วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 21:52 น.

การเมือง

“กรณ์” เผยพรรคประชาธิปัตย์ผนึกพรรคประชาชน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ชี้ไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

 ประชาธิปัตย์จับมือพรรคประชาชนรวบรวมรายชื่อ ส.ส. เกินเกณฑ์ เตรียมยื่นผ่านประธานสภาฯ ภายในสัปดาห์หน้า ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขณะที่ “กรณ์ จาติกวณิช” ระบุเศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤต พร้อมชี้รัฐบาลมีทางเลือกอื่นโดยไม่ต้องกู้เพิ่ม

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณพรรคประชาชนที่มีมติร่วมลงชื่อยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. ดังกล่าว ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ

นายกรณ์เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดทำร่างคำร้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว และส่งให้พรรคประชาชนพิจารณาร่วมกัน โดยทั้งสองฝ่ายมีการลงนามร่วมไว้แล้ว คาดว่าจะหารือรายละเอียดเพิ่มเติมอีก 1-2 วัน ก่อนยื่นต่อประธานสภาฯ ภายในวันจันทร์ หรืออย่างช้าวันอังคารหน้า

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ประเด็นหลักที่ทั้งสองพรรคเห็นตรงกัน คือ การออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทครั้งนี้ ไม่เข้าเงื่อนไข “หลีกเลี่ยงไม่ได้” และไม่ได้อยู่ในระดับวิกฤตที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 172 กำหนดไว้

นายกรณ์อธิบายว่า ที่ผ่านมา การออก พ.ร.ก. กู้เงินของรัฐบาลไทยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2541 ที่ GDP ติดลบต่อเนื่อง 8 ไตรมาส วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 ที่ GDP ติดลบกว่า 7% ในบางไตรมาส และวิกฤตโควิด-19 ที่เศรษฐกิจติดลบกว่า 6% ซึ่งล้วนเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับประเทศ

แต่สถานการณ์ปัจจุบัน แม้ประชาชนจะได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่รัฐบาลเองยังประเมินว่า GDP ปีนี้จะเติบโตประมาณ 1.5% อีกทั้งหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s
 ยังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ และกระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย จึงไม่เข้าข่ายวิกฤตที่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.

นายกรณ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลสามารถลดผลกระทบด้านราคาพลังงานได้โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติม เช่น การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมันที่อิงราคาสิงคโปร์ ซึ่งแม้รัฐบาลจะยอมรับว่ามีปัญหา แต่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านยังมองว่า รัฐบาลมีทางเลือกอื่นในการหาแหล่งเงิน เช่น การออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณปี 2569 ซึ่งรัฐบาลเคยระบุว่าจะดำเนินการ แต่กลับไม่มีความคืบหน้า และวงเงินที่เคยพูดถึงจาก 1 แสนล้านบาท ลดลงเหลือเพียงประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

นายกรณ์ย้ำว่า วินัยการเงินการคลังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากรัฐบาลกู้เงินเกินตัว อาจกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมยกตัวอย่างประเทศอย่าง เวเนซุเอลา และ อาร์เจนตินา ที่ประสบวิกฤตจากการก่อหนี้เกินขนาด

สำหรับการรวบรวมรายชื่อ ส.ส. เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายกรณ์ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มีรายชื่อครบทั้ง 21 คนแล้ว ขณะที่พรรคประชาชนมีรายชื่อเกิน 100 คน ทำให้จำนวนรวมเกินเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน และยังได้เปิดหารือกับพรรคกล้าธรรมให้ร่วมลงชื่อด้วย

ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมเสนอ พ.ร.ก. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 14 พฤษภาคม นายกรณ์กล่าวว่า หากมีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนการพิจารณา รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วัน พร้อมย้ำว่า หากรัฐบาลมั่นใจว่าการออก พ.ร.ก. ถูกต้อง ก็ไม่ควรปฏิเสธการตรวจสอบจากศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง