วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:07 น.

การเมือง

"อนุทิน" เปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ครั้งที่ 25 สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น จ.เพชรบูรณ์ ชูท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.14 น.

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569  เวลา 19.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ครั้งที่ 25 ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย ต.พุเตย อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาชนชาวเพชรบูรณ์ และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ร่วมงาน
 
ในการนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายสักการะแล้วอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานฯ เพื่อมอบให้แก่ผู้ชนะเลิศ แล้วมอบถ้วยรางวัลแก่รองชนะเลิศอันดับ 2 รองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลเกียรติยศการประกวดขบวนแห่ จำนวน 13 รางวัล จากนั้นร่วมรับชมการแสดงจากนางรำขบวนแห่บั้งไฟ 16 ขบวน และกล่าวเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย และกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล
 
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะ พวกเราทุกคนดีใจที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และได้มาร่วมในงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งทราบมาว่า ได้จัดประเพณีมาแล้ว 25 ปี ได้รับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคึกคักความอบอุ่นสนุกสนาน พี่น้องทั้งหลาย ที่มาร่วมงานในวันนี้ล้วนแล้วแต่มีความสุขและในขณะเดียวกันได้ร่วมรักษาประเพณีอันดีงามของจังหวัดเพชรบูรณ์ไว้เป็นอย่างดี เป็นความภาคภูมิใจชาวพี่น้องพุเตย
 
"ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัลการประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม โดยเฉพาะถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถือเป็นเกียรติและความภูมิใจอย่างยิ่งของชาวพุเตย และชาวเพชรบูรณ์ทุกคน ตนเชื่ออย่างยิ่งว่ากว่าจะทำขบวนบั้งไฟออกมาได้แต่ละลำ ไม่ใช่ใช้แค่ฝีมืออย่างเดียว แต่ต้องอาศัยถึงความตั้งใจ ความสามัคคี และแรงใจของทุกผู้คนที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ดังนั้นไม่ว่าทีมไหนได้รับรางวัล อย่างไรก็ตามทุกคนคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้งานบุญบั้งไฟพุเตย มีความยิ่งใหญ่และมีเสน่ห์เช่นนี้ตลอดไป สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ของประเทศไทยเพราะไม่ว่าโลกของเราจะเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด สิ่งที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่คือความอบอุ่นของคนในชุมชนและวัฒนธรรมดีๆ ที่พวกเราทุกคนได้ร่วมกันรักษาสืบสานไว้ตลอดมา" นายอนุทิน กล่าว
 
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและยกระดับงานประเพณีงานท้องถิ่นให้รู้จักมากขึ้น เพราะเราอยากเห็นงานแบบนี้ไปทั่วประเทศ สร้างรายได้ สร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ การมางานแบบนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้คือของดีเมืองเพชรบูรณ์ ทั้งมะขามหวาน ไก่ย่างวิเชียรบุรี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ มีต้นตำรับอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรีแห่งนี้ รวมถึงสินค้า OTOP ซึ่งพี่น้องในพื้นที่ที่ใครมาก็ต้องซื้อกลับบ้าน
 
"สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น เพราะงานประเพณีไม่ใช่เป็นงานที่สนุกสนานแต่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ทำให้คนได้รู้จักของดีของจังหวัด ทำให้เศรษฐกิจของชุมชนมีชีวิตชีวามากขึ้นไปอีก ในขณะเดียวกันอดทนอีกนิดเราจะมี "โครงการไทยช่วยไทยพลัส" ที่จะต่อยอดมาถึงมือพี่น้องประชาชนทุกคน ครั้งนี้เป็น "พลัสจริงๆ" รัฐจะจ่ายให้ 60% พี่น้องจ่าย 40% นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ให้ความตระหนักถึงความเร่งด่วนความเดือดร้อนและต้องการกระตุ้นสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจของประเทศ โดยผ่านการใช้จ่ายการจับจ่ายใช้สอยการอุดหนุนซึ่งกันและกันของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนเราจะได้ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยลดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากสถานการณ์โลก และตนเชื่อว่าพวกเราทุกคน ด้วยความเป็นคนไทยเรามีความรักความสามัคคี รัฐบาลเข้าใจถึงความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง ฉะนั้นขอให้พ่อแม่พี่น้องได้ช่วยกันสนับสนุนโครงการของรัฐบาล ในการที่จะทำให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนในการทำให้มูลค่าการใช้จ่ายทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน" นายอนุทิน กล่าวเพิ่ม
 
นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำว่า สำหรับประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประเพณีเช่นนี้จะเติบโตต่อไปได้อีกมากและเราหวังว่าเราจะต้องทำให้คนทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคได้มาเที่ยวที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อโปรโมทให้ประเพณีฮักบั้งไฟของเพชรบูรณ์และความสวยงามอื่นๆ ในจังหวัดเพชรบูรณ์รวมไปถึงสถานที่เชิงวัฒนธรรมเชิงประวัติศาสตร์ที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีอยู่ เราต้องเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวคนไทยด้วยกันหรือคนต่างประเทศใฝ่ฝันที่จะมา พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน มีสถานที่สวยงามมากมาย **ที่**ควรจารึกทางประวัติศาสตร์มากมายแต่ยังมีหลายคนที่ไม่รู้รวมถึงตัวของผมเอง แต่วันนี้ได้มาเห็นซึ่งรู้สึกว่าเรายังขาดประชาสัมพันธ์จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เร่งประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวนี้ให้พี่น้องประชาชนได้อิ่มเอิบกับการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างเต็มที่
 
"ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้จัดงานประเพณีวัฒนธรรมที่สวยงดงามเช่นนี้ เป็นที่ภาคภูมิใจของคนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ตอนมาเที่ยวเพชรบูรณ์ได้สัมผัสถึงความร่มเย็นอบอุ่น ได้เห็นผลหมากรากไม้ ต้นไม้มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งการที่พวกเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี มาจากโครงสร้างพื้นฐานที่ดีของจังหวัดชาวเพชรบูรณ์ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี หวังว่าจะได้มาพบกับท่านในโอกาสต่อไปแบบไม่มีวันจบสิ้น ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับประเพณีที่สวยงาม" นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย
 
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย เป็นงานที่ชาวตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 25 ปี เพื่อแสดงถึงพลังความสามัคคี เสน่ห์ของวิถีชุมชนชาวอีสานในภาคเหนือที่เข้มแข็ง โดยมีวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ดังนี้ 1) การสื่อสารและยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมเพื่ออนุรักษ์ประเพณีบั้งไฟอันงดงามให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนรักษาและต่อยอดประเพณีบุญบั้งไฟที่อาศัยศาสตร์และศิลป์ให้เกิดความยั่งยืน 2) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมและสินค้าอัตลักษณ์ โดยใช้ประเพณีบั้งไฟที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสของดีจังหวัดเพชรบูรณ์ อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย สินค้าอันเลื่องชื่อ ได้แก่ มะขามหวาน และไก่ย่างวิเชียรบุรี ที่มีต้นตำรับอยู่ที่นี่ และสินค้าโอทอปในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนไทยมีรายได้จากฐานรากของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และ 3) การสร้างความเข้มแข็งในรูปแบบ "ทีมไทยแลนด์" บูรณาการภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน เพื่อให้งานบั้งไฟพุเตยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวที่สร้างความภาคภูมิใจและความสุขรอยยิ้มให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง