วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 19:34 น.

การเมือง

“การดี” จี้ รัฐเลิกนโยบาย “คลุมเครืออย่างฉะฉาน” วาง 3 ฉากทัศน์รับวิกฤตโลกเดือด เตือนไทยเหลือเวลาแค่ 3 ปี ก่อนชนเพดาน 1.5 องศาฯ

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.15 น.

ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ยื่นญัตติด่วนจี้รัฐบาลเร่งรับมือ Climate Change ฉายภาพอนาคตศาสตร์ 3 ฉากทัศน์ ชี้หากไทยยังเดินหน้าแบบ "ติดหล่ม" กรุงเทพฯ เสี่ยงจมน้ำ-สูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล ย้ำต้องเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ชูเทคโนโลยีนำการเมือง ก่อนวิกฤตเกินแก้ในปี 2029

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้รัฐบาลเร่งรัดการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยระบุว่า ปัจจุบันโลกไม่ได้อยู่แค่ภาวะโลกร้อน (Global Warming) แต่เข้าสู่ขั้นโลกปรวน (Global Boiling) ที่เป็นวิกฤตเร่งด่วน

ดร.การดี กล่าวว่า จากการตรวจสอบนโยบายรัฐบาลในเรื่อง Net Zero พบว่ามีความน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นนโยบายที่คลุมเครืออย่างฉะฉานคือพูดเหมือนดูดีแต่ไม่มีตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจน ไม่สามารถวัดความสำเร็จเป็นตัวเลขได้ พร้อมยกข้อมูลจากองค์กรนานาชาติ (IPCC) เตือนว่าเพดานอุณหภูมิโลกที่ 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเดิมคาดว่าจะถึงในปี 2050 แต่ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าเราอาจชนเพดานความเสี่ยงนี้ในอีกเพียง 3 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2029 เท่านั้น

 ดร.การดี ได้นำเสนอข้อมูลจากการจำลองสถานการณ์ (Simulation) ของนักอนาคตศาสตร์ โดยแบ่งฉากทัศน์อนาคตของประเทศไทยออกเป็น 3 รูปแบบ เพื่อย้ำเตือนถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา กล่าวคือ

 1. ฉากทัศน์ติดหล่ม ปล่อยไหล หากรัฐบาลทำงานแบบแยกส่วนและไร้ตัวชี้วัดที่ชัดเจน ภาคเกษตรจะเสียหายสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท การส่งออกจะถูกกีดกันด้วยกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และพื้นที่ชายฝั่ง 30% จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

2. ฉากทัศน์นรกบนดิน เหลื่อมล้ำสุดขั้ว หากแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ (Data) มากพอ กรุงเทพฯ จะเผชิญน้ำท่วมซ้ำซาก ทรัพย์สินเสี่ยงเสียหายสูงถึง 16 ล้านล้านบาท ประชากรลุ่มน้ำเจ้าพระยากว่า 40% ได้รับผลกระทบ และรัฐบาลจะต้องวนเวียนอยู่กับการใช้งบประมาณเพื่อ “ตามแก้” ภัยพิบัติปีละหลายครั้ง
3. ฉากทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติ (ทางเลือกที่พึงประสงค์) หากรัฐบาลใช้ข้อมูลนำการเมือง จะสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจใหม่ (Green Jobs) ได้ถึง 1.7 ล้านล้านบาท โดยตั้งเป้าใช้พลังงานหมุนเวียนเกิน 50% เป็นผู้นำอาเซียน และดึงดูดการลงทุน (FDI) คุณภาพสูงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

พร้อมกันนี้ ดร.การดี ยังได้นำเสนอให้รัฐบาลบูรณาการงานจาก 14 หน่วยงาน 7 กระทรวง ให้มี KPI ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง โดยเน้นย้ำ 4 ภารกิจหลัก
1. บูรณาการกฎหมาย ผลักดัน 5 กฎหมายสำคัญให้เป็นองค์รวม (พ.ร.บ.อากาศสะอาด PRTR การจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ เศรษฐกิจหมุนเวียน และกฎหมาย Climate Change) เพื่อเลิกทำงานแบบปะผุ
2. เปลี่ยนผ่านพลังงาน ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานโดยเฉพาะภาคขนส่งให้เป็นพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
3. ปรับตัวภาคผลิตเร่งพาภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบ Net Zero เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
4. เปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ต้องไม่ทิ้ง SME และกลุ่มเปราะบางไว้ข้างหลัง รัฐต้องสนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีสีเขียวได้อย่างเท่าเทียม

"ดิฉันไม่อยากให้นโยบาย Net Zero เป็นเพียงการพูดแบบคลุมเครืออย่างฉะฉาน คือทำแบบไหนก็ดูเหมือนจะถูกไปหมด แต่อยากให้รัฐบาลปักธง KPI ให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตกลับมาขอบคุณผู้ใหญ่ในสภาวันนี้ ว่าทำเพื่ออนาคตของเขาจริงๆ" ดร.การดี กล่าวทิ้งท้าย

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง