วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:59 น.

การเมือง

"อนุทิน" นำคณะลงพื้นที่เข้าตรวจค้นเป้าหมายชาวต่างชาติลักลอบครอบครองอสังหาริมทรัพย์วิลล่าหรู ย้ำทุกหน่วยงานเดินหน้าดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.57 น.

เมื่อวันที่   13  พฤษภาคม 2569 เวลา 13.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่หนึ่งในจุดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระดมกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายชาวต่างชาติลักลอบครอบครองอสังหาริมทรัพย์วิลล่าหรู โดยมีคณะรัฐมนตรี ได้แก่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐธรรมนูญช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่
 
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ ด้วยการตัดความซ้ำซ้อน เช่น ถ้าเป็นคนต่างชาติจะมาขอประกอบธุรกิจ ที่ต้องขอที่กรมโยธาธิการบ้าง กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือกระทรวงมหาดไทยแล้ว ก็ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นการริเริ่มของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาความซ้ำซ้อน ทำให้เป็น One Stop Service ให้มากที่สุด
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า วันนี้ตนนำคณะลงมาทุกหน่วยงาน ตอนนี้ที่สำคัญ คือ เรื่องนอร์มินี เราอย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องบุกรุกที่ดินหรือรุกล้ำที่ดินหรือไม่ ซึ่งตอนนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมที่ดินจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยตอนนี้เรามาดูเรื่องที่เปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ซึ่งจริง ๆ แล้วตามกฎหมาย ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แต่พบว่ามีการเปิดบริษัทหลาย ๆ บริษัท แล้วค่อยไปค่อยมาจนทำให้ตัวบริษัทนั้นดูเสมือนว่ายังมีสัญชาติไทยอยู่ แต่จริง ๆ แล้วการครอบครอง บริหาร กำหนดทิศทางของบริษัทนั้น ๆ เป็นของต่างชาติ 100% อันนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายไทย เพราะอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะครอบครองที่ดินหรือครอบครองบริษัท คนไทยต้องมี 51% ซึ่งเปรียบเสมือนการหมุนเวียนสับเปลี่ยนเพื่อให้ body บริษัทยังคงอยู่ แต่คนที่ control body ความเป็นไทยค่อย ๆ ละลายหายไป หรืออาจจะพูดว่าเอาฝรั่งมาใส่วิกสีดำ ซึ่งอย่างไรก็ตามสุดท้ายฝรั่งเป็นคนกำหนดคนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้ 

."ในกรณีที่เจตนารมณ์แบบนี้มันผิดหลัก เอาบริษัทมาหลายอัน คน ๆ นึงถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัท 200 กว่าบริษัท ก็คือ การเอาบริษัทมาขาย เอาเปลือกมาขายเพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ มันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่าตรงนี้เราจะดำเนินคดีได้ โดยทางสายงานตำรวจก็จะต้องไปตรวจสอบดูที่มาของเงินว่าเป็นที่ฟอกเงินหรือไม่ เอาเงินเข้ามาฟอกแล้วกลายเป็นที่ดินที่ต่างชาติเขาสามารถถือครอง แล้วมีสิทธิ์เหนือเอาไปทำอะไรก็ได้ตามใจ ถ้าอย่างนี้เราก็ต้องสกัดกั้นไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น"
 
นายกรัฐมนตรียังได้ให้สัมภาษณ์กรณีไปที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งวันก่อนไปที่หาดบางเทาก็ได้มอบนโยบายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่ได้ให้ปฏิบัติเฉพาะบางเทา แต่เป็นนโยบายที่สั่งการให้ดำเนินการทั่วประเทศ แต่มันยังมีอีกกรณีหนึ่งอยู่ที่หาดฟรีดอม ที่มีอันธพาลมานั่งข่มเหงชาวบ้าน แล้วเก็บค่าคุ้มครองค่าผ่านทาง ก็ต้องจัดระเบียบทุกอย่างให้เรียบร้อย วันนี้ตนคิดว่าทุกฝ่ายที่เป็นฝ่ายราชการไม่ทนกับพฤติกรรมเหล่านี้แล้ว จึงจะลงไปดูอีกครั้งหนึ่งเพราะทราบมาว่ามีการข่มขู่ถึงขั้นจะยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย
 
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง