ ผ่านนโยบาย “รักษาฟรีทุกที่ บัตรเดียวจบ” และค่าไฟฟรีสำหรับครัวเรือนรายได้น้อย

การกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น ด้วยแนวคิด “1 จังหวัด 1 บริษัทมหาชน” และ “1 ตำบล 1 ห้างข้างถนน” เพื่อสร้างงานในพื้นที่ ลดการย้ายถิ่นแรงงาน

นักวิชาการชี้ว่า แนวคิดดังกล่าวอยู่กึ่งกลางระหว่างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าแบบเต็มรูปแบบของพรรคประชาชน และแนวทางสร้างรายได้ก่อนสวัสดิการของพรรคเพื่อไทย สะท้อนจุดยืนเชิงปฏิบัตินิยม (Pragmatism) ที่มุ่งตอบโจทย์เฉพาะหน้าและระยะกลาง

กรณีศึกษา “ดร.นิยม เวชกามา” สกลนคร เขต 2

การประยุกต์ใช้นโยบายระดับชาติสู่พื้นที่ท้องถิ่นถูกสะท้อนชัดผ่านกรณีของ ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสกลนคร เขต 2 หมายเลข 6 อดีต ส.ส. 4 สมัย ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสังกัดพรรคโอกาสใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ดร.นิยม หรือ “มหานิยม” เป็นนักการเมืองที่มีฐานเสียงเข้มแข็งจากบทบาทการทำงานในสภาและการผลักดันประเด็นพุทธศาสนาและสิทธิที่ดินทำกิน การลงพื้นที่แบบเคาะประตูบ้านและการชูนโยบายแก้หนี้–สวัสดิการผู้สูงอายุ สอดรับกับโครงสร้างประชากรของสกลนครที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว

ในเชิงนโยบายพื้นที่ ดร.นิยม ได้นำแนวคิดของพรรคมาปรับใช้ เช่น

“1 หมู่บ้าน 1 รถเกี่ยวข้าว–สีข้าว” ลดต้นทุนเกษตรกร

การผลักดันเอกสารสิทธิ์ที่ดินรอบหนองหารและพื้นที่วัด

การใช้วัดและชุมชนเป็นฐานสวัสดิการผู้สูงอายุและการเรียนรู้

การสื่อสารนโยบายเรียนฟรี–ปลดหนี้ กยศ. เพื่อสร้างความหวังให้ครอบครัวเกษตรกร

เปรียบเทียบคู่แข่ง: จุดขายและจุดท้าทาย

เมื่อเทียบกับพรรคคู่แข่งหลัก พรรคโอกาสใหม่มีจุดเด่นด้านมาตรการแก้หนี้ที่ “แรงและตรงจุด” มากกว่านโยบายพักหนี้แบบเดิม ขณะที่บำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท กลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญในพื้นที่อีสาน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่ ความเป็นไปได้ทางการคลัง และความเสี่ยงด้านวินัยทางการเงินจากนโยบายแช่แข็งหนี้ ซึ่งต้องการรายละเอียดเชิงเทคนิคและกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน

เดิมพันการเมืองอีสาน และอนาคตรัฐสวัสดิการไทย

บทสรุปของการวิเคราะห์ชี้ว่า พรรคโอกาสใหม่และ ดร.นิยม เวชกามา ได้นำเสนอ “โอกาสใหม่” ที่ผสมผสานรัฐสวัสดิการกับการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จในสกลนคร เขต 2 จะเป็นบทพิสูจน์ว่านโยบายระดับชาติสามารถเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตท้องถิ่นได้จริงหรือไม่

การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทน หากแต่เป็นการเลือกทิศทางอนาคตของระบบสวัสดิการและโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมของประเทศ ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร วาระ “รัฐสวัสดิการเท่าเทียม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่การเมืองไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงอีกต่อไป

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง