วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 08:56 น.

การเมือง

วุฒิสภาหนุน “ขมิ้นชัน-เศษปาล์ม” ขุมทรัพย์ใหม่ชุมชนภาคใต้เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.16 น.

“ขมิ้นชัน-เศษปาล์ม” พลิกสู่ขุมทรัพย์ใหม่ของชุมชนภาคใต้ วุฒิสภาลงพื้นที่หนุนนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าชีวมวลคาร์บอนต่ำและการจัดการขยะสมัยใหม่ ต้นแบบสำคัญสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยในอนาคตอย่างยั่งยืน

สุราษฎร์ธานี – คณะอนุกรรมการเสริมสร้างขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา เดินหน้าขับเคลื่อน "โครงการเชื่อมโยงข้อมูลผลงานด้านวิชาการและงานวิจัย" นำโดย นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ และ นายชิบ จิตนิยม ประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและประชุมหารือร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนรายใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 4 - 5 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่กระบวนการนิติบัญญัติระดับชาติ

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯได้เข้าร่วมประชุมหารือกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรภ.สุราษฎร์ธานี) เพื่อรับฟังบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาพื้นที่ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

นายชิบ จิตนิยม ประธานอนุกรรมการฯ เปิดเผยว่า มรภ.สุราษฎร์ธานี มีผลงานวิจัยเชิงประจักษ์กว่า 300 ชิ้นในรอบ 10 ปี โดยเฉพาะนวัตกรรมการสกัดน้ำมันหอมระเหยจาก "ขมิ้นชัน" ที่ช่วยเปลี่ยนมูลค่าวัตถุดิบจากกิโลกรัมละ 25 บาท ให้กลายเป็นน้ำมันหอมระเหยมูลค่าสูงถึงลิตรละ 33,000 บาท สร้างรายได้มหาศาลแก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอาหารแห่งอนาคต (Future Food) จาก "แมงพลัด" รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเชิงสังคมผ่านหลักสูตรระยะสั้นสร้าง "วิศวกรสังคม" (นักคิด นักประสาน นักสื่อสาร นักนวัตกร) เพื่อเป็นแกนนำพัฒนาชุมชน ก่อนที่คณะผู้แทนมหาวิทยาลัยจะนำคณะอนุกรรมการฯ เยี่ยมชมสถานีจัดการขยะเพื่อดูการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ และการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ภายในมหาวิทยาลัย

ด้านนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า พัฒนาการแบบก้าวกระโดดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สะท้อนว่าการหลอมรวมองค์ความรู้เชิงพื้นที่เข้ากับกระบวนการนิติบัญญัติระดับชาติ จะช่วยยกระดับงานวิจัยกฎหมายให้เฉียบคม ใช้งานได้จริง และเป็นสะพานเชื่อมความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นสู่สภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานต่อ ณ บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE (อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี) โดยมี นายสืบตระกูล บินเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภาพรวมและโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ

นายสืบตระกูล กล่าวว่า บริษัทฯ ประกอบธุรกิจในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากชีวมวลและขยะชุมชน รวมทั้งการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและของเสียในชุมชน ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งหมด 83.5 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็น กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล 29.7 เมกะวัตต์ กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากขยะชุมชน 46.8 เมกะวัตต์ และกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทท่าฉาง ไบโอแก๊ส จำกัด (TBG) มีกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 7 เมกะวัตต์

จากนั้น ผู้แทนบริษัทฯ ได้นำคณะอนุกรรมการฯ เข้าเยี่ยมชมพื้นที่กระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งนำของเหลือใช้จากต้นปาล์มและเศษผลปาล์มที่เป็นขยะในพื้นที่มาแปรรูปเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งการลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานต้นแบบผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในครั้งนี้ ทำให้คณะอนุกรรมการฯ ได้รับองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้งานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด การเพิ่มมูลค่าของเสียทางการเกษตร การลดก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโมเดลการเปลี่ยนเศษขยะปาล์มในพื้นที่ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตต่อแห่งไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ สามารถจ่ายไฟฟ้าใช้ประโยชน์ได้ครอบคลุมทั้งอำเภอท่าฉาง และจ่ายเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ อ.ท่าฉาง มีโรงงานรวมกันถึง 9 โรงงาน และมีแผนขยายเพิ่มในจังหวัดอื่นๆ อีก 5 แห่ง เช่น จังหวัดชุมพร และจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ TGE ยังมีความโดดเด่นในฐานะองค์กรสีเขียวที่มีคาร์บอนเครดิตสะสมรวมประมาณ 4 แสนกว่าตัน (ราคาปกติ 50 บาทต่อตัน) เป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม นายชิบ กล่าวว่า ธุรกิจเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานนี้กำลังเป็นแนวโน้มระดับโลก ในอนาคตคาดว่าจะเกิดเทรนด์การแย่งขยะ เนื่องจากคนหันมาเปลี่ยนขยะเป็นเงินทอง ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะนำองค์ความรู้ ข้อมูล และนวัตกรรมที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ไปขับเคลื่อนและสนับสนุนงานด้านวิชาการ การวิจัยของวุฒิสภา เพื่อประโยชน์ในการตรากฎหมายและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง