วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:51 น.

การเมือง

ชาวนาทวงความชัดเจนแก้วิกฤตปุ๋ย บอกเหลือไม่ถึง 1 เดือนเข้าฤดูเพาะปลูกวอนรัฐบาลเร่งออกมาตรการรับมือวิกฤตราคาปุ๋ย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

ชาวนาทวงความชัดเจนแก้วิกฤตปุ๋ย บอกเหลือไม่ถึง 1 เดือนเข้าฤดูเพาะปลูกวอนรัฐบาลเร่งออกมาตรการรับมือวิกฤตราคาปุ๋ย  ชี้ต้นทุนการผลิตพุ่งต่อเนื่อง แนะทำคูปองซื้อปุ๋ยให้เกษตรกรเลือกใช้ตามสภาพพื้นที่ และขอรัฐควบคุมราคาปุ๋ยอย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนาในหลายจังหวัดเริ่มเตรียมพื้นที่เพาะปลูกแล้ว หลังประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะพื้นที่ชลประทานและพื้นที่ลุ่มที่มีน้ำเพียงพอ ขณะที่พื้นที่ดอนกำลังรอฝนตกสม่ำเสมอ โดยคาดว่าช่วงกลางเดือนมิถุนายนจะเริ่มเข้าสู่การเพาะปลูกเต็มรูปแบบทั่วประเทศ และสิ่งที่ชาวนากังวลมากที่สุดในขณะนี้คือราคาปุ๋ยและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่ขยับจากเดิมกระสอบละประมาณ 800-900 บาท ไปอยู่ระดับกว่า 1,400 บาทแล้ว ขณะที่ปุ๋ยสูตรต่าง ๆ ก็ทยอยปรับขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ต้นทุนการทำนาเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่เกษตรกรจำเป็นต้องเริ่มสั่งซื้อปุ๋ยเพื่อเตรียมฤดูกาลผลิตใหม่

“เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก็จะเข้าฤดูเพาะปลูกใหญ่แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ชาวนายังไม่เห็นความชัดเจนว่ารัฐบาลจะช่วยอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องควบคุมราคาปุ๋ย เพราะถึงเวลาชาวนาก็จำเป็นต้องซื้อ แม้ราคาจะแพงก็ไม่มีทางเลือก” นายปราโมทย์กล่าว

อย่างไรก็ตามมาตรการที่ภาครัฐมีแนวคิดจะดำเนินการ เช่น โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง แม้จะช่วยเรื่องสภาพคล่อง แต่ท้ายที่สุดชาวนาก็ต้องเป็นหนี้เพิ่ม ทั้งที่หนี้เก่ายังไม่หมด แต่ต้องกู้เพิ่มเพื่อเริ่มฤดูผลิตใหม่ส่วนแนวทางการใช้ปุ๋ยผสมผสานในอัตราส่วน 70:30 โดยใช้ปุ๋ยเคมี 70% และเสริมด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือสารชีวภัณฑ์ 30% นั้น ชาวนาเห็นด้วย เพราะปุ๋ยอินทรีย์สามารถช่วยปรับโครงสร้างดินได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะสนับสนุนในรูปแบบใดให้สามารถใช้ได้จริงในภาคปฏิบัติ

สำหรับแนวคิดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะของบกลางประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภัณฑ์มาแจกให้เกษตรกร นายปราโมทย์กล่าวว่า ชาวนากำลังรอความชัดเจน เพราะหากแจกเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์หรือสารชีวภัณฑ์เพียงอย่างเดียว อาจไม่ตอบโจทย์การผลิตข้าวในหลายพื้นที่ และเสี่ยงทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงและถ้าจะส่งเสริมปุ๋ยผสมผสาน ชาวนารับได้ แต่ควรเป็นลักษณะปุ๋ยเคมี 70% และอินทรีย์หรือชีวภัณฑ์ 30% ไม่ใช่ผลักให้ใช้ชีวภัณฑ์แทนทั้งหมด เพราะดินแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันตนจึงอยากเสนอให้รัฐบาลพิจารณานำงบประมาณสนับสนุนด้านปัจจัยการผลิตมาออกเป็น “คูปองซื้อปุ๋ย” ให้เกษตรกรโดยตรง เพื่อให้ชาวนาเลือกซื้อปุ๋ยได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่และชนิดดิน มากกว่าการกำหนดรูปแบบปุ๋ยจากส่วนกลางเพียงแนวทางเดียว

ส่วนโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ที่ช่วยลดราคาปุ๋ยเคมีกระสอบละ 300 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 6 กระสอบ ถือเป็นมาตรการที่ช่วยลดภาระต้นทุนให้ชาวนาได้ในระดับหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงชาวนาแต่ละครัวเรือนต้องใช้ปุ๋ยมากกว่านั้น จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาเพิ่มความช่วยเหลือเพิ่มเติม เนื่องจากราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นมากในช่วงนี้ซึ่ง อยากเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบและกำกับดูแลราคาปุ๋ยอย่างเข้มงวด หลังมีข้อร้องเรียนว่าราคาจำหน่ายในหลายพื้นที่ปรับสูงขึ้นมาก พร้อมขอให้รัฐบาลเร่งกำหนดมาตรการช่วยเหลือให้ชัดเจนก่อนเข้าสู่ฤดูเพาะปลูก เนื่องจากหลายแนวทางที่เคยมีการหารือก่อนหน้านี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทำให้ชาวนาไม่สามารถวางแผนต้นทุนการผลิตและการตัดสินใจเพาะปลูกได้อย่างมั่นใจโดยตอนนี้พื้นที่ลุ่มเริ่มทำนาแล้ว ส่วนพื้นที่ดอนก็รอฝนสม่ำเสมอ อีกไม่ถึงเดือนทั่วประเทศจะเริ่มเพาะปลูก ถ้ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการชัดเจน ภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับชาวนา”
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง