วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:04 น.

การเมือง

“อนุทิน” มั่นใจสถานการณ์หน้าปั๊มคลี่คลาย ย้ำยังไม่ลอยตัวราคาน้ำมัน เร่งอุ้มกลุ่มเปราะบาง-ขยายทางเลือกพลังงาน

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.22 น.

เมื่อวันที่ 28  มีนาคม 2569   ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กิจกรรม Meet the Press ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก: แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภาพรวมสถานการณ์พลังงานและมาตรการรับมือของรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนทั่วโลก

นายกรัฐมนตรีระบุว่า หลังผ่านช่วงวิกฤตมาเกือบ 1 เดือน สถานการณ์พลังงานโลกยังอยู่ในภาวะทรงตัว แม้มีความพยายามเจรจาระหว่างประเทศ แต่ยังไม่มีสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจน ทำให้ทุกประเทศต้องยืนระยะ รับมือวิกฤต และปรับตัวทั้งในระดับรัฐและประชาชน
ในส่วนของประเทศไทย 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ช่วงแรกของวิกฤตเกิดความปั่นป่วนจากนโยบายตรึงราคาน้ำมัน เนื่องจากประเมินสถานการณ์สั้นเกินไป แต่เมื่อเห็นแนวโน้มว่าวิกฤตจะยืดเยื้อ รัฐบาลจึงปรับมาตรการใหม่ เน้นประคับประคอง ลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และผู้ประกอบการ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มในบางพื้นที่ ขณะนี้คลี่คลายลงแล้ว จากมาตรการสำคัญ ได้แก่ เพิ่มรอบและเวลาการขนส่งน้ำมัน
อัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ ตรวจสอบและปราบปรามการกักตุน ปรับนโยบายราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการหยุดตรึงราคา ช่วยลดแรงจูงใจกักตุนและลักลอบส่งออกน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเน้นว่า การหยุดตรึงราคา ไม่ใช่การลอยตัว รัฐบาลยังใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยอุดหนุน เพียงแต่ลดสัดส่วนลงเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบการคลัง

พร้อมย้ำว่า ราคาน้ำมันไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ในอาเซียน แต่ราคาของไทย ยังสูงกว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า หลังสถานการณ์หน้าปั๊มเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลเตรียมโฟกัสค่าครองชีพ เป็นลำดับถัดไป โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ขยายรายการสินค้าควบคุมเป็น 66 รายการ ควบคู่โครงการช่วยเหลือ เช่น ร้านธงฟ้า และโครงการไทยช่วยไทย

ขณะเดียวกัน ย้ำว่าราคาสินค้าอื่นยังอาจปรับตามกลไกตลาด แต่การแข่งขันจะช่วยควบคุมไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนชุดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจ อาทิ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชดเชยต้นทุนพลังงานภาคขนส่ง ช่วยเหลือเกษตรกรและภาคประมง ออกสินเชื่อ SME
ทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ควบคู่การดูแลกลุ่มเปราะบาง

ในมิติความมั่นคงพลังงาน นายกรัฐมนตรีระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ โดย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว สามารถเจรจาให้น้ำมันไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่ง และเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน

ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชน ช่วยกันสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ตื่นตระหนก และร่วมเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสการกักตุนหรือเอาเปรียบผู้บริโภค
พร้อมย้ำว่า แนวทางของรัฐบาลคือ สร้างความมั่นคงพลังงาน ลดผลกระทบประชาชน และทำให้ประเทศยืนระยะได้ จนกว่าสถานการณ์โลกจะคลี่คลาย

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง