วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:52 น.

การเมือง

รมว.แรงงาน ยันตั้งใจดันสัตยาบัน ILO 87, 98 เตรียมตั้งคณะทำงานแก้ไขกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ คาดเห็นความคืบหน้าใน 4 ปี รับเวลานี้ห่วงประเด็นความมั่นคงชายแดนต้องดูจังหวะเวลาที่รอบคอบ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.17 น.

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของ นายเซีย จำปาทอง สส. พรรคประชาชน ซึ่งถามถึงความตั้งใจและกระบวนการต่างๆ ของรัฐบาลในการลงสัตยาบันในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98

นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า แม้เวลานี้ไทยยังไม่ได้ลงสัตยาบันในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 แต่อย่างไรก็ตามสิทธิในการรวมตัวและกระบวนการในการรวมตัว ตนมีนโยบายที่ชัดเจนคือการสนับสนุนการเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการของแรงงานทุกประเภท ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติ

ส่วนกรณีคำถามที่ต้องการให้มีการชี้แจงถึงกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ในการลงสัตยาบันในอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ ฉบับที่ 98 นั้น นายจุลพันธ์ เผยว่า มีความพยายามผลักดันประเด็นนี้กันมาไม่น้อยกว่า 30 ปี และเคยมีการส่งเรื่องเข้าไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาในอดีตที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

รมว.แรงงาน ย้ำว่า ตนเองไม่ได้มีข้อขัดข้องใดต่อการให้สัตยาบันในอนุสัญญาทั้งสองฉบับ ส่วนกระบวนการที่ผ่านมาในอดีต ทางกระทรวงแรงงานได้เคยส่งเรื่องเข้าไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้มีข้อท้วงติงจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าการให้สัตยาบันนั้น จะต้องมาพร้อมกันกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องมีการยกร่างแก้ไข พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ และ พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ส่งเข้าไปยัง ครม. ในครั้งเดียวกัน 

จึงมีการส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งกลับไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาในรายละเอียดของร่างกฎหมายว่ามีความครบถ้วนถูกต้องตามมิติที่จะให้สัตยาบันหรือไม่ และส่วนที่สำคัญที่สุดในเรื่องของการให้สัตยาบันจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178 ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนที่จะจะต้องมีการดำเนินการโดยกระทรวง คณะรัฐมนตรี และสุดท้ายจะกลับมาที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบ

ส่วนกรณีที่มีการถามถึงความตั้งใจในการเดินหน้าเรื่องการให้สัตยาบันในอนุสัญญาทั้งสองฉบับ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ดีและให้ประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงาน แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของประเทศในเวลานี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติเหมือนที่ผ่านมา ตอนนี้มีเหตุการณ์ปะทะชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเรื่องนี้มีผลกระทบต่อภาพรวมทั้งหมด ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเด็นของกระทรวงแรงงานแค่เพียงส่วนเดียว แต่ทำให้มีหลายหน่วยงานที่จะต้องเข้ามาคิดพิจารณาร่วมกัน 

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ ให้คำยืนยันว่า หากภายในสี่ปีตนยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ ประเด็นเรื่องการให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับ รวมทั้งการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายแรงงานสัมพันธ์อีกสองฉบับ อย่างน้อยจะต้องมีความคืบหน้า โดยในส่วนของกระทรวงแรงงาน จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการเรื่องการยกร่างกฎหมาย และการเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์

“จังหวะและเวลาเป็นสิ่งสำคัญ กระบวนการในการพูดคุยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมเองจะรับภารกิจนี้ไป เพราะว่าผมเองก็ต้องไปคุยกับฝ่ายความมั่นคง ไปคุยกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันก่อน หากเรื่องนี้เรามีการส่งเข้าไปยังคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการดูสถานการณ์อย่างรอบคอบ สิ่งที่เราได้รับอาจจะกลับกลายเป็นปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะเดินหน้าได้” นายจุลพันธ์ กล่าว

ส่วนประเด็นคำถามเกี่ยวกับการเป็นคู่ค้ากับสหภาพยุโรป (EU) และองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งจะมีการพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการให้สัตยาบัน ILO ทั้งสองฉบับด้วย นายจุลพันธ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นความตั้งใจจริงของรัฐบาล และเชื่อว่าจะสามารถแสดงความจริงใจและความพร้อมว่า ประเทศไทยจะรับสัตยาบันทั้งสองฉบับนี้ โดยอาจจะเป็นการแสดงถึงกรอบเวลาที่มีความเหมาะสมและทุกฝ่ายยอมรับได้ 

“ผมเชื่อว่า ในส่วนของ OECD เองแม้จะมีมิติในการร่วมมือที่กว้างกว่าเรื่องของแรงงาน แต่ในเรื่องของแรงงานก็เป็นส่วนที่เขาให้ความสำคัญ เราจึงจำเป็นต้องมีคำตอบ แต่อย่างไรก็ตามองค์ประกอบอื่นๆ ที่ประกอบเข้าด้วยกันในการที่เจรจาให้ทางสหภาพยุโรปพิจารณาประเทศไทยในการเข้าร่วมกับ OECD มีมิติที่มากกว่านั้น และผมเชื่อมั่นว่าด้วยกระบวนการเจรจาและนำเสนอในข้อเท็จจริง จะสามารถทำให้สหภาพยุโรปและ OECD ยอมรับได้”

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อถึงการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอาจมีความพยายามในการให้สัตยาบันในอนุสัญญา ILO ฉบับที่  98 ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการต่อรอง เพียงฉบับเดียว โดยระบุว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีแนวคิดมาก่อนหน้าจริง 

โดยนายจุลพันธ์ ขยายความว่า  ประเด็นเรื่องสิทธิในการต่อรองนั้นประเทศไทยไม่มีปัญหาหรือว่ามีข้อติดขัดใดๆ แต่ส่วนที่ยังติดขัดอยู่เป็นปัญหาข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาในการพูดคุยและทำความเข้าใจ ฉะนั้นหากจะมีการให้สัตยาบันรับอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ก่อน ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งก้าว ที่จะทำให้กระบวนการในการเจรจาพูดคุยเพื่อทำให้เกิดก้าวต่อไป

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง