วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 02:29 น.

การเมือง

นักวิชาการออกโรงเตือน “ไทยช่วยไทยพลัส” สร้างปัญหาเศรษฐกิจระยะยาว

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.53 น.

นักวิชาการเตือน “ไทยช่วยไทย พลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจได้แต่บิดเบือนสร้างปัญหาการแข่งขันระยะยาว

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพวิเคราะห์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” แม้จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้นได้บางส่วน แต่การออกแบบมาตรการที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการเฉพาะบางกลุ่ม บิดเบือนกลไกตลาด และอาจกำลังสร้างแรงจูงใจที่ผิดให้กับระบบเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่การไม่อยากขยายธุรกิจ การหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบภาษี ไปจนถึงการบิดเบือนการแข่งขันทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานภาษี กลไกตลาด และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล อาจารย์ประจำคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน โดยภาครัฐร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย อย่างไรก็ตาม การให้สิทธิประโยชน์แก่ร้านค้าบางประเภทอาจส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากเงื่อนไขการได้รับเงินสนับสนุนมากกว่าคุณภาพสินค้า ราคา หรือประสิทธิภาพการให้บริการ ส่งผลให้การแข่งขันในระบบเศรษฐกิจเกิดความบิดเบือน และลดประสิทธิภาพของกลไกตลาดเสรี

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าการกำหนดเกณฑ์สิทธิประโยชน์ตามระดับรายได้ อาจสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการบางส่วนหลีกเลี่ยงการขยายธุรกิจ ไม่เปิดเผยรายได้ที่แท้จริง หรือหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อรักษาสถานะการได้รับสิทธิประโยชน์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “Threshold Effect”

บทวิเคราะห์ยังชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดการทำบัญชีหลายชุด การลดการออกใบกำกับภาษี และการหดตัวของฐานภาษีในอนาคต ซึ่งอาจสวนทางกับความพยายามของภาครัฐในการผลักดันระบบภาษีดิจิทัลและ e-Tax Invoice ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในมิติการแข่งขันทางธุรกิจ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง อาจได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม ขณะที่ผลกระทบอาจขยายไปตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางเศรษฐกิจ (Value Chain) ตั้งแต่ภาคการผลิต เกษตรกรรม โลจิสติกส์ ไปจนถึงการจ้างงาน หากกำลังซื้อถูกดึงออกจากธุรกิจในระบบอย่างมีนัยสำคัญ

รศ.ดร.สุชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า แม้มาตรการลักษณะนี้อาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้น แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย เช่น การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน การยกระดับเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างนวัตกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ ผู้เขียนเสนอว่า หากภาครัฐต้องการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างยั่งยืน ควรมุ่งเน้นมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อาทิ การสนับสนุน Digital Transformation การเข้าสู่ระบบภาษีดิจิทัล การใช้ AI และเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนาทักษะแรงงาน การเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำ ตลอดจนการสนับสนุนการส่งออกและการขยายตลาดใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากกว่าการกระตุ้นการบริโภคเพียงระยะสั้น

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง