วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 17:17 น.

การเมือง

สภาเคาะแล้ว แถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย.รวม 32 ชม.ครึ่ง วันแรกลากยาวถึงตี 2 สส.กล้าธรรมลั่นไม่ออมมือแน่นอน

วันอังคาร ที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.08 น.

เมื่อวันที่  7 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนวิปทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วยฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วุฒิสภา และตัวแทนคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย , นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน , นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ขณะที่วุฒิสภา มีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา) ส่วนตัวแทน ครม. คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือการจัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เม.ย. โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง

ภายหลังจบการประชุมนายโสภณหัวเราะหลังผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมการประชุมในวันแถลงนโยบายรัฐบาลจะไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายใช่หรือไม่ พร้อมกล่าวว่า “ไม่มี สภาฯ ยุคนี้ไม่มีการประท้วง”

จากนั้นนายกรวีร์ แถลงผลการประชุมว่า จากการประชุมเพื่อหาข้อยุติวันเวลาวันเวลาในการแถลงนโยบายรัฐบาล ได้ข้อสรุปว่าจะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ ซึ่งในวันที่ 9 เมษายน จะเริ่มในเวลา 08.30-02.00 น. ของคืนวันที่ 10 เมษายน เริ่มประชุมใหม่ในเวลา 08.00 และจบในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 10 เมษายน รวมเวลาทั้งหมดอยู่ที่อยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยแบ่งเป็นประธานในที่ประชุม ได้เลา 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี ได้เวลาใช้ในการแถลงนโยบาย 1.30 ชั่วโมง ครม.ได้ 6 ชั่วโมง วุฒิสภาได้ 4 ชั่วโมง พรรคร่วมรัฐบาลได้เวลา 5.30 ชั่วโมง และพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลา 14.30 ชั่วโมง

นายกรวีร์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบก็ควรมีเวลาค่อนข้างมาก ซึ่งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ที่จะให้นายกรัฐมนตรีรวมถึงครม.มีเวลาที่มากพอสมควร ชี้แจงข้อซักถามและอธิบายนโยบายต่าง ๆ ของแต่ละกระทรวงเพื่อให้ประชาชนได้มีความเข้าใจถึงนโยบายที่กำลังจะออกมา ดังนั้นเวลาที่เพิ่มมาให้กับทั้งสองฝ่ายก็เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่าการจัดสรรเวลาที่ออกมานั้นฝ่ายค้านเห็นด้วยหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านตกลงในเวลาที่ได้จัดสรร เพราะทุกครั้งเพราะทุกครั้งที่ผ่านมาเวลาที่เรากำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น 29 ชั่วโมงหรือ 30 ชั่วโมง ถึงเวลาจริงก็เกินเวลามาทุกครั้ง ทั้งนี้กรอบเวลาที่กำหนดมาแทบจะเกินเวลาแล้ว หากมากไปกว่านี้คงจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าเวลาที่แต่ละฝ่ายได้ไป ก็ไปควบคุมเวลาของฝ่ายตัวเองเพื่อไม่ให้เกินเวลา ทำให้การทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายมีประสิทธิภาพสูงสุดใช้เวลาของสภาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เมื่อถามว่าประธานสภาได้กำชับเรื่องความเรียบร้อยในการประชุมอย่างไรบ้าง นายกรวีร์ กล่าวว่า ประธานได้แสดงความเป็นห่วงจึงได้ย้ำถึงเนื้อหาสาระที่จะอภิปราย รวมไปถึงช่วงเวลาการประท้วงต่าง ๆ ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่อยู่ในกรอบการอภิปราย เพราะถ้าหากเกิดการประท้วงเวลาที่แต่ละฝ่ายประท้วงก็จะหักของฝั่งนั้น ซึ่งตนคิดว่าเพื่อนสมาชิก อยากจะเห็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายทั้ง ครม. รัฐบาล และฝ่ายค้าน รวมถึง สว. เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ด้านนายวุฒิชาติ กล่าวว่า วุฒิสภาได้รับการจัดสรรเวลาเหมือนเดิม 4 ชั่วโมง หลังจากเรียกร้องขอเพิ่มเติมเนื่องจากมี สว. ลงชื่ออภิปรายถึง 70 คน เบื้องต้นเตรียมที่จะนัดประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 8 เม.ย. เพื่อกำหนดประเด็นในการอภิปราย และผู้อภิปรายเพื่อตกลงว่าผู้อภิปราย ตามจำนวนที่ได้ลงชื่อไว้ลดความซ้ำซ้อนในประเด็นอภิปราย เพื่อให้มีเวลาการอภิปรายเพิ่มขึ้นและได้เนื้อหาสาระ ทั้งนี้เชื่อว่าการประชุมฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหากทุกฝ่ายยึดระเบียบกติกาไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร และเชื่อว่าประธานรัฐสภาสามารถควบคุมการประชุมได้ดี ประเด็นที่สำคัญของ สว.ผู้อภิปราย จะต้องจับกลุ่มกันว่าใครจะเป็นผู้อภิปราย

ขณะที่นายอรรถกร กล่าวยืนยันว่าการอภิปรายนโยบายรัฐบาลของพรรคไม่มีการออมมือ โดยเตรียมประเด็นในการทวงถามนโยบายของพรรครัฐบาลที่ได้หาเสียงเอาไว้กับประชาชน ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ที่เคยประกาศเอาไว้ในช่วงหาเสียง พอส่งผลต่อความเชื่อมั่นและทำให้ทั้ง2พรรคสามารถตั้งรัฐบาลได้ โดยจะประเมินว่านโยบายที่นายกฯและ ครม. ร่วมกันจัดทำและเสนอต่อรัฐสภาจะสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน

“จากนี้จะไปหารือภายในพรรคฯ ครั้งหนึ่งในการจัดสรรผู้อภิปราย ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปราย 3.30-4 ชั่วโมง ไปวางประเด็นไว้ทั้งเรื่องของวิกฤติพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว-การเกษตร-การศึกษา และภาคสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ ยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ไม่มีออมมือ” นายอรรถกร กล่าว
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง