วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569 19:17 น.

การเมือง

“สุริยะ” เรียกคุยผู้ประกอบการนำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ครั้งแรกในประวัติการ รับสถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย เร่งเจรจารัสเซีย

วันพฤหัสบดี ที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.49 น.

“สุริยะ” เรียกคุยผู้ประกอบการนำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ครั้งแรกในประวัติการ รับสถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย ยืนยัน ขณะนี้ยังมีปุ๋ยในประเทศ สำรองมากกว่า 900,000 ตัน แต่ต้องเร่งเจรจารัสเซีย เพิ่มช่องทางสำรองปุ๋ยไว้ใช้ หากเกิดภาวะวิกฤตยาว  

เมื่อวันที่  9  เมษายน 2569   สืบเนื่องมาจากกรณีที่หลายฝ่ายเกิดความกังวลเรื่อง สถานการณ์ปุ๋ยยูเรียในประเทศไทย มีแนวโน้มขาดแคลน จากผลกระทบการสู้รบตะวันออกกลาง  วันนี้ นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเชิญผู้ประกอบการเอกชนที่นำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ของประเทศไทย เพื่อรับฟังและทราบข้อมูลข้อเท็จจริงว่าจะถานการณ์เป็นนอย่างไร ซึ่งถือว่าเป็นการพูดคุยกันครั้งแรกระหว่างภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ที่นำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ

นายสุริยะ ระบุว่า ปัจจุบัน สถานการณ์ปุ๋ยยูเรือในประเทศ ยังคงมีเพียงพอ แต่ภาวะสงครามที่สถานการณ์ไม่แน่นนอนและยังมีเรือขนส่งสินค้าประเภทแม่ปุ๋ยลอยลำอยู่ในน่านน้ำตะวันออกกลาง ยังไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มูสได้ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จึงต้องมีการเจรจาขอซื้อจากรัสเซีย เนื่องจากจีนระงับการส่งออกปุ๋ย  โดยการเจรจาครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาส ทางการค้า ระหว่างไทย-รัสเซีย  ซึ่งตนได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสานงานที่จะขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของรัสเซียภายในสัปดาห์หน้า และตนจะเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการเจรจาทางการค้าร่วมกันระหว่างไทยกับรัสเซีย ในสินค้าเกษตรรวมถึงจัดหาปุ๋ยจากรัสเซีย เพื่อใช้เป็นแหล่งสำรอง หากสถานการณ์เลวร้าย จะได้มีใช้ในประเทศ ส่วนรายละเอียดการเจรจา จะเป็นคณะย่อย เดินทางไปทำข้อตกลงเรื่องราคาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เชื่อว่า หากมีข้อมูล ว่าจะมีการนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติม ราคาในประเทศจะลดลง เนื่องจากรายย่อยที่มีปุ๋ยอยู่ในสต๊อกจะเร่งระบายสินค้าและสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ 

ส่วนสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศ ผู้ประกอบการรายใหญ่ยืนยันว่า ปล่อยสต๊อกหมดแล้ว ปริมาณปุ๋ยในประเทศอยู่ที่รายย่อย คณะทำงานอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการกักตุนหรือไม่ หากตรวจพบจะดำเนินการ ขั้นเด็ดขาด 

ด้าน ประธานผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ระบุว่า ประเภทปุ๋ยที่เสี่ยงขาดแคลนในขณะนี้คือปุ๋ยยูเรีย ส่วนชนิดอื่นไม่ขาดแคลน และสัดส่วนวัตถุดิบอื่นๆก็ยังไม่มีความขาดแคลนสามารถจัดหาภายในประเทศได้ โดยปัญหาดังกล่าว ภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนไม่ให้มีการกักตุนสินค้า เพื่อทำงานร่วมกันในฐานะทีมไทยแลนด์

สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ-เอกชนในครั้งนี้ จะต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรรู้จักการใช้ปุ๋ย ให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อการเพาะปลูกมากที่สุด เชื่อว่าหากเกษตรกรรับรู้ และสามารถใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมในแต่ละชนิดพืช จะทำให้ไม่เกิดสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน

นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกกับกรมวิชาการเกษตร พบว่า การนำเข้าปุ๋ย 7 ปีย้อนหลัง ประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเฉลี่ย 4 - 6 ล้านตันต่อปี มูลค่าต่ำสุดปี 2563 ประมาณ 43,000 ล้านบาท สูงสุดปี 2565 ประมาณ 103,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 มีการนำเข้าปุ๋ยมากกว่า 6.1 ล้านตัน รวมมูลค่ามากกว่า 91,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 อันดับแรก คือ ประเทศจีน 1.45 ล้านตัน ซาอุดีอาระเบีย 1.09 ล้านตัน และรัสเซีย 630,000 ตันส่วนปี 2569 กรมวิชาการเกษตร รวบรวมปริมาณปุ๋ยคงเหลือในครอบครอง ของผู้นำเข้าและผู้ผลิตปุ๋ยในประเทศจำนวน 92 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569  มีปริมาณปุ๋ยจำนวน 920,760.61 ตัน ปัจจุบันยังมีเพียงพอ 

นอกจากนี้ จากคาดการณ์ตัวเลขการนำเข้าปุ๋ยเคมี ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 69 (เม.ย.-ก.ค.) จะอยู่ที่ 2,000,000 ตัน ตัวเลขนี้ (ไม่รวมปุ๋ยจากประเทศซาอุดิอาระเบียที่ส่งออกไม่ได้) แต่ความต้องการใช้หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 มีประมาณ 3,000,000 ตัน (ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลผลิต) จึงเป็นที่มาที่จะต้องมีการเจรจานำเข้าจากรัสเซียเพิ่มเติม หากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ยืดเยื้อหรือเลวร้ายลง 

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง