วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569 02:19 น.

การเมือง

"สว.ชิบ" กระทุ้งกลางสภาบี้รัฐบาลเร่งปราบภัยนอมินีกลืนกินชาติเสียหายยับเยิน

วันอังคาร ที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.15 น.

กระทุ้งกลางสภา ! "สว.ชิบ" ถามศักดิ์ศรีประเทศไทยอยู่ไหน ปล่อยร้านจีนห้วยขวางเมินเงินบาท ต่างชาติฮุบที่ดินไทยกอบโกยธุรกิจ จัดงานทำลายอัตลักษณ์ท้องถิ่น สุดสะเทือนใจคนพื้นที่ตัดพ้อ "สมุยเป็นของเยอรมัน-พะงันของอิสราเอล" บี้รัฐบาลเร่งปราบภัยนอมินีกลืนกินชาติ

รัฐสภา - 9 มิ.ย.2569 ในการประชุมวุฒิสภา นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สายสื่อมวลชนจากจังหวัดกาญจนบุรี ได้ลุกขึ้นหารือต่อประธานวุฒิสภา กรณีปัญหากลุ่มทุนต่างชาติรุกคืบประเทศไทยผ่านกระบวนการ “นอมินี” หรือตัวแทนอำพราง เพื่อสะท้อนภาพความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการท้องถิ่นไปยังรัฐบาล โดยหยิบยกชนวนเหตุสะเทือนใจกรณีคลิปบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ชาวจีนในไทยออกมาเปิดเผยว่าไปใช้บริการร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง แต่กลับไม่สามารถใช้เงินบาทไทยชำระค่าบริการได้ เนื่องจากทางร้านรับเฉพาะระบบ Alipay และ WeChat Pay รวมถึงคิดราคาเป็นสกุลเงินหยวน ทั้งที่ตั้งสถานประกอบการอยู่บนผืนแผ่นดินไทย

นายชิบ ระบุว่ากรณีห้วยขวาง-รัชดา ไม่ได้มีเพียงแค่ความเสี่ยงเรื่องระบบการชำระเงินนอกการกำกับดูแล ที่ทำให้เงินบาทไทยไม่มีค่าและทำลายระบบภาษีของไทยเท่านั้น เพราะเมื่อหน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องการชำระเงินที่ผิดกฎหมาย กลับพบธุรกิจเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินีเพิ่มเติมในพื้นที่เดียวกันสูงถึง 53 ราย ชี้ให้เห็นชัดเจนว่ากลุ่มทุนเหล่านี้ไม่ได้ทำผิดแค่เรื่องระบบชำระเงิน แต่ยังมีขบวนการนอมินีแฝงตัวอยู่เบื้องหลังในภาคค้าปลีกและร้านอาหารปลายน้ำ สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นในขณะนี้ และเชื่อว่าปรากฏการณ์ในลักษณะนี้กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นย่านเยาวราช พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไอยรา ตลาดทุเรียน แทบทุกตลาด รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และที่ดินทำกิน

"ทุนผูกขาดเหล่านี้ใช้นอมินีในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ผมเชื่อว่าเป็นที่ประจักษ์แล้วและเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง" นายชิบ กล่าว

นายชิบ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชาชนในพื้นที่สะท้อนข้อมูลว่า สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้เป็นเพียงส่วนน้อย ทว่าข้อเท็จจริงในพื้นที่รุนแรงและขมขื่นกว่านั้นมาก จนมีคำพูดสะท้อนความกังวลใจของคนท้องถิ่นว่า "ทุกวันนี้เกาะสมุยเป็นของเยอรมัน เกาะพะงันเป็นของอิสราเอลไปแล้ว"  และล่าสุดยังปรากฏข้อมูลความขัดแย้งในพื้นที่ กรณีกลุ่มชาวต่างชาติบนเกาะพะงันแสดงความไม่พอใจคนไทยในท้องถิ่นที่จัดงานประเพณีเนื่องจากส่งเสียงรบกวน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อความรู้สึกของประชาชนและการรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น

"ชาวอิสราเอลในเกาะพะงันไม่พอใจที่คนไทยจัดงานประเพณีแล้วไปส่งเสียงรบกวนด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงในความรู้สึกเป็นอย่างยิ่งเลยนะครับ" นายชิบ กล่าว

นายชิบ กล่าวว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับขบวนการกินรวบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยในภาคเกษตรกรรมและต้นน้ำ เช่น จังหวัดจันทบุรี มีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาตั้งล้งคัดแยก ผูกขาดการรับซื้อผลไม้ บีบราคาทุเรียนและพืชผลจนเกษตรกรไทยสูญเสียอำนาจต่อรอง ขณะที่ตลาดค้าส่งยักษ์ใหญ่กลางน้ำที่เป็นตลาดหลักของคนไทย ทั้งตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไอยรา กลับถูกแทรกซึมด้วยนอมินีในภาคการค้าส่งและการขนส่งโลจิสติกส์ มีการนำเข้าสินค้าเกษตรราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาดัมพ์ราคา ทำลายกลไกตลาด และเบียดขับพ่อค้าแม่ค้าส่งสัญชาติไทย ส่วนปลายน้ำในภาคบริการและการท่องเที่ยวก็ถูกครอบงำจนระบบภาษีเก็บไม่ได้

"เรากำลังเผชิญกับขบวนการกินรวบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เม็ดเงินโอนตรงกลับประเทศต้นทาง ภาษีเก็บไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าไทยถูกบีบจนไม่มีที่ยืนเพราะต้นทุนสู้ระบบกินรวบไม่ได้" นายชิบ กล่าว

นายชิบ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้เคยจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง "NOMINEES การป้องกันการแทรกซึมของตัวแทนอำพรางต่างชาติ" ซึ่งวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบและส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ก็ได้จัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง "State Capture หรือการเซาะกร่อนบ่อนทำลายเศรษฐกิจไทยจากการครอบงำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ" แต่ปัจจุบันยังคงปรากฏข้อร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง จึงขอฝากความหวังยื่น 3 ข้อหารือทวงถามความจริงใจจากรัฐบาล ทั้งเรื่องมาตรการเชิงรุกที่ต้องปราบปรามอย่างต่อเนื่อง การกำกับดูแลระบบชำระเงินนอกการควบคุม และการนำผลศึกษาไปปฏิบัติจริง

"รัฐบาลต้องมีมาตรการเชิงรุกในการบูรณาการหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ ดีเอสไอ และตำรวจ เพื่อปราบปรามสกัดกั้นธุรกิจนอมินีในห่วงโซ่อาหารและเกษตรกรรมทั้งหมด ไม่ใช่ทำแค่เฉพาะตอนที่เป็นข่าวดังแล้วเงียบหายไป" นายชิบ กล่าว

นายชิบ กล่าวทิ้งท้ายว่า แนวทางที่กรรมาธิการต่างประเทศและกรรมาธิการเศรษฐกิจฯ เสนอไปนั้น เป็นแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริงและแก้ไขปัญหาได้ หากหน่วยงานของรัฐมีความจริงจังและจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างเท่าทันสถานการณ์

"ผมไม่ได้ปฏิเสธการลงทุนจากต่างชาติ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย เสียภาษีให้แผ่นดินไทย และแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทย ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หากหน่วยงานรัฐมีความจริงจังและจริงใจ แนวทางที่กรรมาธิการเสนอไปสามารถปฏิบัติได้จริง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะประเทศไทยควรเป็นของคนไทย ไม่ใช่ของชาวต่างชาติ" นายชิบ กล่าว

หน้าแรก » การเมือง