วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569 12:37 น.

การเมือง

“อนุทิน” เปิดประชุมสันนิบาตเทศบาลฯ ปี 69 ฝากเทศบาลต้องเป็นแนวหน้าที่มีความพร้อมจัดการภัยพิบัติด้วยระบบเชิงรุก

วันพุธ ที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.27 น.

“อนุทิน” เปิดประชุมสันนิบาตเทศบาลฯ ปี 69 ฝากเทศบาลต้องเป็นแนวหน้าที่มีความพร้อมจัดการภัยพิบัติด้วยระบบเชิงรุก มีแผนเผชิญเหตุ ระบบแจ้งเตือน การฝึกซ้อม และการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำ ผู้บริหารท้องถิ่นคือผู้บริหารคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน 

เมื่อวันที่ 4  มีนาคม 2569   เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมและการสัมมนาวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายทรงศักดิ์  ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี  นายวิสูตร จงชูวณิชย์ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และผู้เข้าร่วมการประชุมเข้าร่วม ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
 
นายอนุทิน กล่าวว่า  “เทศบาล” ถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด เทศบาลไม่ใช่เพียงแค่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นธรรมดาแต่เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาประเทศจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตฐานรากให้มั่นคง ท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลาย รวดเร็ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และสภาพภูมิอากาศ
 
“รัฐบาล จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานหรืองบประมาณเพื่อให้เทศบาลสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว แก้ปัญหาได้ตรงจุด และตอบสนองต่อสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที เพราะหากเทศบาลมีความคล่องตัว การสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากก็จะเดินหน้าไปได้อย่างมีความเจริญมากยิ่งขึ้น”
 
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญในวันนี้ คือ การบริหารจัดการกับภัยพิบัติปัจจุบัน ซึ่งประเทศของเราได้ประสบกับภัยพิบัติในหลายรูปแบบที่มีความถี่และความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เทศบาล ในฐานะหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุดจึงต้องเป็นแนวหน้าในการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการ โดยต้องมุ่งเน้นการวางระบบเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ มีแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจนรัดกุม มีระบบแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพ มีการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ มีระบบการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลตั้งแต่ต้น และได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุมชนในการรับมือภัยพิบัติ นอกจากนี้ ภารกิจด้านการจัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน ก็เป็นหัวใจสำคัญของ อปท. ที่จะละเลยไม่ได้ ทั้งด้านความสะอาด ระบบสาธารณูปโภค การดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะประชาชนสูงวัยที่กำลังขยายตัวในสังคมอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกพื้นที่จะต้องเร่งดำเนินการดูแลให้ครอบคลุมในทุกมิติด้วย
 
"ภารกิจทั้งหมดนี้เป็นการตอกย้ำว่า “ทุกท่าน” ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ทำหน้าที่ผู้บริหารท้องถิ่น แต่กำลังบริหารคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนไปด้วย ขอให้ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรอบคอบในการใช้อำนาจ ดูแลงบประมาณ รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากร เพื่อทำให้เกิดความเชื่อมั่นและพี่น้องประชาชนไว้วางใจในการทำงานของพวกเราทุกคน“
 
นายอนุทิน กล่าวช่วงท้ายว่า ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่าเราคือเพื่อนร่วมงานที่มีเป้าประสงค์เดียวกันคือความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน ทุกเป้าหมายของเรา คำว่า ”พี่น้องประชาชน“ จะอยู่ด้วยเสมอ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาให้เป้าหมายได้บรรลุผลสัมฤทธิ์ โดยรัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการทำงานของทุกท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ตนเชื่อมั่นว่าหากเทศบาลและท้องถิ่นมีความเข้มแข็งประเทศไทยก็จะเข้มแข็ง การสัมมนาในวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์และแนวคิดใหม่ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการท้องถิ่นให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างความมั่นคง และยั่งยืน ในคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยสืบไป
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง