วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 22:33 น.

การเมือง

ปลัดมหาดไทย เดินหน้าลงพื้นที่แก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันอำเภอแม่แตงต่อเนื่อง ย้ำ เมื่อปัญหามันเกิดจากคนทำผิด "ก็ต้องแก้ที่คน" และความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ "ต้องไม่มีจุดความร้อน"

วันพฤหัสบดี ที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.34 น.

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569    เวลา 14.10 น. ที่ศาลาประชาคมอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ประชุมติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายจักรพันธุ์ ทองอ่ำ นายอำเภอแม่แตง พร้อมด้วยปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม โดยนายอำเภออื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
 
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก อย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ตนในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะเป็นจังหวัดที่พบจุดความร้อน (Hotspot) เป็นลำดับที่ 1 ของประเทศ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การลงพื้นที่วันนี้ เราต้องมาในจุดที่มีปัญหา พื้นที่ใดที่มีปัญหาเราต้องมาตรงนั้น เพื่อที่จะทำความเข้าใจ พูดคุยและรับทราบปัญหาว่า มันเป็นเพราะอะไร อุปสรรคอะไรที่เราไม่สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการเพื่อที่จะระงับยับยั้งได้ หรือว่าอะไรที่มันทำให้เกิดขึ้น โดยฝ่ายปกครอง ท้องที่ ท้องถิ่น นายอำเภอ ปลัดอาวุโส ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มีความใกล้ชิดกับประชาชน
 
"ในวันนี้ จากการรายงานข้อมูลของดาวเทียม Gistda ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ พบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อน 263 จุด ซึ่งมากกว่าการตรวจพบเมื่อเวลา 02.00 น. ถึง 100 จุด มากที่สุดที่ อำเภอฮอด พบจุดความร้อน 67 จุด มากกว่าในช่วงเช้า 47 จุด โดยอำเภอแม่แตงพบจุดความร้อน 12 จุด ลดลงจากช่วงเช้า 14 จุด ทั้งนี้ จากการรายงานสรุปของอำเภอที่ประสบสถานการณ์ แม้ว่าจะมีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงที่เกินความสามารถของชุดปฏิบัติการภาคพื้นดับไฟป่า แต่จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า สภาพปัญหามักจะเกิดในช่วงเวลากลางคืน ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จึงประกาศห้ามบุคคลเข้าพื้นที่ป่าทั้งหมดของจังหวัด"
 
ปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่า "ต้องไม่มีจุดความร้อนเพิ่มจากจำนวนในวันนี้" ทุกปัญหามีทางออก เมื่อปัญหามันเกิดจากคนทำผิด "ก็ต้องแก้ที่คน"  เราต้องทำทุกวิถีทางให้จุดความร้อนเหลือน้อยที่สุดและหมดไป เพื่อจะได้ประเมินว่า "ฝุ่นละอองขนาดเล็กมันจะลดลงไหม" ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสำเร็จได้ด้วยผู้นำ ซึ่งผู้นำจะต้องสื่อสารทำความเข้าใจ สร้างความร่วมมือจากประชาชน เพราะในขณะนี้ภาครัฐทุกหน่วย ทั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรก็ได้เร่งปฏิบัติการฝนหลวง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เกิดฝนได้ เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการทำฝนหลวง ดังนั้น ขอให้เราได้บูรณาการทำทุกวิถีทางตามแผนปฏิบัติการที่ได้ซักซ้อมไว้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด แต่หากพบว่าพื้นที่ใดมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น ก็ต้องหาสาเหตุให้ได้ และลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง และไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวมดังสถานการณ์หมอกควัน ไฟป่าในขณะนี้ที่กำลังทำให้คนทั้งจังหวัดเชียงใหม่ และในพื้นที่ภาคเหนือเดือดร้อน
 
"ในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศจังหวัดห้ามให้บุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่าทั่วทั้งจังหวัดแล้ว ดังนั้น หน้าที่สำคัญของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องระดมกำลังในพื้นที่ หากพบผู้ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดก็ต้องจับกุมและดำเนินการให้เป็นไปตามบทลงโทษที่กำหนด "ถ้าไม่มีจุดความร้อนนั่นคือความสำเร็จ" เพื่อทำให้ประชาชนกลับมาสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุดตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย"
 
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้นายอำเภอทุกอำเภอ และกลไกท้องที่ ท้องถิ่น ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศจังหวัด เราจะอะลุ้มอล่วยกับผู้กระทำความผิดไม่ได้ หากพบการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง