วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:04 น.

การเมือง

รมว.เกษตรฯ ลั่น 19 พ.ค.นี้ เตรียมเสนอ ครม. ของบกลาง 6,500 ล้าน หนุนเกษตรกรใช้ปุ๋ยชีวภาพ 

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.16 น.

รัฐมนตรีเกษตรฯ ลุยเมืองจันท์ ตรวจทุเรียนคาร์บอนต่ำ เปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช ลดการพึ่งพาเคมีเกษตร ดันปุ๋ยชีวภาพ-ชีวภัณฑ์ และปุ๋ยอินทรีย์แทนที่ หวังฝ่าวิกฤติปุ๋ยแพง ลั่น!! เตรียมเสนอ ครม. ของบกลาง 6,500 ล้าน  19 พ.ค.นี้   

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ติดตามการผลิตทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐานการส่งออกทุเรียนไทย  หลังจากมอบหมายให้ กรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนนโยบายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกร ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตร เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช สนับสนุนมาตรการใช้ปุ๋ย 70 : 30 เพื่อความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหวังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร และส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัย พืชอินทรีย์ และพืชคาร์บอนต่ำ  

อย่างไรก็ตามขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังขับเคลื่อนโครงการขยายผลแปลงต้นแบบด้านการผลิต และใช้ประโยชน์จากปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ของชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาเคมีเกษตร และสร้างระบบการผลิตทุเรียนปลอดภัยมูลค่าสูง โดยวันอังคารที่ 19 พ.ค. จะทำเรื่องเสนอ ครม. ของบกลาง จำนวน 6,500 ล้านบาท เพื่อใช้สนับสนุนนโยบาย ครอบคลุมพืชไร่ พืชสวน และไร่นา ทั้งนี้หากผ่าน ครม. แล้ว คาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือน ในการดำเนินโครงการฯ ยอมรับ ไม่ทันฤดูกาลผลิตปีนี้ 
 

ด้าน นายมนี ภาระเปลื้อง ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ 6 วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ 6 วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี บอกว่า ปัจจุบัน ทางกลุ่มฯยังคงเร่งส่งเสริมให้สมาชิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาพึ่งพาเกษตรอินทรีย์และใช้สารชีวภัณฑ์ แทนสารเคมี แต่ปัญหาขณะนี้คือเกษตรกรหลายพื้นที่จ.จันทบุรี ยังไม่เปิดใจ เพราะการผลิตปุ๋ยชีวภาพ ต้องมีองค์ความรู้และต้องใช้เวลามีกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน ขณะที่ภาครัฐ มีแต่การซื้อ ปุ๋ยอินทรีย์และชีวพันธุ์ แจกเกษตรกร  ยังไม่ได้มอบองค์ความรู้ให้เกษตรกรนำไปขยายการผลิตที่ชัดเจน 

ขณะที่ เกษตรกรในพื้นที่ของตน เปิดใจปรับตัวและได้รวมกลุ่มกันศึกษาการผลิตสารชีวภัณฑ์ ตามที่ได้รับองค์ความรู้จากกรมวิชาการเกษตร เช่น ไตรโคเดอร์มา และน้ำเห็ดเรืองแสง เพื่อนำไปใช้ในสวนทุเรียน  ซึ่งจากการคำนวณต้นทุน พบว่า สามารถลดต้นทุนค่ายาได้ถึง 750 บาทต่อการพ่นยา 1 ถัง และลดต้นทุนภาพรวม ลงได้ถึงไร่ละ 5,000 - 6,000 บาท ขณะที่ผลผลิตยังคงได้คุณภาพดีไม่ต่างจากการใช้สารเคมี

ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า  การขับเคลื่อนแผนการลดต้นทุนภาคการเกษตร โดยปรับเปลี่ยนสู่ชีวภัณฑ์-ปุ๋ยชีวภาพ ปัจจุบันกรมฯ ได้เร่งส่งเสริมให้ชาวสวนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกร ให้หันมาเพิ่มสัดส่วนการใช้สารชีวภัณฑ์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช้เคมี จะเห็นว่า การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนตื่นตัวและนำปุ๋ยชีวภาพ สารชีวภัณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรมาประยุกต์ใช้ในสวนอย่างแพร่หลาย ผลลัพธ์ที่ได้คือ ต้นทุนการผลิตลดลง ในขณะที่ผลผลิตทุเรียนกลับมีคุณภาพดีขึ้น 

สำหรับ จังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตทุเรียนส่งออกสำคัญของประเทศ  โดยข้อมูลการส่งออกทุเรียนทั้ง ประเทศไปยังจีน  ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 13 พฤษภาคม 2569 มีจำนวน 27,958 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 448,679 ตัน มูลค่ากว่า 51,377 ล้านบาท เป็นทุเรียนภาคตะวันออก 22,720 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 364,437 ตัน มูลค่ากว่า 41,820 ล้านบาท
/////

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง