วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 17:25 น.

การเมือง

“สส.ปทิดา” ชี้ ปัญหาคน–ช้างต้องแก้เชิงวัฒนธรรม ควบคู่อนุรักษ์ เสนอจัดตั้งหน่วยเฉพาะด้าน จัดความสัมพันธ์คน-ช้าง

วันพุธ ที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.49 น.

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนการศึกษาหาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ว่าปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ  โดยจังหวัดสุรินทร์มีความผูกพันกับช้างมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ “กูย” ซึ่งมีประวัติการเลี้ยงและฝึกช้างมากว่า 900 ปี และเป็นที่รู้จักในระดับโลกว่าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านช้างอย่างลึกซึ้ง

นางปทิดา  กล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอท่าตูม และบริเวณหมู่บ้านช้าง ถือเป็นชุมชนคนเลี้ยงช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก เด็กเติบโตมากับช้าง และช้างก็เติบโตมากับคน ความสัมพันธ์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการเลี้ยงสัตว์ แต่เป็นความผูกพันทางจิตใจและวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

“ภูมิปัญญาการเลี้ยงช้างของชาวสุรินทร์ไม่ควรถูกปล่อยให้เลือนหาย แต่ควรได้รับการบันทึก ศึกษา และถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และประชาคมโลกเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างในมิติที่ลึกซึ้ง” นางปทิดากล่าวและว่า ในอีกด้านหนึ่ง จังหวัดสุรินทร์ยังคงเผชิญปัญหาช้างป่ารุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในอำเภอกาบเชิง และอำเภอพนมดงรัก ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ 

นางปทิดาระบุว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ที่ใช้มานานกว่า 100 ปี ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน เนื่องจากพื้นที่ป่าลดลง การใช้ที่ดินเปลี่ยนแปลง และภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น การคล้องช้างหรือฝึกช้าง ไม่สามารถดำเนินการได้เหมือนในอดีต ส่งผลให้ความสมดุลระหว่างคนกับช้างลดลง การแก้ปัญหาต้องทำควบคู่กันทั้งด้านการอนุรักษ์และวัฒนธรรม โดยควรฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้าง ส่งเสริมการเรียนรู้พฤติกรรมช้างตั้งแต่ระดับครัวเรือน ควบคู่กับการฟื้นฟูป่า เพิ่มแหล่งอาหารและน้ำในธรรมชาติ และใช้ความรู้ในการปรับพฤติกรรมช้างป่าไม่ให้รุกล้ำพื้นที่การเกษตร

สส.สุรินทร์ ยังสะท้อนถึงข้อจำกัดของหน่วยอาสาผลักดันช้างป่าในพื้นที่ ซึ่งแม้จะทำงานอย่างเสียสละ แต่ยังขาดงบประมาณ อุปกรณ์ และกำลังคนอย่างเพียงพอ โดยเสนอให้รัฐบาลตั้งหน่วยงานที่มีงบประมาณและอำนาจเต็มในการจัดการความสัมพันธ์คน-ช้างโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ดูแลสัตว์ป่าแต่ต้องดูแลวัฒนธรรมคนเลี้ยงช้างด้วย

“การแก้ปัญหาช้างกับคน ไม่ใช่แค่เรื่องสัตว์ป่าหรือสิ่งแวดล้อม แต่คือเรื่องของคน วัฒนธรรม และอนาคตของชุมชน หากเราทำให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล เราจะรักษาทั้งทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไว้ได้พร้อมกัน” นางปทิดากล่าวและหวังว่า รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันผลักดันแนวทางที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดสุรินทร์และทั่วประเทศสามารถอยู่ร่วมกับช้างได้อย่างปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืนต่อไป
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง