การเมือง
รมว.แรงงาน ยันตั้งใจดันสัตยาบัน ILO 87, 98 เตรียมตั้งคณะทำงานแก้ไขกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ คาดเห็นความคืบหน้าใน 4 ปี รับเวลานี้ห่วงประเด็นความมั่นคงชายแดนต้องดูจังหวะเวลาที่รอบคอบ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของ นายเซีย จำปาทอง สส. พรรคประชาชน ซึ่งถามถึงความตั้งใจและกระบวนการต่างๆ ของรัฐบาลในการลงสัตยาบันในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98
นายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า แม้เวลานี้ไทยยังไม่ได้ลงสัตยาบันในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 แต่อย่างไรก็ตามสิทธิในการรวมตัวและกระบวนการในการรวมตัว ตนมีนโยบายที่ชัดเจนคือการสนับสนุนการเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการของแรงงานทุกประเภท ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติ
ส่วนกรณีคำถามที่ต้องการให้มีการชี้แจงถึงกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ในการลงสัตยาบันในอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ ฉบับที่ 98 นั้น นายจุลพันธ์ เผยว่า มีความพยายามผลักดันประเด็นนี้กันมาไม่น้อยกว่า 30 ปี และเคยมีการส่งเรื่องเข้าไปยังคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาในอดีตที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
รมว.แรงงาน ย้ำว่า ตนเองไม่ได้มีข้อขัดข้องใดต่อการให้สัตยาบันในอนุสัญญาทั้งสองฉบับ ส่วนกระบวนการที่ผ่านมาในอดีต ทางกระทรวงแรงงานได้เคยส่งเรื่องเข้าไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้มีข้อท้วงติงจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าการให้สัตยาบันนั้น จะต้องมาพร้อมกันกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องมีการยกร่างแก้ไข พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ และ พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ส่งเข้าไปยัง ครม. ในครั้งเดียวกัน
จึงมีการส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งกลับไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง เพื่อให้พิจารณาในรายละเอียดของร่างกฎหมายว่ามีความครบถ้วนถูกต้องตามมิติที่จะให้สัตยาบันหรือไม่ และส่วนที่สำคัญที่สุดในเรื่องของการให้สัตยาบันจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178 ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนที่จะจะต้องมีการดำเนินการโดยกระทรวง คณะรัฐมนตรี และสุดท้ายจะกลับมาที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบ
ส่วนกรณีที่มีการถามถึงความตั้งใจในการเดินหน้าเรื่องการให้สัตยาบันในอนุสัญญาทั้งสองฉบับ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ดีและให้ประโยชน์ต่อพี่น้องแรงงาน แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของประเทศในเวลานี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติเหมือนที่ผ่านมา ตอนนี้มีเหตุการณ์ปะทะชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเรื่องนี้มีผลกระทบต่อภาพรวมทั้งหมด ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเด็นของกระทรวงแรงงานแค่เพียงส่วนเดียว แต่ทำให้มีหลายหน่วยงานที่จะต้องเข้ามาคิดพิจารณาร่วมกัน
ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ ให้คำยืนยันว่า หากภายในสี่ปีตนยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ ประเด็นเรื่องการให้สัตยาบันอนุสัญญาทั้งสองฉบับ รวมทั้งการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายแรงงานสัมพันธ์อีกสองฉบับ อย่างน้อยจะต้องมีความคืบหน้า โดยในส่วนของกระทรวงแรงงาน จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการเรื่องการยกร่างกฎหมาย และการเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์
“จังหวะและเวลาเป็นสิ่งสำคัญ กระบวนการในการพูดคุยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมเองจะรับภารกิจนี้ไป เพราะว่าผมเองก็ต้องไปคุยกับฝ่ายความมั่นคง ไปคุยกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันก่อน หากเรื่องนี้เรามีการส่งเข้าไปยังคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการดูสถานการณ์อย่างรอบคอบ สิ่งที่เราได้รับอาจจะกลับกลายเป็นปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะเดินหน้าได้” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนประเด็นคำถามเกี่ยวกับการเป็นคู่ค้ากับสหภาพยุโรป (EU) และองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งจะมีการพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการให้สัตยาบัน ILO ทั้งสองฉบับด้วย นายจุลพันธ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นความตั้งใจจริงของรัฐบาล และเชื่อว่าจะสามารถแสดงความจริงใจและความพร้อมว่า ประเทศไทยจะรับสัตยาบันทั้งสองฉบับนี้ โดยอาจจะเป็นการแสดงถึงกรอบเวลาที่มีความเหมาะสมและทุกฝ่ายยอมรับได้
“ผมเชื่อว่า ในส่วนของ OECD เองแม้จะมีมิติในการร่วมมือที่กว้างกว่าเรื่องของแรงงาน แต่ในเรื่องของแรงงานก็เป็นส่วนที่เขาให้ความสำคัญ เราจึงจำเป็นต้องมีคำตอบ แต่อย่างไรก็ตามองค์ประกอบอื่นๆ ที่ประกอบเข้าด้วยกันในการที่เจรจาให้ทางสหภาพยุโรปพิจารณาประเทศไทยในการเข้าร่วมกับ OECD มีมิติที่มากกว่านั้น และผมเชื่อมั่นว่าด้วยกระบวนการเจรจาและนำเสนอในข้อเท็จจริง จะสามารถทำให้สหภาพยุโรปและ OECD ยอมรับได้”
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อถึงการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลอาจมีความพยายามในการให้สัตยาบันในอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการต่อรอง เพียงฉบับเดียว โดยระบุว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีแนวคิดมาก่อนหน้าจริง
โดยนายจุลพันธ์ ขยายความว่า ประเด็นเรื่องสิทธิในการต่อรองนั้นประเทศไทยไม่มีปัญหาหรือว่ามีข้อติดขัดใดๆ แต่ส่วนที่ยังติดขัดอยู่เป็นปัญหาข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาในการพูดคุยและทำความเข้าใจ ฉะนั้นหากจะมีการให้สัตยาบันรับอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ก่อน ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งก้าว ที่จะทำให้กระบวนการในการเจรจาพูดคุยเพื่อทำให้เกิดก้าวต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- สรุป 5 ข่าวเด่นประเทศไทย เช้าวันที่ 7 กันยายน 2569 7 ก.ย. 2569
- เปิดหิ้งงานวิจัยสู่สนามธุรกิจ! วุฒิสภาจัดใหญ่ "Senate Forum 2026" ถอดรหัสอนาคตไทย 7 ก.ย. 2569
- "กรณ์" จี้ คลังปฏิรูป 3 กรมภาษี เสนอควบรวมลดภาระรัฐ แฉรายได้รัฐ 99% โดนรีดจากคนทำงาน 7 ก.ย. 2569
- กมธ.ศาสนาฯ ปลุกพลังหมอลำอีสาน ชูทำนองขอนแก่น มรดกที่ห้ามหายไปตามกาลเวลา 7 ก.ย. 2569
- “พศิน” ระบุ “One Map” ไร้สภาพบังคับ ยกปัญหาระยอง โจรเรียกหัวคิวไร่ละ 5 พัน ตัดไม้ยางพารา 7 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“พ.ต.อ.ทวี” ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาประมง ชี้อาชีพใกล้ล่มสลาย จี้รัฐปรับวิธีคิด-ตั้งวาระแห่งชาติ 20:37 น.- เดินหน้าลุยถึงประตูบ้าน! “สุขสมรวย” นำกองทุนหมู่บ้านฯ แท็กทีมกรมการปกครอง 17:20 น.
- กมธ.ศาสนาฯ ลุยตรวจวัดมหาธาตุฯ-วัดใหญ่สุวรรณารามฯ หลังพบความชื้น น้ำรั่ว รอยแตกร้าว กระทบงานศิลป์ล้ำค่า 16:21 น.
- "ศ.สุชาติ" ชี้ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เป็นการตั้งองค์กรเก็บภาษีเองใช้เงินได้เอง โดยไม่ผ่านสภาฯ สร้างปัญหาทั้งเศรษฐกิจและหลักการคลัง 15:40 น.
- “มท.4” แจงปม IP เดียวโผล่สมัครสอบท้องถิ่นหลายราย ย้ำอย่าเพิ่งโยงทุจริต ชี้เป็น IP สำนักงานจังหวัด ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตร่วมกันทั่วประเทศ 15:37 น.



