วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569 19:35 น.

การเมือง

"ปลัดมหาดไทย" จับมือ 23 หน่วยงาน ลงนาม MOU ชูแนวคิด 'ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี' พร้อมประกาศสงครามทุนเทาอำพราง เพื่อสร้างความโปร่งใสและปกป้องผู้ประกอบการธุรกิจในไทย

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569    เวลา 14.20 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวม 23 แห่ง ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี” โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี และมีนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน น.ส.อรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สป. พร้อมด้วยผู้แทนของหน่วยงานราชการและภาคเอกชนเข้าร่วมในพิธี
 
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กล่าวว่า ปัญหาทุนเทาและนอมินีเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามในเอกสาร แต่เป็นการยกระดับการทำงานที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาให้มีความเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มนิติบุคคลจดทะเบียนกว่า 9.8 แสนราย เพื่อคัดกรองและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อระหว่างหน่วยงาน การสร้างกลไกเตือนภัย และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่าการประกอบธุรกิจในไทยต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
 
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ตนได้เน้นย้ำถึงบทบาทสนับสนุนที่สำคัญ โดยเฉพาะการใช้อำนาจหน้าที่ของกรมที่ดินในการตรวจสอบที่มาของทุนในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวใช้ตัวแทนคนไทยในการถือครองที่ดินโดยมิชอบ รวมถึงการกำชับให้ฝ่ายปกครองทั่วประเทศร่วมเฝ้าระวังพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการนอมินีในระดับพื้นที่ ซึ่งถือเป็นต้นทางสำคัญในการตัดวงจรการขยายตัวของธุรกิจทุนเทาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจชุมชน
 
"การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานครั้งนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นภาพรวมของกลุ่มทุนต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม โดยมีเป้าหมายหลักคือการขจัดผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายออกจากระบบ เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขันที่ขัดต่อจริยธรรม และลดผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับระบบการค้าในภาพรวมของประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาวด้วย" นายอรรษิษฐ์ กล่าว
 
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านการลงทุนที่ไม่ถูกต้องให้เข้าสู่ระบบที่โปร่งใส โดยรัฐบาลมุ่งหวังเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมายให้ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มทุนที่พยายามหลบเลี่ยงกฎหมายว่า ทุกหน่วยงานพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ระบบการค้าและปกป้องนักธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างซื่อสัตย์ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง