วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:13 น.

การเมือง

 “ดร.ปลอดประสพ” ชี้ปมน้ำมันหายแต่ไม่ขาดตลาด สงสัยกักตุนเก็งกำไร เสนอรัฐคุมราคา-ดึงสำรองช่วยประชาชน

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.22 น.

อดีตรองนายกรัฐมนตรีตั้งคำถามระบบพลังงานไทย หลังเกิดภาวะ “มีน้ำมันแต่ซื้อไม่ได้” พร้อมเสนอ 9 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาราคาพุ่งและความเดือดร้อนของประชาชน  

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อสถานการณ์น้ำมันในประเทศ โดยระบุถึงปรากฏการณ์ “น้ำมันยังมี ไม่ขาดแคลน แต่หาซื้อไม่ได้” ว่าเป็นเรื่องที่สะท้อนความผิดปกติของระบบ และอาจมีการกักตุนเพื่อเก็งกำไร

ดร.ปลอดประสพระบุว่า โครงสร้างธุรกิจน้ำมันของไทยอยู่ภายใต้กลุ่มทุนโรงกลั่น ผู้ค้าคนกลาง (จ๊อบเบอร์) และผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งเป็นผู้กำหนดทั้งราคา การกระจายสินค้า และโควตาการจำหน่าย ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทเพียงการจัดเก็บภาษีภายใต้แนวคิดการค้าเสรี ส่งผลให้ผู้ประกอบการมุ่งแสวงหากำไร ขณะที่ประชาชนและเกษตรกรต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ยังสะท้อนผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยยกตัวอย่างราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ไข่ไก่ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อันมีสาเหตุจากต้นทุนพลังงาน รวมถึงภาคขนส่งและการเกษตรที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น หรือบางกรณีต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ได้เชื้อเพลิง

อดีตรองนายกฯ ยังยกภาพสถานการณ์ในหลายพื้นที่ เช่น รถบรรทุกน้ำมันต้องจอดรอคิวหลายวัน ขณะที่ประชาชนต้องต่อแถวซื้อน้ำมันยาวนับร้อยเมตร และบางปั๊มถูกจำกัดการขายเพียงคันละ 100-500 บาท โดยมีรายงานว่าสถานีบริการน้ำมันบางแห่งถูกลดโควตาเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า โรงกลั่นสามารถจำหน่ายน้ำมันในสต๊อกเดิมแต่ปรับราคาตามต้นทุนใหม่ ถือเป็นความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค และเตือนว่าการปรับขึ้นราคาจะยิ่งเพิ่มภาระให้ประชาชนทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ดร.ปลอดประสพได้เสนอแนวทางแก้ไข 9 ข้อ ได้แก่

รัฐต้องกำหนดนโยบายบริหารจัดการน้ำมันแยกตามกลุ่มผู้ใช้

ดึงน้ำมันสำรองของรัฐและเอกชนออกมาใช้

ควบคุมราคาน้ำมันในภาวะวิกฤต

ลงทุนเพิ่มคลังสำรองพลังงาน

ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในระดับครัวเรือน

แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของราคาหน้าโรงกลั่นกับหน้าปั๊ม

ทบทวนการผลิตไฟฟ้ารวมถึงพลังงานนิวเคลียร์

พัฒนาแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนและโรงไฟฟ้าถ่านหิน

จัดเก็บภาษีกำไรส่วนเกินจากธุรกิจพลังงาน

ช่วงท้าย ยังเสนอเชิงสัญลักษณ์ให้รัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปปฏิบัติงานในสถานีบริการน้ำมัน เพื่อรับรู้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง

โดยย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องพลังงาน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง