วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 08:00 น.

การเมือง

"เพื่อไทย" ยันไม่มีปัญหาร่วมรัฐบาลหลัง "ภูมิใจไทย" ไม่ปลื้ม สั่งลูกพรรคเลิกหนุนฉบับเพื่อไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 04 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.18 น.

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย มีมติถอนชื่อในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า ต้องยอมรับว่ามีความเปลี่ยนแปลง เรื่องของเราจะยื่นเข้าสู่การพิจารณา 100% ซึ่งมีการพูดคุยกัน และลงชื่อโดย 7 พรรคการเมือง แต่เมื่อสมาชิกส่วนหนึ่ง มีมติพรรคว่าถอนชื่อ ออกจากการลงชื่อในเรื่องของเรา ด้วยความห่วงใยในบางประเด็น อย่างไรเราก็ต้องรับฟัง และเราต้องเคารพซึ่งกันและกัน ถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกในการดำเนินการได้ เป็นเรื่องปกติในสภาที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เมื่อเกิดเหตุขึ้นมา สิ่งที่เราต้องทำ มีอยู่ 2 อย่างที่ต้องดำเนินการ เนื่องด้วยความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่กระทบความสัมพันธ์ใด ๆ อยู่แล้ว เป็นเรื่องของสภาที่จะดำเนินการในเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง โดยพรรคภูมิใจไทยได้ถอนชื่อ ซึ่งไม่ได้มีแค่ 30 รายชื่อ แต่หมายถึงการเดินหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เมื่อมีการถอนชื่อ สิ่งที่ต้องทำคือ คงต้องใช้เวลากลับไปนั่งคุยกับพรรคภูมิใจไทยว่าเหตุผล และความจำเป็น แนวความคิด ข้อห่วงใยอย่างเรื่องข้อสุ่มเสี่ยงเรื่องกฎหมายมีอย่างไรบ้าง และเดินหน้าอย่างไรกับการแก้จะเดินต่อหรือไม่อย่างไร
                               
นายจุลพันธ์ กล่ามต่อว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยคงใช้เวลาประชุมกัน โดยคาดว่าเป็นสัปดาห์หน้า คุยเรื่องร่างดังกล่าว ว่ามีข้อห่วงใยอย่างไร เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญ คือ ความร่วมมือร่วมใจ เรารู้อยู่ว่ากติกาในปัจจุบัน การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา และต้องได้เสียง 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้น เมื่อมองจำนวน 30 คน ไม่ใช่แค่นั้น แต่มีมากกว่านั้น ทั้งองคาพยพของพรรคแกนหลัก อย่างพรรคภูมิใจไทยเอง สว. ที่อาจอาจมีความคิดเห็นใกล้เคียงกัน เราต้องกลับมาทบทวนพิจารณาให้ถี่ถ้วน และใช้เวลาอีกหลายวันข้างหล้าในการพูดคุยกันภายใน เพื่อให้ตกผลึกว่าจะดำเนินการอย่างไร
                              
เมื่อถามว่าจะเสียหลักการของพรรคหรือไม่ เพราะหากดูจากร่างของแต่ละพรรคมีเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ต่างจากร่างของพรรคการเมืองอื่น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่เสียหลักการ เราต้องเคารพในสิทธิ์ของประชาชน ต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยมีแค่ 74 เสียง เราไม่สามารถลงชื่อโดยพรรคเดียว และผลักดันร่างของเราได้ ส่วนร่างหลักสุดท้าย ต้องยอมรับความจริงว่า เราหนีไม่พ้นว่าพรรคภูมิใจไทย มีสมาชิกมากที่สุดมากกว่า 190 คนและสุดท้ายคงใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณา ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการ แต่เป็นเรื่องสมการทางการเมือง ว่าจำนวนเท่านี้ เราต้องผลักดันไปตามที่เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

เมื่อถามว่ามองแล้วใช่หรือไม่ ว่าถ้าฝืนส่งร่างนี้เข้าไปสภามีโอกาสปัดตกในวาระแรก นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคทำงานแบบหวังผล ตนเองรับตำแหน่งการทำงานในสภา มาขับเคลื่อนเชิงประเด็น ว่าประเด็นใดที่เราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ รับภารกิจของคณะรัฐมนตรีก็ขับเคลื่อนกระทรวงเพื่อบรรลุเรื่องนโยบาย เราต้องทำงานเพื่อที่จะเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนว่า สุดท้ายจะสามารถขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เป็นตัวแทนเข้ามาดำเนินการในการยกร่าง ที่ประโยชน์สูงสุดความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด นาทีนี้คงยังไม่ได้ดำเนินการในการยื่น และหลังจากนี้จะมาทบทวน และพูดคุยกันกับหลายฝ่าย สุดท้ายถ้ามีข้อสรุปอย่างไร เรายังมีกลไกการทำงานอีกมาก ที่จะสามารถขับเคลื่อน บรรจุแนวความคิดของเราเข้าไป เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นไปในสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุด และสามารถแก้ไขปัญหากับประเทศให้มากที่สุด

เมื่อถามว่ายืนยันในหลักการใช่หรือไม่ว่า ส.ส.ร. ควรมาจากเลือกตั้งทางอ้อม หรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป๊ะ มีใครวินิจฉัยได้บ้าง เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้บ้างว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด สิ่งที่ต้องทำในวันนี้คือการกลับมาทบทวน พรรคเพื่อไทย ขอเวลาไม่นานมาพูดคุยกันภายใน เพื่อให้ตกผลึก รวมไปถึงพูดคุยกับคนของพรรคภูมิใจไทยด้วย และยืนยันว่า ไม่ได้มีเรื่องความขัดแย้งใด ๆ เพราะพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้บอกเองว่าพรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใย เช่นเดียวกับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งแล้ว ว่าในการประชุมพรรค แนวโน้มมติพรรค อาจจะออกมาเป็นเช่นไร เราทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ และเมื่อเกิดแล้วเราก็ต้องรับฟัง เพราะเขามี 190 กว่าเสียง อย่างไรก็เป็นพรรคหลักในเรื่องการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ พร้อมยืนยันว่าการที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อออก ไม่กระทบต่อการทำงานร่วมรัฐบาล เพราะมีการแจ้งก่อนแล้ว พวกตนเองไม่ได้เซอร์ไพรส์ เราทราบก่อน เพียงแต่เมื่อเห็นเหตุการณ์เดิมมาถึงจุดนี้ กฎหมายส่งเข้าไป เรายื่นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีถึง 30 รายชื่อ ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน ต้องรอมาพูดคุยกันให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่า ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พรรคเพื่อไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือมองว่าเสียหลักการ เมื่อมาเป็นพรรคร่วม อาจถูกพรรคภูมิใจไทยครอบหรือต้องคล้อยตามพรรคหลักนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่อีกหลายข้อ และที่สำคัญ จะเป็นร่างของใครก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายหลักของประเทศ ไม่สามารถเริ่มได้ด้วยการขัดแย้ง เราต้องสงวนจุดร่วม และหาจุดที่เดินหน้าร่วมกันได้ในการขับเคลื่อนการแก้ไข 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง