วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 05:09 น.

การเมือง

“ปลัดเกษตรฯ” เร่งแก้นมโรงเรียนค้างสต็อก 7.3 ล้านกล่องประสาน​ อย. ตรวจ​สอบคุณภาพ​ เหตุเหลือ​อายุการบริโภคเพียง​ 1 เดือน​นับจากวันเปิดภาคเรียน 

วันจันทร์ ที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.12 น.

เมื่อวันที่  2  มีนาคม 2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ว่า ที่ประชุมได้เร่งกำหนดกรอบการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 เพื่อให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้รับนมตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเน้นความโปร่งใสและยกระดับคุณภาพเป็นสำคัญ

ทั้งนี้​ได้มีการปรับปรุง (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 ให้สิทธิแก่กลุ่มสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษาเป็นลำดับแรก ตามมติคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบ โดยเพิ่มค่าเนื้อนมรวม (Total Solids) จากเดิมร้อยละ 11.45 เป็นร้อยละ 11.60 หรือ 12.00 ขึ้นไป เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น

นอกจากนี้ จะนำระบบฐานข้อมูลโคนมออนไลน์มาใช้ตรวจสอบปริมาณน้ำนมดิบอย่างเข้มงวด เพื่อใช้ประกอบการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายอย่างเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการทุกราย และลดข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดสรรสิทธิ

สำหรับประเด็นเร่งด่วน ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนค้างสต็อกในปีการศึกษา 2568 ซึ่งมีอายุการบริโภคคงเหลือประมาณ 1 เดือนนับจากวันเปิดภาคเรียน จำนวน 7,355,271 กล่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 63 ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อพิจารณาแนวทางตรวจสอบคุณภาพและอายุการบริโภคผลิตภัณฑ์นมคงเหลือ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเร่งระบายสต็อกอย่างเหมาะสม

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้คณะทำงานตรวจสอบโรงงานหรือสถานประกอบการเฉพาะกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบทั่วประเทศในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 เพื่อตรวจนับปริมาณน้ำนมดิบ และตรวจสอบเอกสารการผลิตย้อนหลังของปี 2568 โดยข้อมูลที่ได้จะใช้เป็นฐานประกอบการจัดสรรสิทธิในปีการศึกษา 2569

นายวิณะโรจน์ บอกอีกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรัดกุม โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เด็กไทยได้รับนมที่มีคุณภาพตามมาตรฐานโภชนาการ ควบคู่กับการดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีช่องทางจำหน่ายน้ำนมดิบที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

 
 

หน้าแรก » การเมือง