วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 17:24 น.

การเมือง

วุฒิสภาถกเดือดวิกฤต PM2.5 เหนือวิกฤตหนัก "มณีรัฐ" จี้รัฐบาลเร่งดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ปกป้อง "ลมหายใจประชาชน"  

วันพุธ ที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.33 น.

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่ประธาน ได้มีการพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งสถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ผู้นำเสนอญัตติ ระบุว่า แม้จังหวัดเชียงใหม่มักถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่มีมลพิษสูง แต่ในความเป็นจริง จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีค่าฝุ่นที่รุนแรงยิ่งกว่า โดยเฉพาะอำเภอปายและอำเภอเวียงเหนือ ที่ค่าดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงเกิน 1,000 ซึ่งสะท้อนปัญหาการเผาในพื้นที่และจุดความร้อนจำนวนมากทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน

น.ส.นันทนา ชี้ว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านมาในหลายรัฐบาลยังขาดความจริงจัง และล้มเหลวทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายใน 60 วัน

ด้านนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ส.ว. ได้สะท้อนภาพผลกระทบต่อเด็ก โดยยกกรณีเด็กมีอาการเลือดกำเดาไหลจากฝุ่นพิษ พร้อมสนับสนุนให้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถใช้งบกลางช่วยเหลือได้อย่างเร่งด่วน รวมถึงเสนอให้เร่งดับจุดความร้อนและแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน

ขณะที่นายพละวัต ตันศิริ ส.ว. เปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศไทยมีจุดความร้อนกว่า 21,000 จุด โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่า และเมื่อรวมกับจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้คุณภาพอากาศในภาคเหนือเลวร้ายที่สุดในโลก พร้อมเสนอให้รัฐแจกหน้ากาก N95 และจัดตั้งห้องปลอดฝุ่นในชุมชน

ด้าน นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย ส.ว. เตือนถึงอันตรายของฝุ่น PM2.5 ที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและก่อให้เกิดโรคร้ายแรง ทั้งโรคหัวใจ หลอดเลือด สมอง รวมถึงมะเร็ง โดยระบุว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของฝุ่น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งถึง 16% และยังส่งผลกระทบต่อเด็กและทารกในครรภ์ ทำให้พัฒนาการล่าช้าและเสี่ยงโรคทางสมอง

ด้าน น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายสะท้อนประสบการณ์ตรงของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือว่า “ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะอันตราย ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะมีเครื่องฟอกอากาศ หรือห้องปลอดฝุ่น เด็กและผู้เปราะบางจำนวนมากยังต้องอยู่กับฝุ่นพิษ และบางกลุ่มยังต้องทำงานกลางแจ้ง”

พร้อมเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นจนเกิดอาการร้อนในรุนแรงถึงขั้นแปรงฟันไม่ได้ และชี้ว่าค่าฝุ่นในบางพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายสูงเกินมาตรฐานหลายเท่า จนควรพิจารณาประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบฉุกเฉินสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” พร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลจะเลือกปกป้องสุขภาพประชาชน หรือกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นพ้องให้ส่งข้อเสนอแนะทั้งหมดไปยังรัฐบาล เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนในการได้ “อากาศสะอาด” และคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในอนาคต
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง